หัวเว่ย คลาวด์ วางรากฐาน AI-Native ภาครัฐไทย เน้นควบคุมข้อมูลและพัฒนาบริการประชาชน

กอง บก. ZanZabNews2 พฤศจิกายน 202662 Views

ผู้บรรยายในงาน Huawei Cloud Government Infrastructure & AI Forum 2026 ณ NT Auditorium พร้อมฉากหลังโลโก้ NT และ Huawei

การนำ AI มาใช้ในภาครัฐเกี่ยวข้องตั้งแต่การดูแลข้อมูลสำคัญ ไปจนถึงการปรับขั้นตอนให้ประชาชนได้รับบริการที่สะดวกขึ้น หัวเว่ย คลาวด์ ประเทศไทย จึงนำเสนอแนวทางขับเคลื่อนภาครัฐสู่ยุค AI-Native โดยวางโครงสร้างพื้นฐาน AI ภายในประเทศ การควบคุมข้อมูลและทรัพยากร AI ตลอดจนการพัฒนาบุคลากรเป็นรากฐานของการใช้งานระยะยาว

แนวทางดังกล่าวนำเสนอในงาน Huawei Cloud Government Infrastructure & AI Forum 2026 ณ NT Auditorium ภายใต้แนวคิด “AI-Native Transformation: Trends, Policies and Enterprise Opportunities” ครอบคลุมทั้งโครงสร้างพื้นฐานที่ปลอดภัยและขยายตัวได้ การกำกับดูแล AI และตัวอย่างการประยุกต์ใช้เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพการทำงานของหน่วยงานรัฐ

อธิปไตยด้าน AI เริ่มจากข้อมูล การประมวลผล โมเดล และคน

นายสุรศักดิ์ วนิชเวทย์พิบูล CTO หัวเว่ย คลาวด์ ประเทศไทย กล่าวว่า ความสำเร็จของการนำ AI มาใช้ต้องอาศัยโครงสร้างพื้นฐานที่เชื่อถือได้ ความมั่นคงปลอดภัยของข้อมูล การกำกับดูแลที่มีประสิทธิภาพ และบุคลากรที่มีทักษะ โดยอธิปไตยด้าน AI มีความสำคัญต่อการช่วยให้หน่วยงานภาครัฐควบคุมข้อมูลและทรัพยากร AI ของตนเองได้

หัวเว่ย คลาวด์ แบ่งองค์ประกอบของอธิปไตยด้าน AI ออกเป็น 4 ด้าน ซึ่งต้องพัฒนาไปด้วยกันเพื่อรองรับการใช้งานที่มั่นคงปลอดภัยและต่อเนื่อง ได้แก่

  • ข้อมูล (Data)
  • การประมวลผล AI (AI Computing)
  • โมเดล AI (AI Models)
  • บุคลากรด้าน ICT และ AI

ด้านโครงสร้างพื้นฐาน บริษัทนำเสนอทางเลือกในประเทศไทยทั้งทรัพยากรประมวลผลแบบใช้ร่วมกันและแบบเฉพาะสำหรับแต่ละองค์กร ให้หน่วยงานเลือกใช้ตามลักษณะบริการ ความต้องการด้านประสิทธิภาพ ความปลอดภัย และข้อจำกัดด้านต้นทุน พร้อมระบุถึงขีดความสามารถด้านความมั่นคงปลอดภัยของ AI แบบครบวงจร เพื่อปกป้องข้อมูลสำคัญและสนับสนุนการใช้งานอย่างมีความรับผิดชอบ

แชตบอตและ E-Office เป็นตัวอย่างบริการภาครัฐที่นำ AI มาช่วย

ตัวอย่างที่นำเสนอภายในงานมีทั้งแชตบอต AI สำหรับให้บริการประชาชน ระบบสำนักงานอิเล็กทรอนิกส์หรือ E-Office และการวิเคราะห์ข้อมูลที่มี AI ช่วยสนับสนุน หัวเว่ย คลาวด์ ระบุว่าโซลูชันเหล่านี้มีศักยภาพในการลดขั้นตอนงานธุรการ ช่วยเพิ่มประสิทธิภาพการตัดสินใจ และยกระดับบริการภาครัฐ

อีกประเด็นคือพัฒนาการจาก Generative AI ไปสู่ Agentic AI เพื่อสนับสนุนกระบวนการทำงานที่เป็นอัตโนมัติมากขึ้น บริษัทนำเสนอแพลตฟอร์มอย่าง AgentArts และ CodeArts สำหรับช่วยองค์กรพัฒนา ติดตั้งใช้งาน และบริหารจัดการแอปพลิเคชัน AI ในวงกว้าง ควบคู่กับการรักษาประสิทธิภาพการดำเนินงานและความมั่นคงปลอดภัย

พัฒนาคนและพันธมิตรเพื่อขยายการใช้งานจากโครงการนำร่อง

สำหรับการขยายผลในประเทศไทย หัวเว่ย คลาวด์ ให้ความสำคัญกับความร่วมมือกับพันธมิตรในประเทศ การถ่ายทอดความเชี่ยวชาญทางเทคนิค และการพัฒนาทักษะบุคลากร ควบคู่กับการสนับสนุนการย้ายระบบขึ้นคลาวด์และการนำ AI ไปใช้งานจริง โดยตั้งเป้าช่วยให้หน่วยงานภาครัฐต่อยอดจากโครงการนำร่องไปสู่การใช้งานที่ขยายผลได้

บริษัทระบุว่าปัจจุบันให้บริการคลาวด์ในประเทศไทยครอบคลุม 3 Availability Zones และนำเทคโนโลยี AI, Cloud-Native 2.0 และ Big Data มาสนับสนุนหน่วยงานภาครัฐมากกว่า 40 แห่ง พร้อมเดินหน้าพัฒนาระบบนิเวศดิจิทัลในประเทศภายใต้พันธกิจ “In Thailand, For Thailand”

แนวทางที่หัวเว่ย คลาวด์ นำเสนอจึงครอบคลุมทั้งทางเลือกโครงสร้างพื้นฐานในประเทศ การดูแลข้อมูล และคนที่จะนำ AI ไปใช้กับงานบริการประชาชน โดยมุ่งให้หน่วยงานเลือกโซลูชันที่เหมาะกับภารกิจและขยายการใช้งานได้ในระยะยาว ติดตามรายละเอียดเกี่ยวกับบริการได้ที่ Huawei Cloud Thailand

Loading Next Post...
Search Trending
Loading

Signing-in 3 seconds...

Signing-up 3 seconds...