
ประโยคสั้นๆ จากซีอีโอ TSMC กลายเป็นที่พูดถึงในวงการเซมิคอนดักเตอร์โลกทันที เมื่อ ซีซี เว่ย (C.C. Wei) กล่าวในงานประชุมผู้ถือหุ้นประจำปีเมื่อวันที่ 4 มิถุนายน 2569 ว่า TSMC จะยังคงครองตลาดรับจ้างผลิตชิป (Foundry) ต่อไป พร้อมแซวคู่แข่งรายใหญ่ที่ทุกคนรู้ว่าหมายถึง Samsung ว่า ยังบอกวนซ้ำว่าจะตามทันมาสองทศวรรษแล้วแต่ก็ยังไม่เป็นจริง
เว่ยไม่ได้เอ่ยชื่อ Samsung ตรงๆ แต่ใครฟังก็รู้ว่าหมายถึงใคร เขาพูดว่า “เมื่อ 20 ปีที่แล้ว คู่แข่งของเราบอกว่าจะตามทัน TSMC ใน 10 ปี, 10 ปีผ่านไปก็บอกอีกว่าจะตามทันอีก 10 ปี และเพิ่งบอกอีกครั้งว่าจะตามทันใน 10 ปี” ลองนึกภาพง่ายๆ ว่าถ้ามีคนบอกว่าจะวิ่งตามคุณทันใน 10 ปี แต่พอครบ 10 ปีก็ขยับเส้นชัยออกไปอีก แล้วทำแบบนี้ซ้ำสองรอบ นั่นคือสิ่งที่เว่ยกำลังพูดถึง
ข้อมูลจากตลาดรับจ้างผลิตชิปยืนยันว่าประโยคนั้นไม่ได้พูดเกินจริง ปัจจุบัน TSMC ถือครองส่วนแบ่งตลาดราว 70% ขณะที่ Samsung อยู่ที่ประมาณ 7% และที่น่าสนใจคือช่องว่างระหว่างสองบริษัทไม่ได้แคบลง แต่กลับกว้างขึ้นจาก 55% ในปี 2567 เป็นราว 63% ในปี 2568
บริบทที่ทำให้การแซวครั้งนี้ทรงพลังคือ กระแส AI ที่กำลังขับเคลื่อนอุตสาหกรรมชิปทั้งหมด บริษัทที่ออกแบบชิปประมวลผล AI ไม่ว่าจะเป็น NVIDIA, Broadcom หรือรายอื่นๆ ต่างเลือก TSMC เป็นโรงงานหลัก ไม่ใช่เพียงเพราะกระบวนการผลิตที่ละเอียดกว่า แต่รวมถึงเทคโนโลยีแพ็กเกจขั้นสูงอย่าง CoWoS (Chip on Wafer on Substrate) ที่ทำให้นำชิปหลายชิ้นมาเชื่อมกันในหนึ่งแพ็กเกจได้อย่างมีประสิทธิภาพ ซึ่ง TSMC วางแผนขยายกำลังผลิต CoWoS เป็นราว 120,000-130,000 แผ่นต่อเดือนภายในสิ้นปี 2569
ในแง่การลงทุน TSMC ประกาศงบ Capex ปี 2569 ไว้ที่ 52,000-56,000 ล้านดอลลาร์สหรัฐ เพิ่มขึ้นราว 30% จากปีที่แล้ว โดยมุ่งเน้นการผลิตชิปที่ความละเอียด 2 นาโนเมตร ซึ่งเป็นระดับที่ลูกค้ารายใหญ่ต้องการสำหรับ AI รุ่นถัดไป
แม้ในสมรภูมิรับจ้างผลิตชิป Samsung จะอยู่ในฐานะที่ยากจะพลิกกลับมา แต่ตลาดหน่วยความจำเป็นอีกเรื่อง Samsung ยังถูกมองว่าเป็นผู้นำด้าน High Bandwidth Memory (HBM) หรือแรมความเร็วสูงที่เป็นชิ้นส่วนสำคัญในการ์ดจอและชิป AI ทุกรุ่น แม้แต่ TSMC เองยังยอมรับจุดนี้อย่างเปิดเผย ซึ่งแสดงให้เห็นว่าสองบริษัทนี้แข่งขันกันในบางสนาม และอยู่ร่วมกันในอีกหลายสนาม
นั่นหมายความว่าแม้ TSMC จะยืนหยัดในตลาดผู้รับจ้างผลิตชิปอย่างมั่นคง อุตสาหกรรมชิป AI ก็ต้องพึ่งพาทั้งสองบริษัทพร้อมกัน TSMC ผลิตชิปประมวลผล Samsung ผลิตแรมที่ต่อเข้าไปในชิปนั้น ดังนั้นการแซวของเว่ยจึงไม่ใช่การประกาศสงครามเต็มรูปแบบ แต่เป็นการย้ำเตือนว่าในสนาม Foundry ยังไม่มีสัญญาณใดที่บอกว่าสถานการณ์จะเปลี่ยนในเร็ววัน
Samsung ลงทุนอย่างหนักในกระบวนการผลิตชิป 2 นาโนเมตรเช่นกัน และตั้งเป้าว่าจะพลิกสถานการณ์ฟาวน์ดรีในช่วงปีต่อๆ ไป แต่ในโลกที่ลูกค้า AI ต้องการทั้ง yield สูง, ความแน่นอนในการส่งมอบ และระบบบรรจุภัณฑ์ขั้นสูงควบคู่กัน TSMC สั่งสมความได้เปรียบเหล่านี้มานานกว่าสองทศวรรษ การจะเปลี่ยนขั้วซัพพลายเออร์ในยุค AI จึงไม่ใช่แค่เรื่องของสเปกชิปอีกต่อไป แต่คือความเชื่อมั่นที่สะสมมาตลอดหลายสิบปี และนั่นคือสิ่งที่เว่ยแซวด้วยประโยคสั้นๆ ว่าไม่มีคู่แข่งรายใดสร้างขึ้นมาทดแทนได้
ข้อมูลจาก: Gizmochina
ติดตามข้อมูลข่าวสารน่าสนใจได้ทาง www.zanzab.com และช่องทางโซเชียล
Facebook , YouTube , Instagram และ Tiktok