
Cadence และ NVIDIA ประกาศขยายความร่วมมือครั้งใหญ่ในงาน CadenceLIVE Silicon Valley 2026 โดยนำ Agentic AI (AI ที่ตัดสินใจและทำงานได้ด้วยตัวเอง) มาผสมกับการจำลองฟิสิกส์และดิจิทัลทวิน (สำเนาโลกจริงในรูปแบบดิจิทัล) เพื่อเปลี่ยนวิธีที่วิศวกรออกแบบชิป หุ่นยนต์ และโรงงาน AI ให้เร็วและแม่นยำกว่าเดิมอย่างมีนัยสำคัญ
พูดง่าย ๆ คือแทนที่วิศวกรจะต้องนั่งคลิกทีละขั้นตอน ระบบใหม่นี้ให้ AI ทำหน้าที่วิเคราะห์ ตัดสินใจ และจัดการกระบวนการออกแบบแทน โดยได้ Samsung, SK Hynix และ Honda R&D เป็นกลุ่มแรกที่นำไปใช้จริงแล้ว
ไฮไลต์สำคัญของความร่วมมือครั้งนี้คือ AgentStack™ ซึ่ง Cadence อธิบายว่าทำหน้าที่เป็น “หัวหน้า” ที่ควบคุมการออกแบบชิปตั้งแต่ต้นจนจบ ตั้งแต่การเขียนโค้ดวงจรระดับสูง (RTL) ไปจนถึงการจัดวางชิ้นส่วนในระดับกายภาพ ทั้งหมดนี้ทำงานบนพลังประมวลผลของ NVIDIA โดยจากการทดสอบกับลูกค้ากว่า 10 ราย พบว่าเพิ่มความเร็วการทำงานได้สูงสุดถึง 10 เท่า และย่นเวลาจากที่ต้องใช้หลายวัน เหลือแค่ไม่กี่ชั่วโมง
เปรียบง่าย ๆ ก็เหมือนเปลี่ยนจากการขับรถเองทุกเส้นทาง มาเป็นมีระบบนำทางอัจฉริยะที่วางแผนและปรับเส้นทางให้แบบเรียลไทม์ตลอดการเดินทาง
Cadence และ NVIDIA ยังต่อยอดไปถึงโลกของหุ่นยนต์ โดยนำระบบจำลองฟิสิกส์ของ Cadence มาทำงานร่วมกับ NVIDIA Isaac และ Cosmos เพื่อให้หุ่นยนต์ฝึกซ้อมในโลกจำลองก่อน แล้วนำไปใช้งานในโลกจริงได้โดยไม่ต้องเริ่มเรียนรู้ใหม่ตั้งแต่ต้น ซึ่งช่วยลดต้นทุนและความเสี่ยงในการพัฒนาระบบอัตโนมัติได้มาก
ในส่วนของโรงงาน AI ผลทดสอบกับโรงงานขนาด 10 เมกะวัตต์พบว่าการใช้ดิจิทัลทวินในการวางแผนระบบระบายความร้อนและการใช้พลังงาน GPU ในโหมดประหยัด (MaxQ) สามารถเพิ่มประสิทธิภาพพลังงานได้ถึง 32% ซึ่งในระดับโรงงานขนาดใหญ่หมายถึงรายได้เพิ่มขึ้นได้หลายพันล้านดอลลาร์ต่อปี
สรุปคือความร่วมมือระหว่าง Cadence และ NVIDIA กำลังเปลี่ยนวงการวิศวกรรมจากงานที่ต้องอาศัยคนทำทีละขั้น มาสู่ระบบที่ AI ทำงานร่วมกันเป็นทีม ตั้งแต่ออกแบบชิป ฝึกหุ่นยนต์ ไปจนถึงบริหารโรงงานทั้งหลัง ก่อนที่จะลงมือสร้างจริงแม้แต่นิดเดียว
ติดตามข้อมูลข่าวสารน่าสนใจได้ทาง www.zanzab.com และช่องทางโซเชียล
Facebook , YouTube , Instagram และ Tiktok






