
Kingston Technology ยังคงเป็นซัพพลายเออร์โมดูล DRAM แบบ Third-party อันดับ 1 ของโลกตามการจัดอันดับรายได้ปี 2568 โดย TrendForce ด้วยส่วนแบ่งประมาณ 62% ขณะที่ Kingston ระบุว่าครองตำแหน่งผู้นำต่อเนื่องเป็นปีที่ 23
ผลจัดอันดับครั้งนี้เกิดขึ้นในปีที่ตลาดโมดูล DRAM เติบโตแรงจากทั้งราคาและปริมาณจัดส่ง โดยความต้องการเซิร์ฟเวอร์สำหรับ Agentic AI เข้ามามีบทบาทต่อการจัดสรรหน่วยความจำ ขณะเดียวกันผู้ผลิตโมดูลหันไปเน้นตลาดองค์กรและ DDR5 มากขึ้น
TrendForce รายงานว่าตลาดโมดูล DRAM ทั่วโลกมีรายได้รวมประมาณ 21.2 พันล้านดอลลาร์สหรัฐในปี 2568 เพิ่มขึ้น 59% จากปีก่อนหน้า เร่งตัวจากปี 2567 ที่เติบโต 7% แรงหนุนมาจากราคา DRAM ที่สูงขึ้นและปริมาณการจัดส่งที่เพิ่มขึ้นในช่วงครึ่งหลังของปี
รายได้ของ Kingston ในปี 2568 เพิ่มขึ้น 48% ส่วนซัพพลายเออร์ 5 อันดับแรกมีรายได้รวมคิดเป็น 77% ของตลาด ตัวเลขหลักของรายงานจึงแบ่งได้ดังนี้
การจัดอันดับนี้ใช้รายได้เป็นเกณฑ์ จึงควรอ่านตัวเลข 62% ในขอบเขตของซัพพลายเออร์โมดูล DRAM แบบ Third-party ที่ TrendForce จัดอันดับ ขณะที่ตัวเลขเติบโต 59% เป็นของตลาดรวมและ 48% เป็นของ Kingston
ช่วงต้นปี 2568 ผู้ผลิตโมดูล DRAM เพิ่มสินค้าคงคลัง DDR4 เพื่อรับมือความกังวลเรื่องมาตรการภาษีศุลกากรและเตรียมพร้อมก่อนซัพพลายเออร์ DRAM ทยอยยุติการผลิต DDR4 ต่อมาในครึ่งหลังของปี ความต้องการจากผู้ให้บริการคลาวด์เปลี่ยนภาพของตลาดไปอีกด้าน
TrendForce ระบุว่าผู้ให้บริการคลาวด์เพิ่มความต้องการ DRAM สำหรับเซิร์ฟเวอร์เพื่อรองรับเวิร์กโหลด Agentic AI ทำให้ปริมาณ DRAM ที่จัดสรรให้พีซีและผลิตภัณฑ์ผู้บริโภคลดลง เป็นหนึ่งในปัจจัยที่ผลักดันราคาหน่วยความจำและรายได้ตลาดโมดูลในปีนั้น
ผู้ผลิตโมดูลจึงให้ความสำคัญกับภาคอุตสาหกรรมและเซิร์ฟเวอร์องค์กรเพิ่มขึ้น พร้อมปรับพอร์ตผลิตภัณฑ์ไปสู่ DDR5 ภาพที่รายงานนำเสนอคือความต้องการจากองค์กร ดาต้าเซ็นเตอร์ และโครงสร้างพื้นฐาน AI มีบทบาทมากขึ้นในการกำหนดทิศทางการจัดหาหน่วยความจำ
Kingston ระบุว่าขนาดการจัดซื้อและการบริหารสินค้าคงคลังช่วยให้บริษัทรองรับความต้องการจากช่องทางจำหน่ายได้ในปี 2568 โดยเฉพาะครึ่งหลังที่ราคา DRAM เพิ่มขึ้น พร้อมกับการเติบโตของธุรกิจ B2B จากลูกค้าองค์กร ดาต้าเซ็นเตอร์ และอุตสาหกรรม
สิ่งที่บริษัทเน้นสำหรับลูกค้ากลุ่มนี้คือความต่อเนื่องในการจัดหาผลิตภัณฑ์ โซลูชันที่ผ่านการตรวจสอบ และการสนับสนุนระยะยาว โดยผลิตภัณฑ์หน่วยความจำ DDR4 ถึง DDR5 ครอบคลุมการใช้งานหลายประเภท
Kingston มองว่ากลยุทธ์ระยะยาว ความสัมพันธ์กับซัพพลายเออร์ การคาดการณ์ทิศทางตลาด และการบริหารคลังเป็นส่วนสำคัญที่ช่วยสนับสนุนลูกค้าและพันธมิตรต่อเนื่อง โดยธุรกิจ B2B เป็นหนึ่งในแรงขับเคลื่อนการเติบโตของบริษัท
อันดับ 1 และส่วนแบ่งรายได้ประมาณ 62% ของ Kingston จึงมาพร้อมบริบทตลาดปี 2568 ที่โต 59% และความต้องการหน่วยความจำจากฝั่งเซิร์ฟเวอร์ AI กับองค์กรที่เพิ่มขึ้น บริษัทมีโซลูชัน DDR4 ถึง DDR5 สำหรับทั้งพีซีและระบบธุรกิจ ติดตามข้อมูลผลิตภัณฑ์ได้ที่ เว็บไซต์ Kingston ทางการ
ติดตามข้อมูลข่าวสารน่าสนใจได้ทาง www.zanzab.com และช่องทางโซเชียล
Facebook , YouTube , Instagram และ Tiktok