ไล่คนออกเพราะ AI แต่ ROI ไม่มา การ์ทเนอร์ชี้องค์กรเข้าใจผิดมาตลอด

GogolicoGogolicoNews27 พฤษภาคม 2026175 Views

AI เลิกจ้างพนักงาน ROI

องค์กรขนาดใหญ่ทั่วโลกกำลังทำสิ่งเดียวกัน นำระบบอัตโนมัติและ AI เอเจนต์มาใช้ แล้วตัดพนักงานออกเพื่อแสดงให้ผู้ถือหุ้นเห็นว่า “ลงทุนใน AI คุ้มค่า” แต่ผลสำรวจล่าสุดจาก การ์ทเนอร์ (Gartner) กลับพบว่าสมการนี้ไม่เคยเป็นความจริง และองค์กรที่ทำแบบนี้อาจกำลังเดินผิดทางอยู่

ตัวเลขที่พลิกความเชื่อเดิม

การ์ทเนอร์สำรวจผู้บริหารระดับสูง 350 รายทั่วโลกในไตรมาสที่สามของปี 2568 โดยเลือกเฉพาะองค์กรที่มีรายได้ต่อปีไม่ต่ำกว่า 1 พันล้านดอลลาร์สหรัฐ และกำลังทดลองหรือนำเทคโนโลยีอย่าง AI เอเจนต์, ระบบอัตโนมัติอัจฉริยะ (Intelligent Automation) หรือ RPA (Robotic Process Automation) มาใช้งานจริง

ผลที่ได้ไม่ใช่สิ่งที่หลายองค์กรอยากได้ยิน ประมาณ 80% ของกลุ่มตัวอย่างรายงานว่ามีการปรับลดจำนวนพนักงานลงหลังจากนำระบบอัตโนมัติมาใช้ แต่เมื่อนำตัวเลขนี้ไปเทียบกับผลตอบแทนจากการลงทุน (ROI) กลับพบว่าอัตราการเลิกจ้างในกลุ่มที่ได้ ROI สูงและกลุ่มที่ล้มเหลวนั้นใกล้เคียงกันอย่างน่าแปลกใจ กล่าวคือ การตัดพนักงานออกไม่ได้เป็นปัจจัยที่กำหนดว่า AI จะคุ้มค่าหรือไม่

ช่องว่างระหว่างงบประมาณกับผลตอบแทน

เฮเลน พอยเตอแวง (Helen Poitevin) รองประธานฝ่ายนักวิเคราะห์ของการ์ทเนอร์ อธิบายปัญหานี้ตรงไปตรงมาว่า การเลิกจ้างพนักงานสร้างได้แค่ “พื้นที่ว่างในงบประมาณ” แต่ไม่ใช่ผลตอบแทน องค์กรที่กำจัดคนออกไปอาจดูเหมือนมีต้นทุนลดลงในระยะสั้น แต่สิ่งที่หายไปพร้อมกับพนักงานคือความสามารถในการแนะนำ กำกับดูแล และขยายผลของระบบ AI นั้นเอง

องค์กรที่ได้รับ ROI จริงจากระบบอัตโนมัติกลับทำตรงกันข้าม พวกเขาลงทุนในทักษะใหม่ สร้างบทบาทหน้าที่ที่ออกแบบมาให้มนุษย์ทำงานคู่กับ AI และสร้างโครงสร้างการดำเนินงานที่มนุษย์เป็นผู้กำกับทิศทาง ไม่ใช่ถูกแทนที่

ตลาด AI เอเจนต์ยังโตไม่หยุด

แม้ภาพจะดูขัดแย้งกันระหว่างผลสำรวจกับความตื่นตัวของตลาด แต่การ์ทเนอร์คาดการณ์ว่ามูลค่าการใช้จ่ายในซอฟต์แวร์ AI เอเจนต์ทั่วโลกจะพุ่งจาก 86.4 พันล้านดอลลาร์สหรัฐในปี 2567 ขึ้นไปแตะ 206.5 พันล้านในปี 2569 และ 376.3 พันล้านในปี 2570 ตัวเลขนี้บ่งชี้ว่าองค์กรยังเดินหน้าลงทุนในเทคโนโลยีอย่างต่อเนื่อง แม้ผลตอบแทนยังไม่ชัดเจนสำหรับหลายราย

ระยะยาว AI จะสร้างงาน ไม่ใช่ทำลายงาน

สิ่งที่การ์ทเนอร์ชี้ให้เห็นอีกมุมหนึ่งคือภาพระยะยาวที่ต่างออกไปจากความกลัวทั่วไป บริษัทคาดการณ์ว่าภายในปี 2571 ถึง 2572 ธุรกิจอัตโนมัติจะกลายเป็นตัวขับเคลื่อนการสร้างงานใหม่ ไม่ใช่การลดงาน แรงหนุนหลักมาจากสองปัจจัย ได้แก่ การลดลงของประชากรโลกที่ทำให้แรงงานมนุษย์มีคุณค่ามากขึ้น และงานในช่วงเวลาที่ผู้บริโภคต้องการความน่าเชื่อถือและการตัดสินใจที่มีผลสูงซึ่ง AI ยังไม่สามารถเข้ามารับผิดชอบได้เต็มที่

ความจริงที่ผลสำรวจนี้เปิดเผยคือ การแข่งขันในยุค AI ไม่ได้เป็นเรื่องของว่าใครตัดพนักงานได้มากกว่า แต่เป็นเรื่องของว่าใครสร้างระบบที่มนุษย์และ AI ทำงานร่วมกันได้ดีกว่าต่างหาก

Leave a reply

Loading Next Post...
Search Trending
Loading

Signing-in 3 seconds...

Signing-up 3 seconds...