
ลาซาด้า แพลตฟอร์มอีคอมเมิร์ซในเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ ผนึกกำลังกับ Meta เข้าร่วมโปรแกรม Facebook Affiliate Partnerships เปิดทางให้คอนเทนต์ครีเอเตอร์ในไทย สิงคโปร์ มาเลเซีย อินโดนีเซีย เวียดนาม และฟิลิปปินส์ ปักตะกร้าสินค้าจากลาซาด้าลงบนคอนเทนต์ Facebook ได้โดยตรงตั้งแต่วันที่ 9 กรกฎาคม 2569 พร้อมรับค่าคอมมิชชันทุกครั้งที่ผู้ติดตามสั่งซื้อสำเร็จ และเตรียมขยายไปยัง Instagram ในลำดับถัดไป
ก่อนหน้านี้ครีเอเตอร์ที่รีวิวสินค้าบน Facebook ต้องพึ่งลิงก์ภายนอกให้ผู้ติดตามกดตาม แล้วสลับแอปไปหน้าชำระเงินอีกที ขั้นตอนที่ขาดตอนแบบนี้ทำให้ทั้งครีเอเตอร์ แบรนด์ และผู้ขายเสียโอกาสปิดการขายกลางทาง ความร่วมมือครั้งนี้แก้จุดนั้นด้วยการให้ครีเอเตอร์ค้นหาสินค้าจากลาซาด้าและปักตะกร้าลงบน Reels หรือโพสต์ Feed ได้เลยในแอปเดียว
เมื่อผู้ติดตามเห็นตะกร้าสินค้าที่ปักไว้ในคลิปหรือโพสต์ สามารถแตะเข้าสู่หน้าสินค้าบนลาซาด้าได้ทันทีโดยไม่ต้องออกจากคอนเทนต์ไปค้นหาเอง จุดนี้ตัดขั้นตอนที่เคยทำให้นักช้อปเปลี่ยนใจกลางทางออกไปทั้งหมด
ครีเอเตอร์จะได้รับค่าคอมมิชชันจากทุกคำสั่งซื้อที่ลูกค้าทำสำเร็จผ่านลิงก์ที่ปักไว้ ระบบคำนวณให้อัตโนมัติหลังออเดอร์ผ่านการยืนยัน ไม่ต้องรอส่งลิงก์ให้ตรวจสอบเหมือนโปรแกรม affiliate แบบเดิมที่หลายคนเคยใช้
ตัวเลขสองชุดที่ลาซาด้าอ้างอิงอธิบายจังหวะเวลาของความร่วมมือนี้ได้ชัดเจนว่าทำไมต้องเป็นตอนนี้
ปัจจุบันการซื้อขายผ่านช่องทางวิดีโอคิดเป็นสัดส่วนราว 25% ของยอดขายรวมสินค้าบนอีคอมเมิร์ซทั่วเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ ตัวเลขนี้ชี้ว่าคอนเทนต์วิดีโอปิดการขายได้จริงในสัดส่วนหนึ่งในสี่ของตลาดทั้งหมดแล้ว
ข้อมูลปี 2567 ระบุว่า 82% ของผู้บริโภคในภูมิภาคซื้อสินค้าตามคำแนะนำของอินฟลูเอนเซอร์ เมื่อพฤติกรรมส่วนใหญ่เอียงไปทางนี้อยู่แล้ว การเปิดให้ปักตะกร้าตรงในคอนเทนต์จึงเป็นการเติมเครื่องมือให้ตรงกับพฤติกรรมที่เกิดขึ้นอยู่แล้ว ไม่ใช่การสร้างพฤติกรรมใหม่ขึ้นมา
พันธมิตร Affiliate ของลาซาด้าที่ต้องการเริ่มใช้งานทำได้ตามลำดับนี้
ความร่วมมือกับ Meta ไม่ใช่จุดเริ่มต้นของการลงทุนด้าน creator commerce ของลาซาด้า ปี 2568 ลาซาด้าลงทุนไปแล้ว 100 ล้านดอลลาร์สหรัฐในโปรแกรม LazAffiliate เพื่อเพิ่มค่าคอมมิชชัน สนับสนุนค่าตอบแทนจากแคมเปญ คูปองส่วนลดเฉพาะบุคคล หน้าร้านที่ปรับแต่งเองได้ และเครื่องมือวัดผลสำหรับพันธมิตรในเครือข่าย
Jared Chan หัวหน้าฝ่าย Affiliate ลาซาด้า กรุ๊ป ระบุว่า ความร่วมมือกับ Meta ช่วยยกระดับประสบการณ์การช้อปให้สะดวกยิ่งขึ้น ตั้งแต่การค้นพบสินค้าบน Facebook และ Instagram ไปสู่การสั่งซื้อบนลาซาด้า ประสบการณ์ที่ไร้รอยต่อตั้งแต่ขั้นตอนการค้นหาไปจนถึงการชำระเงิน ช่วยให้แบรนด์และผู้ขายเชื่อมต่อกับลูกค้าได้อย่างมีประสิทธิภาพมากขึ้น พร้อมมอบประสบการณ์การช้อปปิ้งที่ดีขึ้นให้แก่ผู้บริโภคทั่วเอเชียตะวันออกเฉียงใต้
ก้าวต่อไปของลาซาด้าคือการขยายฟีเจอร์ปักตะกร้าไปยัง Instagram ในเร็ว ๆ นี้ พร้อมเปิดทางให้แบรนด์และผู้ขายเข้าถึงครีเอเตอร์ในเครือข่ายได้ตรงจุดมากขึ้น ขณะที่ฝั่งนักช้อปจะเห็นคอนเทนต์ที่สร้างแรงบันดาลใจแปรเปลี่ยนเป็นคำสั่งซื้อได้ในไม่กี่แตะ
ติดตามข้อมูลข่าวสารน่าสนใจได้ทาง www.zanzab.com และช่องทางโซเชียล
Facebook , YouTube , Instagram และ Tiktok