
Xiaomi เข้าร่วมงาน IFA 2026 เป็นครั้งแรก ที่กรุงเบอร์ลิน พร้อมสาธิตการใช้ AI เชื่อมมือถือ รถ และบ้านเข้าด้วยกันผ่านระบบนิเวศ Human × Car × Home ตั้งแต่เตรียมแอร์และไฟในบ้านก่อนเจ้าของกลับถึง ไปจนถึงสั่งให้อุปกรณ์หลายชิ้นทำงานต่อกันด้วยคำสั่งเดียว โดยรวบรวมผลิตภัณฑ์มากกว่า 380 รายการมาให้เห็นทั้งแนวคิดและตัวอย่างใช้งานจริง
การจัดงานของทางเสียวหมี่ มาพร้อมพื้นที่จัดแสดงกว่า 3,300 ตารางเมตร ถือเป็นบูธเดี่ยวในต่างประเทศที่ใหญ่ที่สุดของบริษัทเท่าที่เคยจัดมา ภายในแบ่งเป็น AI Tomorrow สำหรับแนวคิดอนาคต, AI Today สำหรับเทคโนโลยีที่นำมาใช้งานในปัจจุบัน และโซนผลิตภัณฑ์ Human × Car × Home ที่ครอบคลุมชีวิตส่วนตัว บ้าน และการเดินทาง
ตัวอย่างที่เห็นภาพได้ชัดคือช่วงขับรถกลับบ้าน ระบบนำข้อมูลเวลา ตำแหน่ง และสภาพอากาศมาช่วยปรับไฟกับเครื่องปรับอากาศล่วงหน้า พอกลับถึงบ้านแล้ว คำสั่งอย่าง “ปริ้นท์รูปที่ฉันเพิ่งถ่าย” ก็ให้อุปกรณ์หลายประเภททำงานร่วมกันจนเสร็จ ส่วนเวลาอ่านหนังสือ ระบบสามารถประสานไฟ ผ้าม่าน และอุณหภูมิให้เข้ากับกิจกรรมได้
เบื้องหลังการทำงานนี้คือ AI และ Xiaomi HyperOS ที่เชื่อมอุปกรณ์ส่วนบุคคล รถยนต์ และสมาร์ทโฮมของผู้ใช้เข้าด้วยกัน แนวทางที่บริษัทนำเสนอคือให้ AI เข้าใจบริบทและเจตนาเพื่อช่วยงานได้เชิงรุกมากขึ้น โดยการประสานงานระหว่างอุปกรณ์ยังอยู่ภายใต้การอนุญาตและการควบคุมของผู้ใช้

โซน AI Today ใช้ Xiaomi SU7 Max และพื้นที่จำลองทั้งห้องครัว ห้องนั่งเล่น ห้องนอน และห้องทำงานมาสาธิตประสบการณ์เหล่านี้ ขณะที่โซนผลิตภัณฑ์จัดของไว้ครบ 7 กลุ่ม ได้แก่ การทำอาหารและจัดเก็บอาหาร การทำความสะอาดบ้าน การจัดการอากาศภายในบ้าน ความบันเทิงภาพและเสียง ความปลอดภัยและการรักษาความปลอดภัย อุปกรณ์ส่วนบุคคล และการเดินทางอัจฉริยะ
การให้อุปกรณ์ต่างชนิดทำงานร่วมกันต้องมีทั้งซอฟต์แวร์และฮาร์ดแวร์รองรับ Xiaomi จึงนำความคืบหน้าของโมเดลและเทคโนโลยี AI ที่พัฒนาเองมาแสดงด้วย ทั้ง MiMo-V2.5-Pro, Xiaomi Miloco และ Xiaomi Miclaw ซึ่งมุ่งเพิ่มความสามารถด้านความเข้าใจ การให้เหตุผล และการลงมือทำ เพื่อช่วยจัดการภารกิจในโลกจริงที่ซับซ้อนขึ้น
ด้านชิป บริษัทเดินหน้าพัฒนาสถาปัตยกรรมประมวลผลและหน่วยประมวลผลประสาทเทียมหรือ NPU โดยเน้น AI ที่ทำงานบนอุปกรณ์ ประสิทธิภาพการทำงาน และการใช้พลังงาน ภายในงานมีการสาธิตพื้นฐานการประมวลผล AI รุ่นล่าสุดสำหรับอุปกรณ์และสถานการณ์ต่างๆ ในระบบ Human × Car × Home

หนึ่งในผลิตภัณฑ์ที่นำมาจัดแสดงคือ Xiaomi 18 Fold สมาร์ทโฟนเรือธงรุ่นแรกที่ใช้ชิป Xiaomi XRING O3 เจเนอเรชันถัดไป เป็นการนำการประมวลผลบนอุปกรณ์มารวมกับรูปแบบมือถือจอพับ และเป็นอีกส่วนของเทคโนโลยีที่ Xiaomi พัฒนาควบคู่ไปกับ HyperOS

Xiaomi CyberOne เป็นอีกจุดที่ผู้เข้าชมได้เห็นการทำงานของเทคโนโลยีโดยตรง หุ่นยนต์สามารถโต้ตอบด้วยท่าทางแบบเรียลไทม์ เช่น มินิฮาร์ตด้วยนิ้วและชูนิ้วโป้ง ขณะเดียวกันก็กำลังทดสอบภารกิจใน Xiaomi Auto Factory เพื่อพัฒนาการรับรู้ การควบคุม และการทำงานในสภาพแวดล้อมการผลิตจริง
Xiaomi ระบุว่าการทดลองใช้หุ่นยนต์ฮิวแมนนอยด์กับงานอย่างการขันน็อตในโรงงานรถยนต์ มีอัตราความสำเร็จเพิ่มจากประมาณ 90% เป็น 98% ภายใน 4 เดือน ข้อมูลนี้เป็นความคืบหน้าของงานผลิตที่นำมาทดสอบ และยังอยู่ในกระบวนการสำรวจการใช้งานหุ่นยนต์ในโรงงาน
การผลิตอัจฉริยะของบริษัทในจีนแผ่นดินใหญ่ครอบคลุมสมาร์ทโฟน รถยนต์ และเครื่องใช้ไฟฟ้า โดย Xiaomi Smart Factory มีกำลังผลิตสมาร์ทโฟนเรือธงประมาณ 10 ล้านเครื่องต่อปี ส่วน Xiaomi Smart Factory ที่อู่ฮั่นรวมงานวิจัยและพัฒนา การผลิต และการตรวจสอบคุณภาพ พร้อมห้องปฏิบัติการ 46 แห่ง ในช่วงความเร็วผลิตสูงสุด เครื่องปรับอากาศจะออกจากสายการผลิตได้ 1 เครื่องทุก 6.5 วินาที

ฝั่งยานยนต์มี Xiaomi Vision Gran Turismo เป็นไฮไลต์ในโซน AI Tomorrow รถไฮเปอร์คาร์ไฟฟ้าต้นแบบนี้สร้างขึ้นสำหรับแฟรนไชส์เกม Gran Turismo ในฐานะรถแนวคิดเสมือนจริง โดย Xiaomi ระบุว่าเป็นบริษัทเทคโนโลยีรายแรกที่เข้าร่วมโครงการ Vision Gran Turismo
รายละเอียดของรถเริ่มจากแนวคิด Shaped by the Wind ที่ได้แรงบันดาลใจจากการไหลของอากาศ มีห้องโดยสารทรงหยดน้ำและ Active Wake Control System ส่วนภายในใช้แนวคิด Racing on a Sofa ร่วมกับผู้ช่วยอัจฉริยะรูปวงแหวน Xiaomi Pulse เพื่อทดลองความเป็นไปได้ของงานออกแบบ สมรรถนะ และการโต้ตอบในรถแห่งอนาคต

อีกสองรุ่นที่จัดแสดงคือ Xiaomi SU7 รุ่นใหม่ และ Xiaomi SU7 Ultra โดย SU7 รุ่นใหม่เป็นซีดานไฟฟ้าอัจฉริยะที่ผสาน HyperOS กับระบบนิเวศของบริษัท เพื่อเชื่อมรถกับอุปกรณ์ส่วนตัวและสมาร์ทโฮม ส่วน SU7 Ultra เป็นรุ่นเรือธงด้านสมรรถนะ ซึ่งรุ่นผลิตจริงทำสถิติอย่างเป็นทางการประเภท Electric Executive Car ที่สนาม Nürburgring Nordschleife ในเดือนเมษายน 2025
Xiaomi Auto เริ่มส่งมอบรถคันแรกในเดือนมีนาคม 2024 และส่งมอบรถทุกรุ่นในจีนแผ่นดินใหญ่รวมมากกว่า 700,000 คันภายใน 2 ปี ตามข้อมูลภายในถึงเดือนมีนาคม 2569 ขณะที่ Xiaomi YU7 มียอดสั่งจองแบบล็อกสิทธิ์มากกว่า 240,000 คันในวันแรก ที่เปิดตัว ส่วนการเข้าสู่ตลาดยุโรป ซึ่งรวมถึงเยอรมนี เป็นแผนที่บริษัทคาดว่าจะเกิดขึ้นในปี 2027
ด้านบ้านอัจฉริยะ Mijia ประกาศขยายธุรกิจในยุโรปภายใต้แนวคิด The Art of Smart Living โดยเน้นเครื่องใช้ที่ตอบสนองต่อผู้ใช้ สภาพแวดล้อม และสถานการณ์ในบ้านได้ ผ่านแอป Xiaomi Home ผลิตภัณฑ์ Mijia ที่รองรับสามารถจัดการจากแพลตฟอร์มเดียวและทำงานร่วมกันได้ โดยมีผู้ใช้เป็นผู้อนุญาตและควบคุมการทำงาน
ปัจจุบัน Mijia มีผลิตภัณฑ์มากกว่า 2,000 รายการในกว่า 130 หมวดหมู่ ที่เชื่อมต่อผ่านระบบนิเวศเดียวกัน งานออกแบบอิงปรัชญา Alive ของ Xiaomi ใช้ความเรียบง่ายและรูปทรงที่เข้ากับพื้นที่อยู่อาศัย เพื่อให้ผลิตภัณฑ์แต่ละกลุ่มมีทิศทางการออกแบบร่วมกัน โดยผลิตภัณฑ์ Mijia ได้รับรางวัลด้านการออกแบบระดับนานาชาติมากกว่า 500 รางวัล
การขยาย Mijia ในยุโรปจึงเพิ่มทั้งตัวเลือกเครื่องใช้และประสบการณ์สมาร์ทโฮมในภูมิภาค ขณะที่การพัฒนา AI ระบบปฏิบัติการ และ IoT เป็นพื้นฐานให้เครื่องใช้ไฟฟ้าดั้งเดิมเข้ามาทำงานร่วมกับอุปกรณ์กลุ่มอื่นได้มากขึ้น
ระบบ Human × Car × Home พัฒนาต่อเนื่องมา 3 ปี โดยมีธุรกิจอุปกรณ์ส่วนบุคคลเป็นฐาน ข้อมูล Omdia สำหรับไตรมาส 2 ปี 2569 ระบุว่ายอดจัดส่งสมาร์ทโฟน Xiaomi อยู่ใน 3 อันดับแรกของโลกต่อเนื่อง 24 ไตรมาส แท็บเล็ตอยู่ลำดับ 4 ของโลก และติด 5 อันดับแรกต่อเนื่อง 9 ไตรมาส ส่วนอุปกรณ์สวมใส่ที่รวมสมาร์ทแบนด์และสมาร์ทวอทช์อยู่ลำดับ 2 ของโลก
แพลตฟอร์ม consumer AIoT ของบริษัทมีอุปกรณ์เชื่อมต่อมากกว่า 1.1 พันล้านเครื่อง โดยไม่นับสมาร์ทโฟน แท็บเล็ต และแล็ปท็อป และให้บริการผู้ใช้กับครัวเรือนมากกว่า 175 ล้านรายทั่วโลก ฐานอุปกรณ์เหล่านี้ครอบคลุมพื้นที่ส่วนตัว บ้าน และการเดินทาง ซึ่งเป็นขอบเขตที่บริษัทนำมาสาธิตการประสานงานของ AI ในงานนี้
ซู เฟย (Xu Fei) ประธานเจ้าหน้าที่ฝ่ายการตลาดของ Xiaomi อธิบายว่าบริษัทขยายจากสมาร์ทโฟนสู่สมาร์ทโฮมและรถยนต์ พร้อมลงทุนใน AI ระบบปฏิบัติการ ชิป และการผลิตอัจฉริยะ ยุโรปเป็นตลาดสำคัญที่การขยาย Mijia และแผนนำ Xiaomi Auto เข้าไปในปี 2027 จะทำให้ส่วนหลักของ Human × Car × Home เริ่มทำงานร่วมกันในภูมิภาค
ระหว่างปี 2026–2030 Xiaomi คาดว่าจะลงทุนวิจัยและพัฒนาทั่วโลกมากกว่า 24,000 ล้านยูโร ครอบคลุม AI ระบบปฏิบัติการ เซมิคอนดักเตอร์ที่พัฒนาเอง ยานยนต์อัจฉริยะ หุ่นยนต์ และการผลิตอัจฉริยะ ส่วนในยุโรปจะเสริมงานวิจัยและพัฒนา ผลิตภัณฑ์ การค้าปลีก และบริการในท้องถิ่นเพื่อรองรับการขยายธุรกิจ
การจัดแสดงครั้งนี้ทำให้เห็นภาพตั้งแต่มือถือจอพับที่ใช้ชิปของ Xiaomi ไปจนถึงบ้านที่เตรียมพร้อมก่อนผู้ใช้กลับถึง และรถที่เชื่อมกับอุปกรณ์ส่วนตัว โดยมีทั้งผลิตภัณฑ์ปัจจุบัน งานสาธิต และแนวคิดสำหรับอนาคตให้ติดตามต่อ ดูรายละเอียดเกี่ยวกับบริษัทและผลิตภัณฑ์ได้ที่ เว็บไซต์ Xiaomi ประเทศไทย
ติดตามข้อมูลข่าวสารน่าสนใจได้ทาง www.zanzab.com และช่องทางโซเชียล
Facebook , YouTube , Instagram และ Tiktok