
ทรู คอร์ปอเรชั่น รายงานผลไตรมาส 3/2569 มีกำไรสุทธิหลังภาษี 6.7 พันล้านบาท ทำกำไรต่อเนื่องเป็นไตรมาสที่ 7 พร้อมคณะกรรมการอนุมัติปันผลระหว่างกาลรวม 5.5 พันล้านบาท หรือ 0.16 บาทต่อหุ้น
รายได้บริการไม่รวมค่าเชื่อมต่อโครงข่ายหรือ IC อยู่ที่ 4.16 หมื่นล้านบาท เพิ่ม 0.9% จากปีก่อนและ 0.6% จากไตรมาสก่อน โดยธุรกิจมือถือและออนไลน์เติบโต ชดเชยบางส่วนด้วยรายได้ PayTV ที่ลดลง
EBITDA อยู่ที่ 2.85 หมื่นล้านบาท โต 5.7% จากปีก่อนและ 0.6% จากไตรมาสก่อน ส่วนกำไรสุทธิ 6.7 พันล้านบาทเพิ่ม 324.1% จากปีก่อนและ 1.8% จากไตรมาสก่อน เมื่อปรับรายการพิเศษครั้งเดียวในไตรมาส กำไรสุทธิอยู่ที่ 7 พันล้านบาท
จำนวนผู้ใช้มือถือเพิ่มจากไตรมาสก่อน 142,000 เลขหมาย เป็น 48.8 ล้านเลขหมาย มีผู้ใช้ 5G 20.5 ล้านเลขหมาย ส่วนอินเทอร์เน็ตบ้านเพิ่ม 30,000 ราย เป็น 3.3 ล้านราย ณ สิ้นไตรมาส
ซิกเว่ เบรกเก้ ประธานคณะผู้บริหารกลุ่ม ระบุว่าระบบบริหารคุณค่าลูกค้าหรือ CVM ที่ขับเคลื่อนด้วย AI ช่วยส่งข้อเสนอให้เหมาะกับลูกค้า ช่องทางและเวลา เป็นส่วนหนึ่งของการเติบโตธุรกิจมือถือและออนไลน์ตามมุมมองบริษัท
เงินปันผลระหว่างกาลที่อนุมัติ 5.5 พันล้านบาทคิดเป็นอัตราจ่าย 83% หรือ 0.16 บาทต่อหุ้น ขณะที่หนี้สินสุทธิต่อ EBITDA อยู่ที่ 3.6 เท่า ลด 0.5 เท่าจากปีก่อนและ 0.1 เท่าจากไตรมาสก่อน
ตัวเลขไตรมาสนี้สะท้อนกำไรที่บริษัทประกาศควบคู่กับฐานลูกค้ามือถือและบรอดแบนด์ที่เพิ่มขึ้น โดยกำไรหลังปรับรายการพิเศษเป็นตัวเลขแยกจากกำไรสุทธิหลังภาษี ติดตามข้อมูลบริษัทได้ที่ ทรู คอร์ปอเรชั่น
ติดตามข้อมูลข่าวสารน่าสนใจได้ทาง www.zanzab.com และช่องทางโซเชียล
Facebook , YouTube , Instagram และ Tiktok