CEO 80% ชี้ AI บังคับให้องค์กรสร้างขีดความสามารถใหม่ทั้งหมด

GogolicoGogolicoNews15 พฤษภาคม 2026159 Views

Autonomous Business

การ์ทเนอร์เผยผลสำรวจซีอีโอและผู้บริหารระดับสูง 469 รายทั่วโลก พบว่า 80% เชื่อว่า AI จะส่งผลกระทบต่อขีดความสามารถในการดำเนินงานในระดับสูงถึงปานกลาง โดยแรงกดดันนี้กำลังผลักดันให้ผู้นำองค์กรเปลี่ยนกรอบความคิดจาก Digital Business มาสู่ Autonomous Business อย่างเร่งด่วน

การสำรวจครอบคลุม 3 ไตรมาสจนถึงไตรมาสสุดท้ายของปี 2568 สะท้อนให้เห็นว่าองค์กรส่วนใหญ่กำลังอยู่ในจุดเปลี่ยน ไม่ใช่แค่การนำเทคโนโลยีใหม่มาใช้ แต่เป็นการนิยามวิธีสร้างมูลค่าขึ้นใหม่ทั้งหมด

Autonomous Business คืออะไร และทำไมถึงสำคัญ

Don Scheibenreif รองประธานนักวิเคราะห์การ์ทเนอร์ อธิบายว่า Autonomous Business คือกลยุทธ์ที่พึ่งพา Self-Learning Software Agents และ Machine Customers เป็นผู้ตัดสินใจและสร้างมูลค่าให้องค์กร โดยมีความแตกต่างจาก Digital Business อย่างชัดเจน

“Digital Business เปลี่ยนสิ่งที่องค์กรทำ แต่ Autonomous Business จะเปลี่ยนวิธีการของสิ่งที่องค์กรนั้น ๆ กำลังทำอยู่” Scheibenreif กล่าว ซึ่งหมายความว่าการเปลี่ยนแปลงครั้งนี้ไม่ได้หยุดอยู่แค่การ Digitize กระบวนการ แต่เป็นการถอดมนุษย์ออกจากวงจรการตัดสินใจหลัก

ตัวเลขอนาคต: 2028 จะเหลือใครยังทำแบบเดิม

ปัจจุบัน 54% ของซีอีโอยอมรับว่าการใช้ระบบอัตโนมัติในองค์กรยังจำกัดอยู่เฉพาะงานบางประเภท แต่ภาพในปี 2028 จะเปลี่ยนไปอย่างมีนัยสำคัญ

การ์ทเนอร์คาดการณ์ว่าภายในปี 2028 ตัวเลขจะเคลื่อนไปดังนี้

  • เพียง 13% ที่คาดว่าจะยังคงอยู่ในระดับอัตโนมัติแบบเดิม
  • 32% จะนำ AI ที่ปรับตัวและเรียนรู้ได้เองมาช่วยในการตัดสินใจ
  • 27% คาดว่าองค์กรจะดำเนินงานได้โดยแทบไม่ต้องมีมนุษย์เข้ามาควบคุม

รายได้จากธุรกรรมคือจุดเปราะบางที่สุด

ความเสี่ยงที่ซีอีโอกังวลมากที่สุดไม่ใช่เรื่องคนหรือเทคโนโลยี แต่เป็นโมเดลรายได้ โดย 28% ชี้ว่ารายได้จากการทำธุรกรรม (Transactional Revenue) เช่น ค่าธรรมเนียมต่อครั้ง มีความเสี่ยงสูงสุด

David Furlonger รองประธานนักวิเคราะห์การ์ทเนอร์ อธิบายว่า เมื่อ AI Agent สามารถจัดการจัดซื้อ กำหนดราคา และเจรจาต่อรองแบบอัตโนมัติได้ มันจะกำจัดขั้นตอนส่วนเกินที่เดิมเป็นที่มาของค่าธรรมเนียมเหล่านั้น แรงกดดันนี้บีบให้ผู้บริหารต้องย้ายไปสู่โมเดล Recurring Revenue หรือ Outcome-based แทน

ฐานลูกค้าไม่เปลี่ยน แต่ Machine Customers กำลังเติบโต

น่าสนใจว่ามีเพียง 17% ของซีอีโอที่เชื่อว่า AI จะทำให้ฐานลูกค้าเปลี่ยนแปลงครั้งใหญ่ ซึ่งน้อยกว่าในยุค Digital Transformation ที่ตัวเลขเดียวกันอยู่ที่ 39% ผู้นำส่วนใหญ่เลือกใช้ AI เพื่อกระชับความสัมพันธ์กับลูกค้าเดิมให้ลึกขึ้น มากกว่าจะหาลูกค้าใหม่

สิ่งที่เติบโตจริงคือกลุ่ม Machine Customers หรือ AI Agent ที่ทำหน้าที่ตัดสินใจซื้อแทนมนุษย์ การ์ทเนอร์คาดว่าภายในปี 2569 บริษัทขนาดใหญ่ที่มีหน่วยธุรกิจหรือช่องทางการขายเฉพาะสำหรับกลุ่มนี้จะเพิ่มขึ้นเป็น 2 เท่าเมื่อเทียบกับปี 2567

CEO และ CIO ต้องรื้อองค์กรใหม่ทั้งหมด

Scheibenreif ปิดท้ายว่าทั้ง CEO และ CIO ต้องเป็นผู้นำในการรื้อรากฐานการดำเนินงาน และออกแบบโครงสร้างด้านบุคลากร สินทรัพย์ และการเงินขึ้นใหม่ทั้งหมด โดยต้องสร้างระบบที่รองรับการตัดสินใจของทั้งมนุษย์และเครื่องจักร บนพื้นฐานของความเชื่อมั่นและความแม่นยำของข้อมูล

สำหรับองค์กรที่ยังมองว่า AI คือเครื่องมือเพิ่มประสิทธิภาพ การ์ทเนอร์ส่งสัญญาณชัดว่านั่นอาจไม่เพียงพออีกต่อไป เพราะคู่แข่งที่ก้าวเข้าสู่ Autonomous Business เร็วกว่าจะสร้างข้อได้เปรียบที่ตามยากขึ้นทุกวัน

Loading Next Post...
Search Trending
Loading

Signing-in 3 seconds...

Signing-up 3 seconds...