เมอร์เซเดส-เบนซ์ ไทย EV โต 130% เปิดตัว FLEX Mobility Campaign

GogolicoGogolicoNews23 กรกฎาคม 2026165 Views

FLEX Mobility Campaign

เมอร์เซเดส-เบนซ์ ประเทศไทย แถลงผลประกอบการครึ่งปีแรกของปี 2569 ระบุยอดขายรถยนต์พลังงานไฟฟ้า 100% เติบโตกว่า 130% เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อน พร้อมรีแบรนด์ผลิตภัณฑ์ทางการเงินและบริการหลังการขายครั้งใหญ่ภายใต้ชื่อ FLEX Mobility Campaign เพื่อเพิ่มความยืดหยุ่นในการเป็นเจ้าของรถให้ลูกค้าทุกกลุ่ม โดยแคมเปญเริ่มให้บริการตั้งแต่วันที่ 1 สิงหาคม 2569 เป็นต้นไป

ยอดขายไทยครึ่งปีแรก 2569 กลุ่มรถไฟฟ้าโต 130% แรงหนุนจาก electric CLA

ตัวเลขจดทะเบียนสะสมของเมอร์เซเดส-เบนซ์ ในไทยอยู่ที่ 3,557 คัน และยอดขายรวม 2,845 คัน โดยเซกเมนต์รถยนต์พลังงานไฟฟ้า 100% เป็นตัวชูโรงด้วยอัตราเติบโต 130% ซึ่งมาจากการเปิดตัว The all-new electric CLA เมื่อต้นปีที่ผ่านมา รุ่นนี้ทำยอดขายได้ 300 คันภายในเวลาเพียง 2 เดือน สะท้อนแรงตอบรับที่เร็วกว่ารุ่นก่อนหน้าในกลุ่มเดียวกัน

electric CLA ยอดจองค้างทะลุ 1,350 คัน ขณะกำลังผลิตอยู่ที่ 100-200 คันต่อเดือน

นอกจากยอดขายที่ปิดไปแล้ว electric CLA ยังมียอดจองสะสมรออีกกว่า 1,350 คัน ขณะที่กำลังการผลิตของโรงงานกลุ่มธนบุรี (Thonburi Group) ทำได้ที่ 100 ถึง 200 คันต่อเดือน หมายความว่าลูกค้าที่จองในช่วงนี้อาจต้องรอส่งมอบยาวถึงปลายปีกว่าคิวจะหมุนมาถึง ตัวเลขนี้ชี้ให้เห็นว่าความต้องการรถไฟฟ้าในกลุ่มพรีเมียมยังคงมาแรง แม้ราคาจะสูงกว่ารถยนต์สันดาปรุ่นใกล้เคียง โดยแบตเตอรี่แรงดันสูงของรุ่นนี้ผลิตร่วมกับบริษัท เพาเวอร์ เทค เอ็นเนอยี โซลูชั่น จำกัด ซึ่งเป็นพันธมิตรเฉพาะสำหรับสายการผลิตในไทย

ตลาดโลกไตรมาส 2 ปี 2569 ทำยอดขาย 511,900 คัน กลุ่มไฟฟ้าโต 50%

ในภาพรวมทั่วโลก เมอร์เซเดส-เบนซ์ ทำยอดขายไตรมาส 2 ได้ 511,900 คัน โดยกลุ่มรถยนต์พลังงานไฟฟ้า 100% เติบโต 50% ด้วยยอดขาย 52,900 คัน คิดเป็นสัดส่วน 13% ของยอดขายรวมกลุ่ม Passenger Cars ตัวเลขนี้มาจากรุ่นใหม่อย่าง electric CLA และ GLC เป็นหลัก ซึ่งเพิ่งเปิดตัวในช่วงที่ผ่านมา

electric C-Class เปิดจองแล้ว ส่วน electric GLA เตรียม World Premiere ปลายเดือนนี้

The all-new electric C-Class เริ่มเปิดรับจองตั้งแต่เดือนพฤษภาคมที่ผ่านมา ขณะที่ The all-new electric GLA มีกำหนด World Premiere ในช่วงปลายเดือนกรกฎาคมนี้ เท่ากับว่าเมอร์เซเดส-เบนซ์ กำลังทยอยเติมพอร์ตรถไฟฟ้าให้ครบทุกเซกเมนต์ราคาในเวลาไล่เลี่ยกัน ส่วนกลุ่ม Top-End Vehicle อย่าง The new S-Class และ The new Mercedes-Maybach S-Class ที่เปิดตัวในไตรมาสแรกของปี ก็มีแผนเปิดตัวอย่างเป็นทางการในไทยช่วงปลายปีนี้เช่นกัน

FLEX Mobility Campaign รวมประกัน ดูแลรักษา และรับประกันไว้ในแพ็กเกจเดียว

เมอร์เซเดส-เบนซ์ ประเทศไทย ใช้โอกาสนี้เปิดตัว FLEX Mobility Campaign พร้อมรีแบรนด์ผลิตภัณฑ์การเงินและบริการหลังการขายทั้งหมดให้อยู่ภายใต้แพ็กเกจเดียวชื่อ StarChoice ประกอบด้วยแผนประกันภัยชั้น 1 StarProtection (ชื่อเดิม MB Protection) โปรแกรมบำรุงรักษาตามระยะทาง StarCare (ชื่อเดิม MBSP Easy Care) และโปรแกรมขยายระยะเวลารับประกันคุณภาพ StarGuarantee (ชื่อเดิม MBSP Extra Guarantee)

StarChoice เริ่มต้น 3,000 บาท เต็มแพ็กเกจ 6,000 บาทต่อเดือน ประหยัดได้สูงสุด 400,000 บาท

FLEX Mobility Campaign

ลูกค้าเลือกเสริมออปชันได้ 3 รูปแบบ เริ่มจากแพ็กเกจ 1 รายการราคา 3,000 บาท แพ็กเกจ 2 รายการราคา 5,000 บาท ไปจนถึง Full Package ที่ครอบคลุมทั้ง 3 รายการตลอดสัญญา 3-5 ปี ในราคา 6,000 บาทต่อเดือน โดยยอดนี้จะถูกรวมเข้ากับค่างวดเริ่มต้นของรถยนต์รุ่นที่เลือก บริษัทระบุว่าลูกค้าประหยัดได้สูงสุดถึง 400,000 บาทเมื่อเทียบกับการซื้อแพ็กเกจแยกในราคาปกติ

8 รุ่นรถเข้าร่วมเฟสแรก แบ่งตามเงินดาวน์ 500,000 และ 750,000 บาท

FLEX Mobility Campaign

เฟสแรกของแคมเปญครอบคลุมรถยนต์ 8 รุ่น แบ่งเป็น 2 กลุ่มตามเงินดาวน์ กลุ่มแรกเริ่มที่เงินดาวน์ 500,000 บาท ได้แก่ GLA 200 AMG Dynamic (Night Edition) ผ่อนเริ่มต้น 27,000 บาท electric CLA ผ่อนเริ่มต้น 30,000 บาท C 220 d AMG Line (Night Edition) ผ่อนเริ่มต้น 30,000 บาท และ C 350 e AMG Dynamic (Night Edition) ผ่อนเริ่มต้น 34,000 บาท ส่วนกลุ่มที่สองเริ่มที่เงินดาวน์ 750,000 บาท ได้แก่ E 220 d AMG Line ผ่อนเริ่มต้น 36,500 บาท E 350 e AMG Dynamic ผ่อนเริ่มต้น 36,500 บาท E 350 e Exclusive ผ่อนเริ่มต้น 30,500 บาท และ GLC 350 e 4MATIC Coupe AMG Dynamic ผ่อนเริ่มต้น 40,000 บาท

กลุ่ม Top-End และรถเชิงพาณิชย์โตแรงรับปีฉลอง 140 ปี

FLEX Mobility Campaign

นอกจากรถไฟฟ้า กลุ่ม Top-End Vehicle ก็ทำผลงานได้ดีในครึ่งปีแรก โดยแบรนด์ Mercedes-Maybach เติบโต 83% และ G-Class เติบโต 100% ส่วนรถยนต์กลุ่มปลั๊กอินไฮบริดเติบโตรวมทั้งเซกเมนต์ 34%

Sprinter โต 83% V-Class โต 14% หนุนกลุ่มรถเชิงพาณิชย์

ฝั่งรถตู้เชิงพาณิชย์ก็เติบโตต่อเนื่องเช่นกัน นำโดย Sprinter ที่เติบโต 83% และ V-Class เติบโต 14% ตอกย้ำว่าการเติบโตของเมอร์เซเดส-เบนซ์ ในไทยไม่ได้จำกัดอยู่แค่กลุ่มรถยนต์นั่งส่วนบุคคลเท่านั้น

คุณคริสเตียน เชลล์ ประธานบริหารและกรรมการผู้จัดการใหญ่ บริษัท เมอร์เซเดส-เบนซ์ (ประเทศไทย) จำกัด ระบุว่าตัวเลขผลประกอบการครึ่งปีแรกทั้งในระดับโลกและในไทย แสดงให้เห็นว่าบริษัทยังสร้างการเติบโตได้อย่างมีนัยสำคัญท่ามกลางความท้าทายรอบด้าน โดยเฉพาะการเติบโตในเซกเมนต์รถยนต์พลังงานไฟฟ้า 100% ซึ่งมาจากแผนขยาย Product Portfolio ของแบรนด์ พร้อมระบุว่าครึ่งปีหลังจะมีโมเดลใหม่เข้ามาสร้างความคึกคักให้อุตสาหกรรมรถยนต์ไทยอีกมาก ทั้งในกลุ่มรถไฟฟ้า 100% และกลุ่ม Top-End Vehicle นอกจากนี้ในปี 2569 ซึ่งเป็นปีที่แบรนด์ฉลองครบรอบ 140 ปีแห่งนวัตกรรมยานยนต์ กลยุทธ์สำคัญอีกด้านคือการยึดลูกค้าเป็นศูนย์กลางผ่านโมเดลธุรกิจ Retail of the Future และการยกระดับประสบการณ์การเป็นเจ้าของรถผ่าน FLEX Mobility Campaign ที่แบ่งเป็น 3 ช่วง คือ Pre-FLEX ขั้นตอนเลือกแพ็กเกจผ่าน StarChoice ก่อนซื้อ We-FLEX ช่วงออกแบบประสบการณ์ร่วมกับลูกค้าผ่านกิจกรรมไลฟ์สไตล์ระหว่างการเป็นเจ้าของ และ Re-FLEX เมื่อครบสัญญาที่ลูกค้าเลือกได้ 3 ทาง คือคืนรถ ขยายเวลาผ่อนชำระ หรือโอนกรรมสิทธิ์รถยนต์

ก้าวต่อไปของเมอร์เซเดส-เบนซ์ ในไทยคือการทยอยส่งมอบ electric CLA ให้ทันกับยอดจองที่ค้างอยู่ พร้อมเปิดตัว electric GLA แบบ World Premiere ปลายเดือนกรกฎาคมนี้ ตามด้วยแผนเปิดตัว S-Class และ Mercedes-Maybach S-Class อย่างเป็นทางการในไทยช่วงปลายปี ซึ่งจะเป็นตัวชี้วัดว่าแคมเปญ FLEX จะช่วยดึงลูกค้ากลุ่มใหม่เข้ามาได้มากน้อยแค่ไหนในช่วงครึ่งปีหลัง

Loading Next Post...
Search Trending
Loading

Signing-in 3 seconds...

Signing-up 3 seconds...