
Ming-Chi Kuo นักวิเคราะห์ผู้เชี่ยวชาญด้านห่วงโซ่อุปทานของ Apple ระบุว่า iPhone Ultra สมาร์ตโฟนจอพับรุ่นแรกของ Apple จะเผชิญปัญหาสินค้าจำกัดทันทีที่เริ่มวางขายในไตรมาส 3 ปี 2026 โดยลูกค้าอาจต้องรอนานถึง 4-6 สัปดาห์กว่าจะได้รับเครื่อง เปิดช่องให้พ่อค้าคนกลางฉวยจังหวะขายต่อในราคาที่พุ่งสูงกว่าราคาตั้งต้นถึง 50-100%
Kuo คาดว่า Apple จะตั้งราคาขาย iPhone Ultra ไว้ที่ 2,300-2,500 ดอลลาร์ ตามระดับความซับซ้อนของจอพับและวัสดุ Liquidmetal ที่ใช้ในบานพับ ด้วยกำลังการผลิตช่วงแรกที่จำกัดและความต้องการที่คาดว่าจะสูงจากความแปลกใหม่ของฟอร์มแฟกเตอร์นี้ ราคาขายต่อในตลาดมือสองจึงมีโอกาสพุ่งสูงกว่าราคาป้ายได้ถึงเท่าตัว
จากราคาตั้งต้น 2,500 ดอลลาร์ พ่อค้ารีเซลที่จับจองเครื่องได้ตั้งแต่วันแรกอาจทำกำไรได้ระหว่าง 1,250-2,500 ดอลลาร์ต่อเครื่อง แต่หน้าต่างทำกำไรนี้จะอยู่ได้ไม่นาน เพราะมีงานวิจัยชี้ว่ามูลค่าของ iPhone Ultra อาจลดลงถึง 1,292 ดอลลาร์ภายในเวลาเพียง 12 เดือนหลังวางขาย
Kuo มองว่า Apple จะใช้สูตรเดียวกับตอนเปิดตัว iPhone X เมื่อปี 2017 คือเปิดตัว iPhone Ultra พร้อมกับ iPhone 18 Pro และ Pro Max ในเดือนกันยายน 2026 แต่จะเลื่อนรอบพรีออเดอร์และการวางขายจริงออกไปทีหลัง เนื่องจากความซับซ้อนด้านการผลิตจอพับและบานพับ Liquidmetal ที่ขึ้นรูปด้วยเทคนิคพิมพ์ 3 มิติ
ด้วยจังหวะเปิดขายที่ล่าช้ากว่ารุ่นพี่ ยอดขาย iPhone Ultra ภายในสิ้นเดือนตุลาคม 2026 จึงคาดว่าจะอยู่ที่เพียง 0.5-1 ล้านเครื่อง เทียบกับ iPhone 18 Pro และ Pro Max ที่คาดขายรวมกันได้ถึง 20-22 ล้านเครื่องในช่วงเวลาเดียวกัน และเมื่อนับยอดสะสมถึงสิ้นเดือนธันวาคม 2026 iPhone Ultra จะทำได้ราว 7-8 ล้านเครื่องเท่านั้น
จอด้านนอกของ iPhone Ultra ใช้พาแนล Samsung M16 OLED แบบ 10-bit ที่มาพร้อมเทคโนโลยี Color Filter on Encapsulation หรือ COE ตัดโพลาไรเซอร์วงกลมแบบเดิมออก แล้วพิมพ์ฟิลเตอร์สีลงบนชั้นห่อหุ้มฟิล์มบางโดยตรง ช่วยลดความหนาของจอและประหยัดพลังงานมากขึ้น ส่วนจอด้านในยังใช้พาแนล M14 OLED รุ่นเก่า พร้อมกระจกยืดหยุ่น UTG/UFG และบานพับ Liquidmetal พิมพ์ 3 มิติ ที่ทำหน้าที่เป็นแผ่นระบายความร้อนไปพร้อมกัน ช่วยลดรอยพับกลางจอเหลือเพียง 0.15 มิลลิเมตร
ด้านสเปกอื่น iPhone Ultra มาพร้อมชิป A20 Pro, แรม 12GB, โมเด็ม C2 5G ที่ Apple พัฒนาเอง, กล้องหลังคู่ความละเอียด 48MP, กล้องหน้าสูงสุด 24MP, แบตเตอรีความจุ 5,400-5,800mAh, ปุ่ม Touch ID ฝังด้านข้างตัวเครื่องแทน Face ID และวางขายเฉพาะรุ่น eSIM เท่านั้น ผู้ที่สนใจจะได้เห็นการเปิดตัวจริงพร้อมกับ iPhone 18 Pro ในเดือนกันยายน 2026 ก่อนที่จะทราบวันวางขายจริงซึ่ง Apple ยังไม่ประกาศ
ข้อมูลจาก: Wccftech
ติดตามข้อมูลข่าวสารน่าสนใจได้ทาง www.zanzab.com และช่องทางโซเชียล
Facebook , YouTube , Instagram และ Tiktok






