
HUAWEI เผยกฎการพัฒนาชิปใหม่ชื่อ Tau (τ) Scaling Law ในงาน IEEE International Symposium on Circuits and Systems (ISCAS) 2026 ที่เซี่ยงไฮ้ พร้อมสถาปัตยกรรม LogicFolding ที่ตั้งเป้าชิปความหนาแน่นเทียบเท่า 1.4 นาโนเมตรภายในปี 2031 ขณะที่มาตรการควบคุมชิปของสหรัฐฯ ยังคงกดดันบริษัทอย่างต่อเนื่อง
Moore’s Law คือกฎที่นักวิศวกรทั่วโลกใช้เป็นเข็มทิศมาตั้งแต่ปี 1965 โดยระบุว่าจำนวนทรานซิสเตอร์บนชิปจะเพิ่มเป็นสองเท่าทุก 2 ปี แต่ทุกวันนี้กฎนั้นกำลังเข้าใกล้ขีดจำกัดทางฟิสิกส์ เพราะทรานซิสเตอร์มีขนาดเล็กจนเกือบถึงระดับอะตอมแล้ว
เฮ่อ ถิงปั๋ว ประธาน HUAWEI Scientist Committee และประธานธุรกิจเซมิคอนดักเตอร์ของบริษัท ได้ขึ้นเวทีประกาศ Tau (τ) Scaling Law กฎใหม่ที่เพื่อนร่วมงานเรียกว่า “Her’s Law” แนวคิดหลักคือการเปลี่ยนจากการหดขนาดทรานซิสเตอร์ทางกายภาพ มาเป็นการใช้ “เวลา (τ)” เป็นมิติหลักในการพัฒนาแทน กล่าวคือแทนที่จะถามว่า “ทำให้ชิปเล็กลงได้แค่ไหน” กฎนี้ถามว่า “ทำให้ชิปทำงานได้หนาแน่นขึ้นได้อย่างไรภายใต้เงื่อนไขที่มีอยู่”
จากกฎ Tau Scaling Law นำไปสู่การพัฒนา LogicFolding สถาปัตยกรรมชิปใหม่ที่เฮ่อ ถิงปั๋วเผยควบคู่กัน เทคโนโลยีนี้ลดภาระของวงจรส่งสัญญาณระหว่างทรานซิสเตอร์ (resistive-capacitive load) ซึ่งเป็นจุดที่มักสูญเสียประสิทธิภาพ ส่งผลให้สามารถอัดทรานซิสเตอร์ได้หนาแน่นขึ้นโดยไม่ต้องพึ่งกระบวนการผลิตที่ละเอียดกว่าเดิม
ที่น่าสนใจคือ HUAWEI ไม่ได้เพิ่งเริ่มทดลอง แต่ใช้หลักการของ Tau Scaling พัฒนาและผลิตชิปมาแล้วกว่า 381 ชิ้นในช่วง 6 ปีที่ผ่านมา สิ่งที่นำเสนอในงาน ISCAS จึงไม่ใช่แนวคิดบนกระดาษ แต่คือเส้นทางที่ผ่านการพิสูจน์มาระดับหนึ่งแล้ว
HUAWEI ระบุว่าชิปที่พัฒนาบนฐานกฎนี้จะมีความหนาแน่นทรานซิสเตอร์เทียบเท่ากระบวนการผลิต 1.4 นาโนเมตรภายในปี 2031 ตัวเลขนี้อยู่ในระดับเดียวกับเป้าหมายของ TSMC และ Intel สำหรับช่วงกลางทศวรรษนี้
สิ่งสำคัญที่ต้องเข้าใจคือ “เทียบเท่า 1.4 nm” ในที่นี้ไม่ได้หมายถึงกระบวนการโรงงานที่ใช้เลเซอร์ EUV (เครื่องจักรผลิตชิปขั้นสูงที่ HUAWEI ถูกตัดการเข้าถึง) แต่หมายถึงความหนาแน่นของทรานซิสเตอร์ที่ได้ผลลัพธ์ใกล้เคียงกัน โดยอาศัยการออกแบบสถาปัตยกรรมชิปที่ชาญฉลาดกว่า ซึ่งเป็นเส้นทางที่ HUAWEI สามารถเดินได้เองภายในประเทศ
ชิป Kirin รุ่นถัดไปที่มีกำหนดเปิดตัวปลายปี 2025 จะเป็นชิปเชิงพาณิชย์ตัวแรกที่นำ LogicFolding architecture ไปใช้จริง ผู้ใช้สมาร์ตโฟน HUAWEI ในซีรีส์ Mate หรือ P series รุ่นใหม่จะได้สัมผัสประสิทธิภาพที่มาจากกฎและสถาปัตยกรรมที่พัฒนาขึ้นภายใต้แรงกดดันจากการถูกแบนอย่างแท้จริง
หากผลลัพธ์เป็นไปตามที่อ้าง การประกาศครั้งนี้จะกลายเป็นหลักฐานว่าการพัฒนาชิปขั้นสูงไม่จำเป็นต้องเดินตามเส้นทางที่โลกตะวันตกวางไว้เสมอไป และนั่นอาจเปลี่ยนแผนที่อุตสาหกรรมเซมิคอนดักเตอร์โลกในทศวรรษนี้ได้อย่างมีนัยสำคัญ
ข้อมูลจาก: South China Morning Post
ติดตามข้อมูลข่าวสารน่าสนใจได้ทาง www.zanzab.com และช่องทางโซเชียล
Facebook , YouTube , Instagram และ Tiktok