
Grab ประเทศไทย เปิดตัวฟีเจอร์ Group Ride อย่างเป็นทางการ ให้เพื่อนร่วมทางเพิ่มจุดรับ–ส่งได้สูงสุด 4 จุดในทริปเดียว ใช้ AI ช่วยเรียงเส้นทางและแยกค่าโดยสารตามระยะทาง พร้อมอัปเกรด Grab EV เป็นบริการสำหรับเลือกเดินทางด้วยรถยนต์ไฟฟ้าโดยเฉพาะในกรุงเทพฯ และหัวเมืองหลัก
สองบริการนี้ขยับเรื่อง Green Mobility ให้เข้ามาอยู่ในขั้นตอนเรียกรถจริง คนที่ไปทางเดียวกันสามารถรวมทริปและจัดการค่าใช้จ่ายในแอป ส่วนคนที่ต้องการรถยนต์ไฟฟ้าก็เลือกประเภทบริการได้ตั้งแต่ต้น
ผู้เริ่มเรียกรถทำหน้าที่เป็น Host แล้วส่งลิงก์ให้สมาชิกกรอกจุดหมายของตัวเอง ระบบจะจัดลำดับเส้นทางและคำนวณค่าโดยสารให้ตามระยะทางจริง ลดขั้นตอนการบอกจุดรับ–ส่งและเคลียร์เงินกันหลังจบทริป

หลังเริ่มทดลองตั้งแต่เดือนมีนาคม 2569 การใช้งานเด่นในกลุ่มนักศึกษา พนักงานออฟฟิศ และกลุ่มเพื่อนที่เดินทางกลับบ้านช่วง 19.00–23.00 น. โปรโมชันถึงวันที่ 31 ธันวาคม 2569 ลด 10% สำหรับ 2 จุดรับ–ส่ง, 15% สำหรับ 3 จุด และ 20% สำหรับ 4 จุด
Grab เริ่มสนับสนุนยานยนต์ไฟฟ้าในไทยตั้งแต่ปี 2563 ผ่านโครงการ GrabEV สำหรับคนขับและไรเดอร์ ก่อนพัฒนา Grab EV Rides ให้ผู้โดยสารแสดงความต้องการใช้รถ EV เป็นตัวเลือกหลัก ปัจจุบันมีผู้ใช้มากกว่า 250,000 คนเลือกใช้ฟีเจอร์นี้ โดยจำนวนการเปิดใช้งานในไตรมาส 1 ปี 2569 เพิ่มขึ้นมากกว่า 35% จากไตรมาสเดียวกันของปี 2568
บริการ Grab EV รูปแบบใหม่เปิดให้เรียกรถยนต์ไฟฟ้าโดยเฉพาะ เริ่มนำร่องในกรุงเทพฯ เชียงใหม่ เชียงราย ชลบุรี และภูเก็ต พร้อมส่วนลด 15% สูงสุด 100 บาท เมื่อใส่โค้ด GRABEV ตั้งแต่วันนี้ถึง 31 ธันวาคม 2569

อริสา หล่อทองไพศาล ผู้ช่วยกรรมการผู้จัดการใหญ่ สายงานธุรกิจการเดินทางและบริหารคนขับ แกร็บ ประเทศไทย อธิบายว่า คนรุ่นใหม่ให้ความสำคัญกับสินค้าและบริการที่เป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อมมากขึ้น โดยรายงาน The Next Era of Conscious Consumption ของ Mastercard พบว่า Gen Z และ Millennials มากกว่า 60% ยอมจ่ายเพิ่มให้ผลิตภัณฑ์ที่คำนึงถึงความยั่งยืน
สามารถดูรายละเอียดบริการเพิ่มเติมได้ที่ เว็บไซต์ Grab ประเทศไทย
ติดตามข้อมูลข่าวสารน่าสนใจได้ทาง www.zanzab.com และช่องทางโซเชียล
Facebook , YouTube , Instagram และ Tiktok