
รัฐบาล Trump ประกาศสั่งให้หน่วยงานรัฐบาลกลางสหรัฐฯ ทุกแห่งหยุดใช้เทคโนโลยีของ Anthropic ผู้สร้าง Claude ทันที หลังบริษัทปฏิเสธให้กองทัพเข้าถึง AI แบบไม่มีข้อจำกัด นับเป็นครั้งแรกในประวัติศาสตร์ที่บริษัทอเมริกันถูกประกาศเป็น “ภัยคุกคามห่วงโซ่อุปทาน” ด้วยมาตรการที่ปกติสงวนไว้ใช้กับบริษัทจากประเทศศัตรู
เรื่องนี้ไม่ใช่แค่ข้อพิพาทเรื่องสัญญา 200 ล้านดอลลาร์ แต่กลายเป็นคำถามพื้นฐานที่ทั้งอุตสาหกรรม AI ต้องเผชิญว่า ใครเป็นคนกำหนดเส้นแดงของเทคโนโลยีที่อาจเปลี่ยนแปลงโลก
ปัญหาเริ่มจากข้อเรียกร้องของ Pentagon ที่ต้องการให้ Anthropic อนุญาตให้กองทัพใช้ Claude เพื่อ “วัตถุประสงค์ที่ถูกกฎหมายทุกอย่าง” โดยไม่มีข้อจำกัดใดๆ แต่ Dario Amodei ซีอีโอของ Anthropic ยืนกรานปฏิเสธ โดยระบุเส้นแดง 2 ข้อที่ข้ามไม่ได้ ได้แก่ ห้ามใช้ AI เพื่อเฝ้าระวังประชาชนในวงกว้าง และห้ามใช้เพื่อพัฒนาอาวุธอัตโนมัติที่ตัดสินใจโดยไม่มีมนุษย์
ความตึงเครียดยืดเยื้อหลายเดือน จนถึงจุดแตกหักเมื่อ Pete Hegseth รัฐมนตรีกลาโหม เรียก Amodei มาพบที่วอชิงตัน ดี.ซี. ก่อนจะยื่นคำขาด 2 ทาง ไม่ว่าจะเป็นการประกาศให้ Anthropic เป็น supply-chain risk หรือการใช้ Defense Production Act เพื่อบังคับให้กองทัพใช้ AI ได้ตามต้องการ
Amodei ตอบกลับอย่างชัดเจนว่า Anthropic พร้อมเลิกทำงานกับ Pentagon มากกว่าจะยอมรับเงื่อนไขเหล่านั้น
วันศุกร์ที่ 27 กุมภาพันธ์ 2026 Trump โพสต์บน Truth Social สั่งให้หน่วยงานรัฐบาลกลางทุกแห่งหยุดใช้เทคโนโลยีของ Anthropic ทันที พร้อมให้เวลาเลิกใช้ภายใน 6 เดือน และเตือนว่าจะใช้ “อำนาจประธานาธิบดีอย่างเต็มที่” หากบริษัทไม่ให้ความร่วมมือในช่วงเปลี่ยนผ่าน

ขณะเดียวกัน Hegseth ประกาศบน X ว่า Anthropic ถูกประกาศเป็น supply-chain risk “ทันที” ซึ่งมีผลห้ามบริษัทใดก็ตามที่ทำสัญญากับกองทัพทำการค้ากับ Anthropic ในทุกรูปแบบ
Anthropic ตอบโต้ในคืนเดียวกันว่ายังไม่ได้รับแจ้งอย่างเป็นทางการใดๆ จากทำเนียบขาวหรือกองทัพ และประกาศว่าจะ “ต่อสู้คดีในศาล” หากการประกาศ supply-chain risk เกิดขึ้นจริง พร้อมระบุว่ามาตรการดังกล่าว “ไม่มีฐานทางกฎหมาย และจะสร้างบรรทัดฐานที่อันตรายต่อบริษัทอเมริกันทุกแห่งที่เจรจากับรัฐบาล”
จุดที่น่าสนใจที่สุดของเรื่องนี้คือท่าทีของ Sam Altman ซีอีโอ OpenAI คู่แข่งตัวฉกาจ ซึ่งออกมาสนับสนุน Anthropic อย่างชัดเจน Altman ส่งบันทึกถึงพนักงานระบุว่าตนมี “เส้นแดงเดียวกัน” โดยสัญญากับกองทัพของ OpenAI จะไม่รวมการใช้งานที่ “ผิดกฎหมาย เช่น การเฝ้าระวังภายในประเทศและอาวุธอัตโนมัติ”
Altman ยืนยันต่อสาธารณะว่า “ผมไม่คิดว่า Pentagon ควรข่มขู่บริษัทเหล่านี้ด้วย Defense Production Act” และเสริมว่าแม้จะมีความเห็นต่างกับ Anthropic มากมาย แต่เชื่อว่าบริษัทนั้นใส่ใจเรื่องความปลอดภัยจริงๆ
สิ่งที่ตามมาคือ Pentagon ยอมรับเงื่อนไขของ OpenAI ที่แทบจะเหมือนกันทุกประการ รวมถึงการระบุเส้นแดงเรื่องอาวุธอัตโนมัติและ mass surveillance ลงในสัญญาอย่างชัดเจน ทำให้เกิดคำถามว่าปัญหาที่แท้จริงอยู่ที่ “หลักการ” หรือ “ความสัมพันธ์ส่วนตัว” ระหว่าง Amodei กับเจ้าหน้าที่ Pentagon
Anthropic ไม่ได้เป็นบริษัทเล็กที่จะสั่นคลอนได้ง่าย บริษัทมีมูลค่า 380,000 ล้านดอลลาร์จากการระดมทุน Series G เมื่อต้นเดือนกุมภาพันธ์ และมีรายได้ต่อปีสูงถึง 14,000 ล้านดอลลาร์ เติบโต 10 เท่าจากปีก่อน อดีตเจ้าหน้าที่ DoD ให้ความเห็นกับ BBC ว่า Anthropic “มีไพ่ในมือและไม่ต้องการเงินก้อนนั้น” พร้อมชี้ว่าฐานทางกฎหมายของ Pentagon ในการออกมาตรการเหล่านี้ “อ่อนแอมาก”
อย่างไรก็ตาม ผลกระทบที่กังวลกันมากกว่าคือฝั่งลูกค้าเอกชน บริษัทใหญ่ที่สุดของอเมริกา 8 ใน 10 แห่งใช้ Claude อยู่ และหลายบริษัทในจำนวนนั้นมีสัญญาหรืออาจต้องการสัญญากับรัฐบาลในอนาคต ซึ่งหมายความว่าพวกเขาอาจถูกบังคับให้เลือกข้าง
Claude ยังเป็น AI model เดียวที่ทำงานอยู่ในระบบลับของกองทัพสหรัฐฯ ณ ขณะนี้ ผ่านความร่วมมือกับ Palantir Technologies โดย Gemini ของ Google และ ChatGPT ของ OpenAI ยังถูกจำกัดให้ใช้ได้เฉพาะในระบบที่ไม่ลับเท่านั้น เจ้าหน้าที่กลาโหมยอมรับเป็นการส่วนตัวว่าการถอด Claude ออกจะเป็น “เรื่องปวดหัวอย่างมาก”
ภายในวันเดียวหลังเหตุการณ์แตกหัก จดหมายเปิดผนึก “We Will Not Be Divided” รวบรวมลายเซ็นได้กว่า 450 รายชื่อจากพนักงาน Google, OpenAI, Microsoft และ Amazon โดยระบุว่า Pentagon กำลังใช้กลยุทธ์แบ่งแยก ซึ่งจะได้ผลก็ต่อเมื่อไม่มีใครรู้ว่าคนอื่นยืนอยู่ตรงไหน
Ilya Sutskever ผู้ร่วมก่อตั้ง OpenAI โพสต์สนับสนุนว่า “ในอนาคตจะมีสถานการณ์แบบนี้ที่ท้าทายกว่ามากอีก และผู้นำที่เกี่ยวข้องจะต้องลุกขึ้นมาเผชิญ คู่แข่งที่ดุเดือดต้องวางความขัดแย้งลงในเวลาที่สำคัญ”
ฝั่งอดีตที่ปรึกษา AI ของทำเนียบขาวเองอย่าง Dean Ball ยังออกมาวิจารณ์อย่างรุนแรงว่านี่คือ “การฆาตกรรมบริษัทอย่างชัดเจน” และตั้งคำถามว่ารัฐบาลที่โปรโมทตัวเองว่าต่อต้านการกำกับดูแล AI กลับกลายเป็นผู้กำกับดูแล AI ที่เข้มงวดที่สุดในโลกได้อย่างไร
ข้อพิพาทนี้ยังไม่จบ และยังมีประเด็นสำคัญที่ยังไม่มีคำตอบ ไม่ว่าจะเป็นว่า Anthropic จะชนะคดีในศาลหรือไม่ Pentagon จะหา model มาแทน Claude ในระบบลับได้จริงภายใน 6 เดือนหรือไม่ และแผน IPO ของ Anthropic ที่วางไว้ช่วงมิถุนายน-กรกฎาคม 2026 จะยังเกิดขึ้นตามแผนหรือไม่
สิ่งที่ชัดเจนแล้วคือ เรื่องนี้ไม่ใช่แค่ข้อพิพาทระหว่าง Anthropic กับรัฐบาล แต่เป็นบททดสอบว่ารัฐบาลสามารถบังคับให้บริษัทเอกชนถอดมาตรการด้านความปลอดภัยของ AI ที่ยังไม่พร้อมสำหรับการใช้งานแบบไม่จำกัดได้หรือไม่ และหากปฏิเสธ จะถูกปฏิบัติเหมือนศัตรูของรัฐหรือเปล่า
ข้อมูลจาก: BBC
ติดตามข้อมูลข่าวสารน่าสนใจได้ทาง www.zanzab.com และช่องทางโซเชียล
Facebook , YouTube , Instagram และ Tiktok