
SYNNEX ประกาศทิศทางการเติบโตปี 2027 ในงาน “SYNNEX PARTNER CONNECT 2026: Empowering the Future” โดยวางบทต่อไปขององค์กรจากธุรกิจจัดจำหน่ายหรือ Distributor ไปสู่ Value Creator ที่นำเทคโนโลยีอัจฉริยะมาสร้างผลลัพธ์ทางธุรกิจร่วมกับพาร์ทเนอร์
ทิศทางนี้ไม่ได้มอง AI เป็นเพียงสินค้าเทคโนโลยี แต่เป็นองค์ประกอบที่จะต่อยอดไปสู่ Solution, Service, Platform และ Ecosystem เพื่อเพิ่มโอกาสด้านรายได้ ประสิทธิภาพ ประสบการณ์ลูกค้า การตัดสินใจ และนวัตกรรมในตลาด Commercial และ Enterprise
ฐานเดิมของ SYNNEX คือพันธมิตรเทคโนโลยีระดับโลกกว่า 70 แบรนด์ ช่องทางจัดจำหน่ายกว่า 6,000 ช่องทาง รวมถึงความพร้อมด้านผลิตภัณฑ์ โลจิสติกส์ และการเข้าถึงตลาด ซึ่งบริษัทต้องการเชื่อมเข้ากับความเชี่ยวชาญของพาร์ทเนอร์เพื่อพัฒนาโซลูชันที่นำไปใช้ได้จริง
นางสาวสุธิดา มงคลสุธี ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท ซินเน็ค (ประเทศไทย) จำกัด (มหาชน) ระบุว่า คุณค่าของ AI จะเกิดขึ้นเมื่อสามารถแปลงเป็นผลลัพธ์ทางธุรกิจที่วัดผลได้ โดยบทบาทของ SYNNEX คือเชื่อมเทคโนโลยีจากแบรนด์ระดับโลกเข้ากับความเชี่ยวชาญของพาร์ทเนอร์ เพื่อเปลี่ยนโอกาสจาก AI ให้เป็นโซลูชันสำหรับตลาดไทย

งาน SYNNEX PARTNER CONNECT 2026 สะท้อนแนวคิด Ecosystem Growth ผ่านสินค้า นวัตกรรม และโซลูชันจากพันธมิตรกว่า 30 แบรนด์ ครอบคลุมทั้ง Consumer, Commercial และ Enterprise โดย SYNNEX มองการทำงานร่วมกันระหว่าง Vendor, บริษัท และ Partner เป็นฐานสำหรับต่อยอดเป็น Business Opportunity
ในส่วนของ Customer Value บริษัทนำเสนอ SWOPMART Trade-In เพื่อเพิ่มทางเลือกให้ลูกค้าและโอกาสทางธุรกิจแก่พาร์ทเนอร์ รวมถึง Prompt Money แพลตฟอร์มสนับสนุนทางการเงินที่ SYNNEX ระบุว่าจะช่วยเพิ่มศักยภาพการขายและทางเลือกในการเข้าถึงสินค้าเทคโนโลยี
SYNNEX ยังตั้งเป้าขยายธุรกิจร่วมกับ Insurance Broker Partner เพื่อพัฒนา Warranty Service สำหรับกลุ่ม Consumer Device เพิ่มทางเลือกด้านการรับประกันและบริการหลังการขาย ซึ่งเป็นส่วนหนึ่งของการสร้างรายได้ต่อเนื่องตลอด Customer Lifecycle
จากนี้ SYNNEX วางแผนทำงานร่วมกับพาร์ทเนอร์ตั้งแต่การสร้าง Demand การออกแบบ Solution และ Service ไปจนถึง After Sales และการขยายตลาด โดยใช้ AI และ Cloud เป็นหนึ่งในเครื่องยนต์การเติบโต เพื่อให้พาร์ทเนอร์นำเทคโนโลยีไปต่อยอดเชิงธุรกิจและแข่งขันในตลาดที่เปลี่ยนแปลงอย่างรวดเร็ว
ติดตามข้อมูลข่าวสารน่าสนใจได้ทาง www.zanzab.com และช่องทางโซเชียล
Facebook , YouTube , Instagram และ Tiktok