
Anthropic เปิดตัว Claude Sonnet 5 อย่างเป็นทางการเมื่อวันที่ 30 มิถุนายน 2569 ชูจุดเด่นด้านความสามารถ Agentic ที่ใกล้เคียงกับ Claude Opus 4.8 รุ่นใหญ่กว่าและราคาแพงกว่า การเปิดตัวครั้งนี้มีเป้าหมายลดช่องว่างที่เคยห่างกันมากระหว่างรุ่น Sonnet กับ Opus นับตั้งแต่ยุค Sonnet 4.6 และเริ่มให้บริการทันทีทั้งบน Claude.ai, Claude Code และ Claude Platform สำหรับนักพัฒนาที่เรียกใช้งานผ่าน API

สำหรับนักพัฒนาจำนวนมาก ยุคของ AI แบบ Agentic เริ่มต้นจากรุ่น Sonnet โดยเฉพาะ Claude Sonnet 3.5, 3.6 และ 3.7 ที่แสดงทักษะด้านการเขียนโค้ดและการใช้เครื่องมือได้อย่างโดดเด่นเป็นครั้งแรก แต่ในช่วงหลัง ความก้าวหน้าด้าน Agentic ที่ชัดเจนที่สุดกลับไปอยู่ที่รุ่น Opus มากกว่า
Claude Sonnet 5 ทำคะแนนใกล้เคียงกับ Opus 4.8 ในด้าน Reasoning (การให้เหตุผลและวางแผนแก้ปัญหา), การใช้เครื่องมือ, การเขียนโค้ด และงานความรู้ทั่วไป ผลทดสอบบน BrowseComp และ OSWorld-Verified แสดงให้เห็นว่า Sonnet 5 ทำคะแนนดีกว่า Sonnet 4.6 ในทุกระดับ Effort แม้ Opus 4.8 จะยังคงนำในแง่ความแม่นยำสูงสุด ผู้ใช้งานจึงเลือกปรับระดับ Effort ให้เหมาะกับงบประมาณและความแม่นยำที่ต้องการได้เอง
คุณ Daniel Shepard วิศวกรอาวุโสจากทีมที่ทดสอบใช้งานจริง เล่าว่าเคยมอบหมายงานสองขั้นตอนต่อเนื่องให้โมเดล ทั้งอัปเดตข้อมูลลูกค้าและส่งอีเมลประกาศ ซึ่งงานลักษณะนี้เคยทำได้ไม่ครบทุกครั้งในรุ่นก่อน แต่ Sonnet 5 ทำจบกระบวนการได้เองทั้งหมด
ขณะที่คุณ Neel Chotai วิศวกรด้าน Rust (ภาษาโปรแกรมมิ่งที่เน้นความปลอดภัยของหน่วยความจำ) เล่าประสบการณ์ที่โมเดลเขียนชุดทดสอบเพื่อยืนยันบั๊ก แก้โค้ด แล้วย้อนกลับไปทดสอบซ้ำเพื่อยืนยันว่าบั๊กหายไปจริง โดยไม่ต้องสั่งเพิ่มเติมระหว่างทาง

Anthropic ตั้งราคาเปิดตัวของ Sonnet 5 ไว้ที่ 2 ดอลลาร์ต่อล้าน Input Token และ 10 ดอลลาร์ต่อล้าน Output Token ไปจนถึงวันที่ 31 สิงหาคม 2569 ก่อนปรับขึ้นเป็นราคาปกติที่ 3 ดอลลาร์ และ 15 ดอลลาร์ ตามลำดับ ซึ่งเท่ากับราคาปกติของ Sonnet 4.6 ที่ใช้อยู่เดิมพอดี เมื่อเทียบราคาในช่วงโปรโมชัน Sonnet 5 จึงดูถูกกว่ารุ่นก่อนราว 1 ใน 3
Sonnet 5 เปลี่ยนมาใช้ Tokenizer แบบใหม่ (ระบบที่ตัดแบ่งข้อความเป็นหน่วยย่อยเรียกว่า Token ก่อนป้อนให้ AI ประมวลผล) ทำให้เนื้อหาชุดเดียวกันถูกตัดออกมาเป็นจำนวน Token มากขึ้นกว่าเดิมประมาณ 1.0 ถึง 1.35 เท่า ขึ้นอยู่กับประเภทเนื้อหา ผลคือแม้ราคาต่อ Token จะถูกลงในช่วงโปรโมชัน แต่งานชิ้นเดียวกันอาจใช้จำนวน Token มากขึ้น ทำให้ต้นทุนรวมที่จ่ายจริงใกล้เคียงเดิม หรือในบางกรณีอาจสูงกว่ารุ่นก่อนเล็กน้อย Anthropic ระบุเองว่าตั้งราคาเปิดตัวไว้ให้การเปลี่ยนผ่านมีต้นทุนใกล้เคียงเดิมเป็นหลัก ไม่ได้การันตีว่าจะถูกลง
ผลประเมินความปลอดภัยก่อนเปิดตัวพบว่า Sonnet 5 ปฏิเสธคำขอที่เป็นอันตรายได้ดีขึ้น และต้านทาน Prompt Injection (ความพยายามแอบแทรกคำสั่งปลอมเข้าไปในข้อมูลที่ AI อ่าน เพื่อหลอกให้ทำสิ่งที่ผู้ใช้จริงไม่ได้สั่ง) ได้ดีกว่า Sonnet 4.6
ส่วนของอัตรา Hallucination (อาการที่ AI สร้างข้อมูลเท็จขึ้นมาเองอย่างมั่นใจ) และ Sycophancy (อาการประจบเอาใจผู้ใช้มากกว่าตอบตามความจริง) ก็ต่ำกว่ารุ่นก่อนเช่นกัน
อย่างไรก็ตาม ผลการตรวจสอบพฤติกรรมอัตโนมัติที่ทดสอบความเสี่ยงในหลากหลายสถานการณ์ ยังพบว่า Sonnet 5 มีอัตราพฤติกรรมไม่สอดคล้องสูงกว่า Opus 4.8 และ Claude Mythos Preview เล็กน้อย
Anthropic ระบุว่าไม่ได้ฝึกฝน Sonnet 5 ให้เชี่ยวชาญงานด้าน Cybersecurity เป็นการเฉพาะ ผลทดสอบกับช่องโหว่ใน Firefox 147 พบว่าโมเดลไม่สามารถสร้าง Exploit (โค้ดที่ใช้โจมตีช่องโหว่ความปลอดภัย) ที่ใช้งานได้จริงแม้แต่ครั้งเดียว แต่มีอัตราความสำเร็จบางส่วนสูงกว่า Sonnet 4.6 เล็กน้อย ซึ่ง Anthropic มองว่าน่าจะมาจากความฉลาดโดยรวมที่เพิ่มขึ้น มากกว่าการฝึกฝนเฉพาะทาง ด้วยเหตุนี้ Sonnet 5 จึงเปิดใช้งานมาตรการป้องกันไซเบอร์แบบเรียลไทม์เป็นค่าเริ่มต้น ระดับเดียวกับที่ใช้ใน Opus 4.7 และ 4.8 แต่เข้มงวดน้อยกว่ามาตรการที่ใช้ในรุ่น Fable 5
Claude Sonnet 5 จะถูกตั้งเป็นโมเดลเริ่มต้น สำหรับผู้ใช้แผน Free และ Pro ทันที ส่วนผู้ใช้แผน Max, Team และ Enterprise เข้าถึงได้เช่นกัน นักพัฒนาที่ใช้ Claude Code หรือเรียกผ่าน Claude API สามารถระบุชื่อโมเดล claude-sonnet-5 เพื่อเริ่มใช้งานได้ทันที
พร้อมกันนี้ Anthropic ยังปรับเพิ่ม Rate Limit (จำนวนคำขอสูงสุดที่เรียกใช้งานได้ในช่วงเวลาหนึ่ง) ทั่วทั้ง Claude.ai, Cowork, Claude Code และ Claude Platform เพื่อรองรับปริมาณ Token ที่สูงขึ้นเมื่อผู้ใช้เลือกระดับ Effort สูงสุด
ภาพรวมของ Sonnet 5 จึงเป็นการลดช่องว่างระหว่างรุ่น Sonnet กับ Opus ให้แคบลงอย่างชัดเจน เหมาะกับงานเขียนโค้ดและงานเอกสารประจำวันที่ต้องการความคุ้มราคา ส่วนงานที่ต้องการความแม่นยำสูงสุดหรือเกี่ยวข้องกับความปลอดภัยไซเบอร์ระดับสูง Anthropic ยังคงแนะนำให้ใช้ Opus 4.8 หรือรุ่นที่สูงกว่าแทน
ข้อมูล – ภาพ จาก: Anthropic
ติดตามข้อมูลข่าวสารน่าสนใจได้ทาง www.zanzab.com และช่องทางโซเชียล
Facebook , YouTube , Instagram และ Tiktok