เสียวหมี่ ทำสถิติใหม่ปี 2568 รายรับทะลุ 457 พันล้านหยวน EV-AI ขับเคลื่อนการเติบโต

GogolicoNewsPR28 มีนาคม 256938 Views

เสียวหมี่ปิดปี 2568 ด้วยผลประกอบการระดับประวัติศาสตร์ รายรับรวมแตะ 457.3 พันล้านหยวน เติบโต 25.0% จากปีก่อน ขณะที่กำไรสุทธิที่ปรับแล้วพุ่งสูงถึง 39.2 พันล้านหยวน เพิ่มขึ้น 43.8% กลุ่มธุรกิจรถยนต์ไฟฟ้าอัจฉริยะและ AI ก้าวขึ้นเป็นแรงขับเคลื่อนสำคัญในการเติบโตครั้งนี้

ตัวชี้วัดหลักหลายรายการของกลุ่มบริษัทพุ่งทะลุระดับสูงสุดพร้อมกันในคราวเดียว ทั้งรายรับจากธุรกิจ IoT และไลฟ์สไตล์ รายรับจากบริการอินเทอร์เน็ต และรายรับจากกลุ่มธุรกิจรถยนต์ไฟฟ้าอัจฉริยะ ซึ่งสะท้อนให้เห็นว่ากลยุทธ์ “Human × Car × Home” ของบริษัทกำลังส่งผลเป็นรูปธรรมในทุกกลุ่มธุรกิจ

EV และ AI: จากธุรกิจใหม่สู่แรงขับเคลื่อนหลัก

ปี 2568 ถือเป็นปีแรกที่กลุ่มธุรกิจรถยนต์ไฟฟ้าอัจฉริยะ (Smart EV), AI และโครงการริเริ่มใหม่ดำเนินงานครบรอบปีเต็ม และส่งผลลัพธ์เกินความคาดหมาย รายรับของกลุ่มธุรกิจนี้แตะ 106.1 พันล้านหยวน เพิ่มขึ้น 223.8% จากปีก่อน โดยในไตรมาสที่สี่เพียงไตรมาสเดียว รายรับสูงถึง 37.2 พันล้านหยวน คิดเป็น 31.8% ของรายรับรวมทั้งกลุ่มบริษัท

สิ่งที่สำคัญยิ่งกว่าตัวเลขรายรับคือการที่กลุ่มธุรกิจนี้สร้างรายรับจากการดำเนินงานทั้งปีเป็นบวกได้เป็นครั้งแรก โดยมีรายรับจากการดำเนินงานอยู่ที่ 0.9 พันล้านหยวน ซึ่งพิสูจน์ว่าธุรกิจ EV ของเสียวหมี่ผ่านพ้นช่วงลงทุนหนักมาสู่โหมดทำกำไรได้แล้ว

ด้านยอดส่งมอบรถยนต์ ตลอดปี 2568 เสียวหมี่ส่งมอบรถยนต์ไฟฟ้าอัจฉริยะรวม 411,082 คัน โดย Xiaomi SU7 Series ครองอันดับ 1 ในกลุ่มรถซีดานราคาตั้งแต่ 200,000 หยวนขึ้นไปในจีนแผ่นดินใหญ่ตลอดทั้งปี ขณะที่ Xiaomi YU7 Series ครองแชมป์ยอดขาย SUV ขนาดกลางถึงใหญ่ต่อเนื่อง 7 เดือนนับถึงเดือนกุมภาพันธ์ 2569

สำหรับปี 2569 บริษัทตั้งเป้าส่งมอบรถยนต์ให้ได้ 550,000 คัน พร้อมขยายเครือข่ายจำหน่ายและบริการต่อเนื่อง ปัจจุบันมีศูนย์จำหน่ายรวม 477 แห่งครอบคลุม 138 เมืองทั่วจีนแผ่นดินใหญ่ และในเดือนมีนาคม 2569 Xiaomi SU7 รุ่นใหม่ได้รับยอดสั่งซื้อล่วงหน้ามากกว่า 15,000 คันภายใน 34 นาทีแรก และเกิน 30,000 คันภายใน 3 วัน

สมาร์ตโฟนยังแกร่ง ครองอันดับ 3 โลกต่อเนื่องปีที่ 5

ธุรกิจสมาร์ตโฟนซึ่งเป็นธุรกิจหลักดั้งเดิมยังคงรักษาโมเมนตัมได้อย่างมั่นคง รายรับรวมทั้งปีอยู่ที่ 186.4 พันล้านหยวน พร้อมยอดจัดส่งทั่วโลก 165.2 ล้านเครื่อง ตามรายงานของ Omdia เสียวหมี่ยังคงครองอันดับสามของโลกด้านยอดจัดส่งสมาร์ตโฟนด้วยส่วนแบ่งการตลาด 13.3% ต่อเนื่องเป็นปีที่ 5

กลยุทธ์ยกระดับสินค้าสู่กลุ่มพรีเมียม (premiumization) ให้ผลชัดเจน สมาร์ตโฟนราคาตั้งแต่ 3,000 หยวนขึ้นไปคิดเป็น 27.1% ของยอดขายในจีนแผ่นดินใหญ่ ซึ่งเป็นสถิติสูงสุดที่บริษัทเคยทำได้ ในกลุ่มราคา 4,000–6,000 หยวน เสียวหมี่มีส่วนแบ่งการตลาดสูงถึง 17.3%

ในตลาดโลก สมาร์ตโฟนเสียวหมี่ติดหนึ่งในสามอันดับแรกใน 58 ประเทศ และหนึ่งในห้าอันดับแรกใน 70 ประเทศและภูมิภาค โดยในเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ครองอันดับ 2 ด้วยส่วนแบ่ง 17.0% และในยุโรปครองอันดับ 3 ด้วยส่วนแบ่ง 20.3% เพิ่มขึ้น 0.6 จุดเปอร์เซ็นต์จากปีก่อน

IoT พลิกสถิติ อุปกรณ์เชื่อมต่อแตะ 1,079 ล้านเครื่อง

กลุ่มผลิตภัณฑ์ IoT และไลฟ์สไตล์ทำสถิติสูงสุดทั้งรายรับและอัตรากำไรขั้นต้น รายรับรวมทั้งปีอยู่ที่ 123.2 พันล้านหยวน เพิ่มขึ้น 18.3% จากปีก่อน ขณะที่อัตรากำไรขั้นต้นปรับตัวขึ้น 2.8 จุดเปอร์เซ็นต์เป็น 23.1% ธุรกิจเครื่องใช้ไฟฟ้าอัจฉริยะขนาดใหญ่อย่างเครื่องปรับอากาศ ตู้เย็น และเครื่องซักผ้าต่างทำยอดสูงสุดเป็นประวัติการณ์

ณ สิ้นปี 2568 มีอุปกรณ์ IoT เชื่อมต่อกับแพลตฟอร์ม AIoT ของเสียวหมี่รวม 1,079.2 ล้านเครื่อง เพิ่มขึ้น 19.3% จากปีก่อน ผู้ใช้ที่มีอุปกรณ์เชื่อมต่อตั้งแต่ 5 เครื่องขึ้นไปมีจำนวน 22.7 ล้านราย สะท้อนถึงการหยั่งรากลึกของระบบนิเวศในชีวิตประจำวันของผู้ใช้งาน

ด้านบริการอินเทอร์เน็ต รายรับรวมทั้งปีทำสถิติสูงสุดที่ 37.4 พันล้านหยวน เพิ่มขึ้น 9.7% จากปีก่อน ในเดือนธันวาคม 2568 จำนวนผู้ใช้งานต่อเดือน (MAU) ทั่วโลกแตะ 754.1 ล้านราย เพิ่มขึ้น 7.4% จากปีก่อน

AI และหุ่นยนต์: เดิมพันครั้งใหญ่สู่อนาคต

เสียวหมี่ทุ่มงบวิจัยและพัฒนาตลอดปี 2568 รวม 33.1 พันล้านหยวน เพิ่มขึ้น 37.8% จากปีก่อน และมีบุคลากรด้าน R&D เพิ่มขึ้นเป็น 25,457 คน การลงทุนด้าน R&D สะสมในช่วง 5 ปีที่ผ่านมามีมูลค่ารวมกว่า 105.5 พันล้านหยวน พร้อมวางแผนลงทุนด้าน AI อีกไม่ต่ำกว่า 6 หมื่นล้านหยวนในอีก 3 ปีข้างหน้า

บริษัทเปิดตัวโมเดล AI ที่พัฒนาเองรวม 3 รุ่น ได้แก่ Xiaomi MiMo-V2-Pro โมเดลพื้นฐานเรือธง, Xiaomi MiMo-V2-Omni โมเดลแบบ Omni-modal และ Xiaomi MiMo-V2-TTS สำหรับการสั่งงานด้วยเสียง โดย MiMo-V2-Pro ติดอันดับ 1 โลกด้านปริมาณการเรียกใช้งานรายสัปดาห์บนแพลตฟอร์ม OpenRouter ภายในเวลาไม่ถึงหนึ่งสัปดาห์หลังเปิดตัว

ในส่วนของหุ่นยนต์อุตสาหกรรม เมื่อเดือนมีนาคม 2569 หุ่นยนต์ของเสียวหมี่ทำงานแบบอัตโนมัติต่อเนื่อง 3 ชั่วโมงในสายการผลิตโรงงานรถยนต์ไฟฟ้า ด้วยอัตราความสำเร็จ 90.2% ตามเวลาสายการผลิตที่ 76 วินาทีต่อคัน ซึ่งเป็นสัญญาณว่าการผสานรวม AI กับการผลิตอัจฉริยะของบริษัทกำลังก้าวเข้าสู่ระดับที่ใช้งานได้จริงในเชิงพาณิชย์

Human × Car × Home ไม่ใช่เพียงสโลแกนของเสียวหมี่อีกต่อไป แต่กำลังกลายเป็นระบบนิเวศที่จับต้องได้ผ่านตัวเลขผลประกอบการที่แข็งแกร่งที่สุดในประวัติศาสตร์บริษัท

Loading Next Post...
Search Trending
Popular
Loading

Signing-in 3 seconds...

Signing-up 3 seconds...