
anitech (แอนิเทค) จับมือ TikTok Shop ขยายช่องทางจำหน่ายออนไลน์ พร้อมตั้งเป้าเพิ่มเครือข่าย Affiliate เป็น 10,000 รายภายในปี 2571 ในจังหวะที่แบรนด์ก้าวสู่ปีที่ 22 ของการดำเนินธุรกิจ แผนครั้งนี้เชื่อมการขายผ่านครีเอเตอร์เข้ากับดีลเลอร์ออฟไลน์ และเพิ่มสินค้าไลฟ์สไตล์ผ่านคอลเลกชัน Cat Company กับ Miffy
โธมัส-พิชเยนทร์ หงษ์ภักดี ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท สมาร์ท ไอดี กรุ๊ป จำกัด เจ้าของแบรนด์ anitech อธิบายว่า ผู้บริโภคค้นพบสินค้าจากวิดีโอสั้น รีวิว และคำแนะนำของครีเอเตอร์มากขึ้น TikTok Shop จึงเป็นช่องทางที่แบรนด์ใช้เชื่อมคอนเทนต์กับการซื้อสินค้า หรือ Shoppertainment ตั้งแต่สินค้าเพื่อการเรียนและทำงาน ไปจนถึงของใช้ในบ้าน
บริษัทเปิดรับ Content Creator และ Affiliate จากทั่วประเทศให้ร่วมทำคอนเทนต์ รีวิว และแนะนำสินค้าผ่านระบบติดตะกร้า โดยวางเป้าหมายขยายเครือข่ายไว้ดังนี้
พอร์ตสินค้ามากกว่า 1,000 SKU เป็นฐานให้ครีเอเตอร์เลือกเล่าเรื่องที่ตรงกับความสนใจและผู้ติดตามของตน ทั้งกลุ่มเทคโนโลยี อุปกรณ์ทำงาน สินค้าไลฟ์สไตล์ และคาแรคเตอร์คอลเลกชัน ผู้บริหารระบุว่าต้องการพัฒนา Creator Ecosystem ที่ครีเอเตอร์เติบโตไปพร้อมกับแบรนด์ในระยะยาว
ด้านเทคโนโลยี anitech ระบุว่ามีการนำ AI มาใช้ในระบบบริหารจัดการภายในแล้ว ส่วนบทบาทของ AI ในการช่วยนักชอปเลือกสินค้านั้น เป็นทิศทางอนาคตที่ผู้บริหารมองว่าจะมีความสำคัญมากขึ้นต่อพฤติกรรมการซื้อ

ควบคู่กับการรุกออนไลน์ anitech ยังคงให้ความสำคัญกับร้านค้าและเครือข่ายดีลเลอร์ทั่วประเทศ ภายใต้กลยุทธ์ Omni-Channel ที่เชื่อมการรับรู้สินค้าและการซื้อเข้าด้วยกัน ผู้บริหารยกตัวอย่างว่า คนอาจรู้จักสินค้าจาก TikTok แล้วไปซื้อที่ร้านใกล้บ้าน หรือเคยซื้อจากร้านค้าแล้วกลับมาติดตามคอนเทนต์เพื่อค้นพบสินค้าใหม่ทางออนไลน์
บริษัทระบุว่าส่งมอบสินค้าไปแล้วกว่า 20 ล้านชิ้น และตั้งเป้าขยับยอดส่งมอบรวมเป็น 25 ล้านชิ้นภายในปี 2571 ครอบคลุมตลาดไทย เมียนมา กัมพูชา ลาว เวียดนาม และตลาดอื่นในอาเซียน พร้อมมองหาโอกาสทางการค้าในประเทศใหม่ ๆ ต่อไป
anitech ยังพัฒนาสินค้าใหม่กว่า 100 SKU ต่อปี เพื่อเติมความหลากหลายให้พอร์ต Consumer Electronics ขนาดเล็ก โดยโธมัสกล่าวถึงการรักษาความเชื่อมั่นผ่านคุณภาพ ดีไซน์ และความรับผิดชอบต่อผู้บริโภค รวมถึงการปฏิบัติตามมาตรฐานและข้อกำหนดของหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง เช่น มอก. และ กสทช. ตลอดจนข้อกำหนดด้านภาษี

อีกด้านของการขยายฐานลูกค้าคือ Character Marketing ที่นำคาแรคเตอร์มาออกแบบร่วมกับสินค้าเทคโนโลยี anitech เริ่มจาก Snoopy แห่ง PEANUTS จากฝั่งอเมริกา ซึ่งร่วมกับแบรนด์เข้าสู่ปีที่ 4 ตามด้วย Sanrio ในปี 2567 และเพิ่ม Cat Company ผลงานคนไทย กับ Miffy จากเนเธอร์แลนด์ในช่วงไตรมาส 4 ปี 2569

โธมัสมองว่าสินค้าเทคโนโลยีสามารถสะท้อนบุคลิกและความชอบของผู้ใช้ได้ การร่วมงานกับ Cat Company จึงเป็นโอกาสสนับสนุนนักสร้างสรรค์ไทยให้เข้าถึงผู้บริโภคกว้างขึ้น ส่วน Miffy เพิ่มความหลากหลายด้านดีไซน์ผ่านความร่วมมือกับคาแรคเตอร์จากต่างประเทศ โดยบริษัทยังคงให้ความสำคัญกับฟังก์ชันและการใช้งานจริงของสินค้า
ในระยะยาว anitech วางแผนสร้างพันธมิตรเชิงกลยุทธ์กับบริษัทต่างประเทศ เพื่อเข้าถึงเทคโนโลยี องค์ความรู้ และโอกาสธุรกิจใหม่ พร้อมพัฒนาระบบบริหารที่ส่งต่อธุรกิจสู่คนรุ่นต่อไป ภายใต้แนวคิด “คิดอย่างสตาร์ทอัพ ดำเนินธุรกิจอย่างเอสเอ็มอี และบริหารจัดการด้วยมาตรฐานบริษัทมหาชน”
แผนของ anitech ในปีที่ 22 จึงเชื่อมเครือข่ายครีเอเตอร์ ช่องทางร้านค้า และสินค้าไลฟ์สไตล์เข้าด้วยกัน เพื่อเดินหน้าเป้าหมาย Affiliate 10,000 รายและยอดส่งมอบสินค้า 25 ล้านชิ้นภายในปี 2571 ติดตามข้อมูลแบรนด์และผลิตภัณฑ์ได้ที่ เว็บไซต์ anitech
ติดตามข้อมูลข่าวสารน่าสนใจได้ทาง www.zanzab.com และช่องทางโซเชียล
Facebook , YouTube , Instagram และ Tiktok