
ประธาน Xiaomi ลู่ เว่ยปิง ออกมาให้สัมภาษณ์ผ่านไลฟ์สตรีมว่า สมาร์ตโฟนเรือธงในจีนมีโอกาสแตะ 10,000 หยวน (ราว 47,500 บาท) ในช่วงครึ่งหลังของปี 2026 ถ้าเทียบกับ Xiaomi 15 Ultra ที่เปิดตัวเดือนธันวาคมปีที่แล้วในราคาเริ่มต้น 6,999 หยวน สำหรับรุ่น 12GB + 512GB นั่นหมายความว่าราคาอาจกระโดดขึ้นไปอีกกว่า 40% ในระยะเวลาไม่ถึงสองปี
ปัจจัยที่ลู่ชี้ว่าเป็นแรงผลักดันหลักคือราคาชิป DRAM และ NAND Flash ที่ขยับขึ้นต่อเนื่องในระดับที่ผู้ผลิตสมาร์ตโฟนไม่สามารถดูดซับต้นทุนได้อีก ความต้องการหน่วยความจำจาก AI Server และระบบ High-Performance Computing กำลังดูดซับกำลังการผลิตออกจากตลาดผู้บริโภคอย่างหนัก
ฝั่งซัพพลายก็แก้ได้ยากเช่นกัน การสร้างโรงงานผลิตชิปใหม่ตั้งแต่วางรากฐานจนถึงผลิตได้จริงใช้เวลาหลายปี ลู่คาดว่าแรงกดดันนี้จะยังไม่หายไปง่ายๆ และอาจยืดเยื้อไปถึงปี 2027 หรือแม้กระทั่ง 2028 ซึ่งหมายความว่าราคาสมาร์ตโฟนแพงขึ้นในช่วงนี้ไม่ใช่เรื่องชั่วคราว
ท่ามกลางความไม่แน่นอนนี้ Xiaomi 17 Max คือรุ่นที่ทุกคนจับตา โดยทีมงานยังอยู่ระหว่างพิจารณาราคาเพราะต้นทุนส่วนประกอบยังผันผวน แม้ทีเซอร์ในจีนจะออกมาแล้วและคาดว่าจะเปิดตัวในเดือนพฤษภาคมนี้
ข้อมูลที่หลุดออกมาชี้ว่ารุ่นนี้จะมาพร้อมจอ 6.9 นิ้ว, ชิป Snapdragon 8 Elite Gen 5, กล้องหลัก 200MP ปรับแต่งโดย Leica และแบตเตอรีขนาด 8,000 mAh ซึ่งถ้าราคาออกมาในระดับที่สะท้อนต้นทุนจริง 17 Max อาจกลายเป็นบทพิสูจน์แรกว่าตลาดจีนพร้อมรับราคาหมื่นหยวนแค่ไหน
ลู่ยืนยันด้วยว่าแรงกดดันนี้ไม่ได้จำกัดอยู่ที่ Xiaomi เท่านั้น OPPO, vivo และ Honor ต่างเผชิญสถานการณ์เดียวกัน เพราะต้นทุนส่วนประกอบขึ้นราคาทั้งอุตสาหกรรม
หากราคาเรือธงในจีนแตะหมื่นหยวนจริง นั่นจะเป็นการเปลี่ยนโฉมครั้งสำคัญของตลาดที่ขึ้นชื่อมาตลอดว่าสเปคสูงในราคาที่เข้าถึงได้ และคำถามที่ตามมาคือผู้บริโภคจีนจะยอมจ่ายในราคาระดับนั้นหรือไม่
ข้อมูลจาก: ithome.com
ติดตามข้อมูลข่าวสารน่าสนใจได้ทาง www.zanzab.com และช่องทางโซเชียล
Facebook , YouTube , Instagram และ Tiktok






