Western Digital เร่งนวัตกรรมระบบจัดเก็บข้อมูลสำหรับยุค AI

GogolicoNewsPR5 กุมภาพันธ์ 256998 Views

Western Digital หรือ WD เปิดตัวนวัตกรรมระบบจัดเก็บข้อมูลสำหรับยุค AI ในงาน Innovation Day 2026 โดยประกาศฮาร์ดดิสก์ UltraSMR ePMR ความจุ 40TB ซึ่งเป็นความจุสูงสุดในโลกขณะนี้ กำลังอยู่ในขั้นตอนการรับรองกับลูกค้าไฮเปอร์สเกล พร้อมแผนผลิตจำนวนมากในครึ่งหลังปี 2026

นอกจากนี้ บริษัทยังเผยโรดแมปความจุที่จะขยายสู่ระดับ 100TB ภายในปี 2029 ด้วยเทคโนโลยี HAMR (Heat-Assisted Magnetic Recording) พร้อมนวัตกรรมด้านประสิทธิภาพและการประหยัดพลังงานที่ตอบโจทย์เวิร์กโหลด AI

เทคโนโลยีคู่ ePMR และ HAMR ให้ความยืดหยุ่นแก่ลูกค้า

WD นำเสนอแนวทางเทคโนโลยีคู่ที่เป็นข้อได้เปรียบสำคัญในอุตสาหกรรม โดยทั้ง ePMR (Energy-Assisted Perpendicular Magnetic Recording) และ HAMR สร้างบนสถาปัตยกรรมร่วมกัน ทำให้ลูกค้าสามารถเลือกใช้เทคโนโลยีใดเทคโนโลยีหนึ่งตามความพร้อมของตนเอง โดยไม่ต้องเปลี่ยนแปลงโครงสร้างพื้นฐานระบบ

ฮาร์ดดิสก์ HAMR ของ WD กำลังอยู่ในขั้นตอนการรับรองกับลูกค้าไฮเปอร์สเกล โดยมีแผนการผลิตเชิงพาณิชย์ในปี 2027 ขณะที่ ePMR จะขยายความจุไปสู่ระดับ 60TB โดยใช้ประโยชน์จากนวัตกรรม HAMR โดยไม่เพิ่มการใช้พลังงาน

แนวทางนี้ช่วยเพิ่มประสิทธิภาพการผลิต ยกระดับอัตราผลผลิต และทำให้การเปลี่ยนผ่านผลิตภัณฑ์ของลูกค้าเป็นไปอย่างราบรื่น โดยไม่มีการบังคับเปลี่ยนเทคโนโลยีหรือการหยุดชะงักของโครงสร้างพื้นฐาน

นวัตกรรม High Bandwidth Drive เพิ่มแบนด์วิดท์สูงถึง 8 เท่า

WD เปิดตัวเทคโนโลยี High Bandwidth Drive ที่ช่วยให้สามารถอ่านและเขียนข้อมูลพร้อมกันจากหัวอ่านหลายหัวบนแทร็กหลายแทร็ก ส่งมอบแบนด์วิดท์ได้สูงสุดถึง 2 เท่าของฮาร์ดดิสก์ทั่วไปโดยไม่มีการใช้พลังงานเพิ่มเติม

เทคโนโลยีนี้มีเส้นทางที่ชัดเจนในการขยายไปสู่แบนด์วิดท์ที่เพิ่มขึ้นถึง 8 เท่า และอยู่ในมือของลูกค้าสำหรับการรับรองมาตรฐานแล้ว นวัตกรรมนี้ตอบสนองเวิร์กโหลด AI ที่ต้องการประสิทธิภาพสูง ช่วยลดการพึ่งพาแฟลชที่มีต้นทุนสูงกว่า 6-10 เท่า เมื่อเทียบกับฮาร์ดดิสก์

Western Digital AI

เทคโนโลยี Dual Pivot เพิ่มประสิทธิภาพ IO สูงถึง 2 เท่า

เทคโนโลยี Dual Pivot เพิ่มชุดแอคชูเอเตอร์ที่สองที่ทำงานอิสระบนจุดหมุนแยก ส่งมอบประสิทธิภาพ Sequential IO ที่เพิ่มขึ้นสูงสุดถึง 2 เท่า ภายในฮาร์ดดิสก์ขนาด 3.5 นิ้ว

การออกแบบนี้แตกต่างจากแอคชูเอเตอร์คู่แบบก่อนหน้าที่ต้องเสียสละความจุ เนื่องจาก Dual Pivot ช่วยให้สามารถลดระยะห่างระหว่างดิสก์ ทำให้สามารถใส่จานต่อไดรฟ์ได้มากขึ้นและมีความจุรวมสูงขึ้น

เมื่อรวมกับ High Bandwidth Drive ทั้งสองเทคโนโลยีจะช่วยให้ WD สามารถเพิ่ม Sequential IO ได้ถึง 4 เท่า โดยรวม ส่งมอบฮาร์ดดิสก์ขนาด 100TB ในขณะที่ยังคงอัตรา IO ต่อ TB ที่ลูกค้าได้รับในปัจจุบัน

ฮาร์ดดิสก์ที่ใช้เทคโนโลยี Dual Pivot อยู่ในห้องแล็บในขณะนี้และจะพร้อมใช้งานในปี 2028

HDD ประหยัดพลังงาน 20% เชื่อมช่องว่าง Warm-Cold Storage

การฝึกสอนและการอนุมาน AI กำลังสร้างข้อมูล Cold จำนวนมหาศาลที่ยังคงต้องเข้าถึงได้ภายในไม่กี่วินาที ไม่ใช่หลายชั่วโมง ทำให้ข้อมูลนี้มีการใช้งานมากเกินไปสำหรับเทป แต่ก็มีต้นทุนสูงเกินไปสำหรับไดรฟ์ความจุแบบดั้งเดิม

ฮาร์ดดิสก์ที่ปรับปรุงประสิทธิภาพพลังงานของ WD ตอบโจทย์ความท้าทายนี้ด้วยการลดการใช้พลังงาน 20% ลดต้นทุนการดำเนินงานของลูกค้า ในขณะที่ยังคงรักษาระดับการจัดเก็บที่เข้าถึงได้ภายในไม่ถึงหนึ่งวินาทีด้วยฟอร์มแฟกเตอร์ 3.5 นิ้วแบบเดียวกับที่ลูกค้าใช้อยู่ในปัจจุบัน

ไดรฟ์เหล่านี้จะแลกเปลี่ยน Random IO เพียงเล็กน้อยเพื่อความจุที่สูงขึ้นและการใช้พลังงานที่ต่ำลงอย่างมาก ซึ่งเป็นการออกแบบที่เหมาะสมที่สุดสำหรับข้อมูล Cold ช่วยลดช่องว่างระหว่างระดับการจัดเก็บแบบ Warm และ Cold

ไดรฟ์ Power-Optimized คาดว่าจะเข้าสู่กระบวนการรับรองจากลูกค้าในปี 2027

แพลตฟอร์ม API อัจฉริยะขยายความคุ้มค่าสู่ลูกค้ากลุ่มกว้าง

WD ประกาศการขยายธุรกิจแพลตฟอร์มเพื่อขยายความคุ้มค่าทางเศรษฐศาสตร์ของสตอเรจระดับไฮเปอร์สเกลไปยังกลุ่มลูกค้าที่กว้างขึ้น การขยายนี้รวมถึงการพัฒนาชั้นซอฟต์แวร์อัจฉริยะผ่าน API แบบเปิด ซึ่งคาดว่าจะเปิดตัวในปี 2027

ซอฟต์แวร์นี้จะช่วยให้บริษัทที่มีขนาดข้อมูลตั้งแต่ 200 เพตะไบต์ ขึ้นไปสามารถบรรลุประสิทธิภาพและความคุ้มค่าทางเศรษฐศาสตร์ด้านสตอเรจในระดับเดียวกับที่ผู้ให้บริการไฮเปอร์สเกลมีอยู่ในปัจจุบัน

เลเยอร์ซอฟต์แวร์อัจฉริยะนี้จะเร่งการนำนวัตกรรมสตอเรจมาใช้ทั่วทั้งแพลตฟอร์ม UltraSMR, ePMR และ HAMR HDD และแฟลชของ WD พร้อมทั้งลด Time-to-Production อย่างมากและลดความเสี่ยงในการรับรองผลิตภัณฑ์ในทุกระดับสตอเรจ

ด้วยการนำโครงสร้างพื้นฐานสตอเรจสำหรับเวิร์กโหลดระดับ AI มาใช้เป็นเรื่องง่าย WD จะเปลี่ยนแปลง Time-to-Value โดยไม่ต้องมีการหยุดชะงักทางสถาปัตยกรรม ทำให้ลูกค้าคลาวด์และองค์กรที่กำลังเติบโตมีเส้นทางที่ชัดเจนสู่ความคุ้มค่าทางเศรษฐศาสตร์ระดับไฮเปอร์สเกล

Western Digital AI

รีแบรนด์เป็น WD พร้อมโมเดลธุรกิจใหม่

บริษัทซึ่งปัจจุบันเป็นที่รู้จักในชื่อ WD ได้เปิดตัวแบรนด์ที่ปรับปรุงใหม่ซึ่งอ้างอิงถึงดาต้าเซ็นเตอร์ในเชิงภาพและสะท้อนการเปลี่ยนแปลงของบริษัทสู่การเป็นผู้ให้บริการโครงสร้างพื้นฐานสตอเรจที่จำเป็นสำหรับเศรษฐกิจข้อมูลที่ขับเคลื่อนด้วย AI

การประกาศครั้งนี้สะท้อนถึงยุคใหม่ของ WD ต่อเนื่องจากการดำเนินกลยุทธ์ตลอดปีที่ผ่านมา ไม่ว่าจะเป็นการเปลี่ยนไปสู่ความร่วมมือระยะยาวกับลูกค้าภายใต้สัญญาหลายปี การยกระดับความเป็นเลิศด้านการดำเนินงานผ่านการปฏิบัติที่มีวินัย ซึ่งช่วยเพิ่มกำไรขั้นต้นมากกว่าสองเท่าเมื่อเทียบปีต่อปี

ความสำเร็จเหล่านี้ส่งผลให้ WD ได้รับการคัดเลือกเข้าสู่ดัชนี Nasdaq 100 และติดอันดับบริษัทที่มีผลงานโดดเด่นใน S&P 500 ประจำปี 2025 นอกจากนี้ ยังมีการเปิดเผยโมเดลทางการเงินใหม่เพื่อสะท้อนมุมมองที่ปรับปรุงใหม่ของบริษัทสำหรับช่วง 3-5 ปีข้างหน้า โดย 90% ของรายได้มาจาก AI และคลาวด์

ผู้บริหารมองอนาคตระบบจัดเก็บข้อมูลยุค AI

คุณเออร์วิง ตัน ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร WD กล่าวว่า “ตลอดปีที่ผ่านมา WD ยังคงมุ่งเน้นการดำเนินงานอย่างต่อเนื่องและการเร่งนวัตกรรม ซึ่งทำให้เราสามารถจินตนาการฮาร์ดดิสก์ขึ้นใหม่อย่างแท้จริงเพื่อตอบโจทย์ความต้องการของ AI วันนี้ เรากำลังนำเสนอนวัตกรรมที่สะท้อนถึงความเชื่อมโยงอย่างลึกซึ้งกับลูกค้าของเรา”

คุณอาห์เหม็ด ชิฮับ ประธานเจ้าหน้าที่ฝ่ายผลิตภัณฑ์ของ WD กล่าวว่า “WD Innovation Day คือจุดที่การเปลี่ยนแปลงทางธุรกิจที่ยึดลูกค้าเป็นศูนย์กลางของเราบรรจบกับเทคโนโลยีก้าวกระโดดของเราสำหรับยุค AI เรากำลังท้าทายข้อสมมติดั้งเดิมเกี่ยวกับสตอเรจและกำจัดอุปสรรคด้านความซับซ้อนและต้นทุนที่จำกัดการเติบโตที่ขับเคลื่อนด้วย AI”

คุณเอ็ด เบิร์นส์ ผู้อำนวยการฝ่ายวิจัย HDD ของ IDC กล่าวว่า “Innovation Day ของ WD เผยให้เห็นบริษัทที่ได้เปลี่ยนแปลงกลยุทธ์อย่างแท้จริงโดยยึดความต้องการด้านโครงสร้างพื้นฐานของลูกค้าเป็นศูนย์กลาง การยืนยันจากตลาดเห็นได้ชัดแล้ว ลูกค้างำลังนำโซลูชันเหล่านี้ไปใช้งานเพราะ WD กำลังแก้ปัญหาที่สำคัญที่สุดสำหรับโครงสร้างพื้นฐาน AI”

Loading Next Post...
Search Trending
Popular
Loading

Signing-in 3 seconds...

Signing-up 3 seconds...