
iPhone Duo คือ iPhone แบบพับได้รุ่นแรกของ Apple ใช้จอด้านนอกขนาด 5.4 นิ้วเมื่อพับปิด และกางออกเป็นจอด้านในขนาด 7.6 นิ้วสำหรับดูคอนเทนต์ เล่นเกม หรือเปิดสองแอปข้างกัน ตัวเครื่องทำงานด้วยชิป A20 Pro และ iOS 27 ที่ปรับให้รองรับทั้งสองจอ โดยมีราคาในไทยเริ่มต้น 79,900 บาท
เชื่อว่าแฟน Apple หลายคนคงเคยถามว่า เมื่อไหร่จะได้เห็น iPhone จอพับกันเสียที ในช่วงที่ฝั่ง Android มีมือถือรูปแบบนี้ให้เลือกมาหลายปี ข่าวลือเกี่ยวกับ iPhone จอพับก็มีมาเป็นระยะ ตั้งแต่การพัฒนาไปจนถึงกระแสว่าโครงการอาจถูกพับเก็บ วันนี้คำตอบมีชื่อว่า iPhone Duo ที่ต้องบอกว่า “มาช้า แต่ก็มานะ”
คำถามถัดไปคือ เมื่อ iPhone พับได้แล้ว เราจะใช้มันต่างจากเดิมอย่างไร บทความนี้พาไล่ดูตั้งแต่ขนาดจอและสัดส่วนภาพ ไปจนถึงการทำงาน กล้อง แบตเตอรี่ และสิ่งที่ควรรู้ก่อนเลือกความจุที่เหมาะกับตัวเอง

เมื่อพับเครื่อง iPhone Duo จะเหลือจอ Super Retina XDR ด้านนอกขนาด 5.4 นิ้วสำหรับใช้งานด้วยมือเดียว Apple ระบุว่าจอนี้มีพื้นที่แสดงผลคิดเป็น 90% ของ iPhone 18 Pro จึงเน้นความกะทัดรัดสำหรับหยิบใช้ระหว่างวัน โดยไม่จำเป็นต้องกางจอทุกครั้งที่ต้องการดูข้อมูล
เมื่อกางออกจะได้จอ Super Retina XDR ด้านในขนาด 7.6 นิ้ว ซึ่ง Apple ระบุว่ามีขนาดใหญ่กว่าจอ iPhone 18 Pro Max 50% พื้นที่ที่เพิ่มมารองรับทั้งคอนเทนต์ เกม และการทำงานมัลติทาสก์ โดยตัวเลขเปรียบเทียบพื้นที่จอเหล่านี้ควรอ่านแยกจากความยาวเส้นทแยงมุมที่ใช้ระบุขนาดเป็นนิ้ว
จอทั้งสองมีอัตราส่วนภาพเท่ากัน ทำให้คอนเทนต์ปรับขนาดตามสัดส่วนได้ต่อเนื่องเมื่อพับหรือกาง พร้อมรองรับ ProMotion การแสดงผลแบบติดตลอด และความสว่างสูงสุดเฉพาะจุดกลางแจ้ง 3,000 นิต จอด้านในใช้พื้นผิว Nano-texture ช่วยลดแสงสะท้อนและทำให้รอยพับสังเกตเห็นได้น้อยลง ส่วนกล้อง FaceTime ซ่อนอยู่ใต้จอด้านในเมื่อไม่ได้ใช้งาน
iPhone Duo ใช้แนวคิดเรื่องจอที่พับหรือกางแล้วคงสัดส่วนเดิม ทำให้นึกถึงกระดาษ A4 ที่เราใช้กันอยู่ทุกวัน กระดาษตระกูล A ใช้สัดส่วนด้านสั้นต่อด้านยาวประมาณ 1 ต่อรากที่สองของ 2 หรือราว 1:1.414 เมื่อแบ่งครึ่งด้านยาวแล้วหมุนมุมมอง รูปสี่เหลี่ยมที่ได้จะยังมีสัดส่วนเดิม จึงไล่จาก A4 เป็น A5 และ A6 ได้โดยรูปทรงไม่เปลี่ยน ทำให้ประสบการณ์ใช้งานของผู้ใช้ไหลลื่น รวมไปถึงนักพัฒนาก็ไม่ต้องปวดหัวกับขนาดของแอปที่ต้องเปลี่ยนหลายสัดส่วน
ผมมองว่าเสน่ห์ของแนวคิดนี้คือความต่อเนื่องของรูปทรงคอนเทนต์เมื่อเปลี่ยนขนาดจอ ขณะที่ตำแหน่งปุ่ม เมนู และหน้าตาของแอปยังต้องอาศัยการออกแบบซอฟต์แวร์ด้วย ซึ่งเป็นอีกส่วนที่ iOS 27 เข้ามารับหน้าที่

การได้จอใหญ่ขึ้นจะมีประโยชน์มากขึ้นเมื่อแอปใช้พื้นที่นั้นได้เต็มที่ iOS 27 บน iPhone Duo จึงย้ายตัวควบคุมบางส่วน รวมถึง Dock และเมนูภายในแอปไปไว้ด้านข้าง เพื่อเพิ่มพื้นที่แนวตั้งให้คอนเทนต์ เมื่อกางเครื่อง หน้าจอโฮมจะแสดงสองหน้า และมีมุมมองวันนี้สำหรับวิดเจ็ตอยู่ทางซ้าย
ความสามารถที่เห็นผลกับการทำงานโดยตรงคือ Split View ซึ่งเปิดสองแอปข้างกันได้ รวมถึงเปิดสองหน้าต่างของแอปเดียวกันอย่าง Safari และบันทึกแอปเป็นคู่เพื่อกลับมาใช้อีกครั้ง ลักษณะการใช้งานจึงเหมาะกับงานที่ต้องดูข้อมูลสองส่วนพร้อมกัน เช่น เปิดข้อความคู่กับรูปภาพ แทนการสลับกลับไปมาทีละแอป
แอปของ Apple ได้รับการปรับให้รองรับรูปแบบเครื่องนี้ ส่วนแอปภายนอกที่มีการกล่าวถึง ได้แก่ Netflix, Zoom และ Slack ขณะที่นักพัฒนาสามารถปรับแอปผ่าน API ที่เกี่ยวข้องได้ ดังนั้นการเลือกซื้อเพื่อใช้กับแอปเฉพาะทางควรดูการรองรับของแอปนั้นประกอบด้วย
โหมดสแตนด์บายยังทำงานได้เมื่อวางเครื่องในรูปแบบที่รองรับ แม้ไม่ได้ชาร์จอยู่ เปลี่ยนจอเป็นนาฬิกา กรอบรูป หรือวิดเจ็ตได้ทั้งด้านในและด้านนอก ส่วน Apple Pencil พร้อม USB-C จะรองรับภายในปีนี้สำหรับจดโน้ต สเก็ตช์ และทำเครื่องหมายบนเอกสารทั้งสองจอ จึงควรแยกฟีเจอร์ที่มีกำหนดตามมาออกจากสิ่งที่พร้อมใช้ทันที

iPhone Duo ใช้ตัวเครื่องไทเทเนียมเกรด 5 ฝาครอบบานพับผลิตด้วยการพิมพ์สามมิติ และกลไกบานพับประกอบด้วยชิ้นส่วนมากกว่า 100 ชิ้น ทำหน้าที่ควบคุมการเปิดปิดและรองรับบริเวณกลางจอ ภายในเสริมโครงสร้าง รวมถึงแผ่นไทเทเนียมใต้จอ เพื่อรับกับลักษณะการใช้งานที่ต้องพับและกาง
ด้านหลังปกป้องด้วย Ceramic Shield ส่วนด้านหน้าใช้ Ceramic Shield 2 ซึ่ง Apple ระบุว่าทนรอยขีดข่วนได้ดีขึ้น 3 เท่าเมื่อเทียบกับรุ่นก่อน ตัวเครื่องมีมาตรฐานทนน้ำ น้ำกระเด็น และฝุ่น IP68 ขณะที่จอด้านในใช้ชั้นเคลือบและโครงสร้างหลายชั้นเพื่อลดแรงกดจากการพับงอ
การปลดล็อกใช้ Touch ID ที่ปุ่มด้านข้างได้ทั้งตอนพับและกาง รวมถึงใช้ Apple Watch ปลดล็อกเครื่องได้ด้วย สำหรับคนที่สนใจ iPhone Duo เรื่องความถนัดในการถือและการเปิดปิดเป็นอีกจุดที่ควรลองกับเครื่องจริง เพราะเป็นส่วนที่ตัวเลขขนาดจออย่างเดียวตอบแทนไม่ได้

iPhone Duo มีกล้องหลัง Fusion Main 48MP และ Fusion Ultra Wide 48MP กล้องหลักถ่ายภาพได้สูงสุด 48MP หรือเลือกความละเอียดเริ่มต้น 24MP และมีระยะเทเลโฟโต้ 2 เท่าคุณภาพระดับออปติคัลรวมอยู่ในกล้องหลัก ส่วนกล้อง Ultra Wide รองรับทั้งมุมกว้างและการถ่ายมาโคร
สิ่งที่จอพับเพิ่มให้กับการถ่ายภาพคือวิธีจัดเฟรม ผู้ใช้ถ่ายเซลฟี่ด้วยกล้องหลังพร้อมดูภาพตัวอย่างบนจอด้านนอกได้ ส่วน Duo Preview เปิดให้คนที่เป็นแบบเห็นภาพสดบนจอด้านนอก เพื่อเช็กท่าทางและองค์ประกอบภาพด้วยตัวเอง
คุณสมบัติถ่ายภาพอัจฉริยะใช้โมเดล AI บนอุปกรณ์วิเคราะห์ฉากและบันทึกภาพเมื่อตัวแบบโพสท่า การวางเครื่องแบบกึ่งพับยังช่วยให้ตั้งกล้องได้โดยไม่ต้องถือ เหมาะกับการถ่ายภาพกลุ่มหรือวิดีโอต่อเนื่องในตำแหน่งที่วางเครื่องได้ อีกทั้งมีแอนิเมชัน Peanuts บนจอด้านนอกเพื่อดึงดูดสายตาเด็กให้มองกล้อง
ด้านกล้องหน้า Center Stage ปรับแนวภาพและวิดีโอให้อัตโนมัติ ส่วนกล้อง FaceTime ใต้จอด้านในรองรับวิดีโอคอลเมื่อกางเครื่อง และ Duo FaceTime เปิดให้คนใกล้ตัวเข้าร่วมผ่านจอด้านนอกได้ สำหรับงานวิดีโอ กล้องหลักบันทึก Dolby Vision 4K ที่ 120 fps ส่วนการใส่เอฟเฟกต์ภาพยนตร์ภายหลังรองรับสูงสุด 60 fps ซึ่งเป็นคนละเงื่อนไขกัน
iPhone Duo ใช้ชิป A20 Pro ร่วมกับ Vapor Chamber ที่ออกแบบเฉพาะ โดยแพ็กเกจชิปเชื่อมกับระบบกระจายความร้อนโดยตรง Apple ระบุว่าประสิทธิภาพการทำงานต่อเนื่องดีขึ้นสูงสุด 35% เมื่อเทียบกับ iPhone 17 Pro จึงเป็นข้อมูลที่เกี่ยวข้องกับการใช้งานต่อเนื่องอย่างเกม มัลติทาสก์ และงาน AI
ตัวชิปผลิตด้วยกระบวนการ 2 นาโนเมตร มี CPU 6-core ที่เร็วกว่าชิป A19 Pro สูงสุด 20% ส่วน GPU 7-core เร็วขึ้นสูงสุด 40% และ Neural Engine 16-core แบบคู่มีกำลังประมวลผลเพิ่มขึ้น 2 เท่าเมื่อเทียบกับรุ่นก่อน เอนจินจอภาพได้รับการออกแบบให้ขับเคลื่อนทั้งสองจอและรองรับการสลับระหว่างกัน
ภายในติดตั้งแบตเตอรี่ด้านละหนึ่งก้อนและใช้อัลกอริทึมจัดสมดุลพลังงาน ตัวเลขที่ Apple ให้มามีสามเงื่อนไข จึงควรเลือกดูให้ตรงกับรูปแบบการใช้งานที่สนใจ
ตัวเลข 44 ชั่วโมงจึงเป็นเวลาเล่นวิดีโอด้วยจอด้านนอก ไม่ใช่เวลาใช้งานทุกประเภท ส่วนการชาร์จแบบใช้สายทำได้สูงสุด 50% ในเวลาประมาณ 20 นาที และการชาร์จไร้สายด้วย MagSafe หรือ Qi2 ทำได้สูงสุด 50% ในเวลาประมาณ 30 นาที
iPhone Duo รองรับเฉพาะ eSIM และไม่มีทางเลือกซิมการ์ดจริง โดยผู้ให้บริการที่ Apple ระบุว่ารองรับในไทยมี AIS และ True-dtac ผู้ที่กำลังย้ายจากเครื่องเดิมจึงควรเตรียมเรื่องการย้ายเบอร์หรือเปลี่ยนเป็น eSIM ไว้ในขั้นตอนเริ่มใช้งานด้วย
การเชื่อมต่อไร้สายใช้ชิป N1 รองรับ Wi-Fi 7, Bluetooth 6 และ Thread พร้อมโมเด็มเซลลูลาร์ C2 สำหรับการเชื่อมต่อเครือข่ายมือถือ

จากรูปแบบการใช้งานที่เปิดเผย กองบก.มองว่า iPhone Duo น่าจะตอบโจทย์คนที่อยากได้พื้นที่จอเพิ่มสำหรับอ่าน ดูคอนเทนต์ หรือทำงานสองแอปพร้อมกัน และยังต้องการพับเครื่องให้กะทัดรัดเวลาพก การใช้กล้องหลังถ่ายเซลฟี่พร้อมดูจอนอกก็เป็นอีกเหตุผลที่ทำให้ฟอร์มแฟกเตอร์นี้มีประโยชน์กับการถ่ายภาพ
ความคุ้มค่าสำหรับแต่ละคนจึงอยู่ที่ว่าจะใช้จอด้านในบ่อยแค่ไหน หากกิจวัตรส่วนใหญ่ใช้เพียงแอปเดียวบนจอนอก ควรชั่งน้ำหนักว่าพื้นที่จอและวิธีใช้เพิ่มเติมเหล่านี้คุ้มกับงบเริ่มต้น 79,900 บาทหรือไม่ โดยมีประเด็นที่ควรตรวจให้ตรงความต้องการก่อนซื้อดังนี้
iPhone Duo มีให้เลือกสองสี คือสตาร์ไวท์และไนท์สกาย พร้อมความจุสี่ระดับ ราคาแต่ละรุ่นในประเทศไทยมีดังนี้
ประเทศไทยเปิดสั่งซื้อล่วงหน้าวันศุกร์ที่ 16 ตุลาคม เวลา 19:00 น. และเริ่มวางจำหน่ายวันศุกร์ที่ 23 ตุลาคม พร้อมตัวเลือกผ่อนชำระ 0% สูงสุด 10 เดือน สำหรับรายละเอียดการเปิดตัวและการวางจำหน่าย อ่านต่อได้ใน ข่าว iPhone Duo และราคาไทย
หากกำลังตัดสินใจซื้อ ควรพิจารณาทั้งจอด้านในที่เพิ่มพื้นที่ทำงาน การรองรับแอป และการใช้ eSIM ควบคู่กับราคาแต่ละความจุ เพราะเป็นรายละเอียดที่ส่งผลต่อการใช้เครื่องทุกวัน
ส่วนตัวเลขแบตเตอรี่และการรองรับ Apple Pencil มีเงื่อนไขต่างกัน คำตอบด้านล่างจึงสรุปทั้งสิ่งที่ทำได้และกำหนดที่เกี่ยวข้องไว้ด้วยกัน
iPhone Duo เป็น iPhone แบบพับได้รุ่นแรกของ Apple มีจอด้านนอก 5.4 นิ้วและจอด้านใน 7.6 นิ้ว ใช้ชิป A20 Pro และ iOS 27 ที่รองรับการทำงานบนจอพับ
มีสองขนาด ได้แก่จอด้านนอก 5.4 นิ้วเมื่อพับปิด และจอด้านใน 7.6 นิ้วเมื่อกางออก โดยจอทั้งสองมีอัตราส่วนภาพเท่ากัน
Apple ระบุว่า iPhone Duo จะรองรับ Apple Pencil พร้อม USB-C ภายในปีนี้ ใช้จดโน้ต สเก็ตช์ และทำเครื่องหมายบนเอกสารได้ทั้งสองจอ
Apple ระบุว่าเล่นวิดีโอได้สูงสุด 31 ชั่วโมงบนจอด้านใน หรือ 44 ชั่วโมงบนจอด้านนอก และใช้งานได้สูงสุด 24 ชั่วโมงเมื่อใช้สองจอในสัดส่วนเท่ากัน
iPhone Duo ใช้ eSIM เท่านั้นทั่วโลก ไม่รองรับซิมการ์ดจริง โดยมี AIS และ True-dtac เป็นผู้ให้บริการที่รองรับในประเทศไทยตามข้อมูลของ Apple
ราคาไทยมีสี่รุ่น ได้แก่ 256GB ราคา 79,900 บาท, 512GB ราคา 87,900 บาท, 1TB ราคา 103,900 บาท และ 2TB ราคา 127,900 บาท เปิดพรีออเดอร์วันที่ 16 ตุลาคม เวลา 19:00 น. และวางจำหน่ายวันที่ 23 ตุลาคม
เกร็ดสัดส่วนจอกับกระดาษ A4: Art of
ที่มา: Apple
ติดตามข้อมูลข่าวสารน่าสนใจได้ทาง www.zanzab.com และช่องทางโซเชียล
Facebook , YouTube , Instagram และ Tiktok