
AIS รายงานผลประกอบการไตรมาส 3/2569 มีรายได้รวม 58,061 ล้านบาท และกำไรสุทธิ 13,504 ล้านบาท พร้อมเดินหน้าขยายเครือข่าย 5G-ADVANCED และอินเทอร์เน็ตบ้าน รองรับการใช้งานตั้งแต่การสร้างคอนเทนต์และไลฟ์สด ไปจนถึงบริการ AI ของภาคธุรกิจ ภายใต้ทิศทาง Intelligent Infrastructure หรือโครงสร้างพื้นฐานดิจิทัลอัจฉริยะ ที่เชื่อมธุรกิจเครือข่ายเข้ากับบริการค้าปลีก ความบันเทิง และการเงินดิจิทัล
ธุรกิจโทรศัพท์เคลื่อนที่มีผู้ใช้บริการรวม 47.2 ล้านเลขหมาย เพิ่มขึ้นสุทธิ 52,800 เลขหมายจากไตรมาส 2/2569 ขณะที่ผู้ใช้บริการระบบรายเดือนเพิ่มขึ้น 159,500 เลขหมาย ส่วนรายได้ธุรกิจมือถือเติบโต 4.4% เมื่อเทียบกับไตรมาส 3/2568 โดย AIS ให้ความสำคัญกับการรักษาฐานลูกค้าและคุณภาพบริการ ควบคู่กับการยืนยันตัวตนอย่างเข้มงวดเมื่อเปิดเลขหมายใหม่ เพื่อป้องกันการนำไปใช้โดยมิจฉาชีพออนไลน์
ด้านอินเทอร์เน็ตบ้าน AIS 3BB FIBRE3 มีผู้ใช้บริการรวม 5.4 ล้านราย เพิ่มขึ้น 45,500 รายจากไตรมาส 2/2569 และมีรายได้เติบโต 5.5% การขยายฐานลูกค้าเน้นแพ็กเกจที่คุ้มค่าสำหรับผู้บริโภคที่ยังระมัดระวังการใช้จ่าย พร้อมพัฒนาบริการ Smart Living และแพ็กเกจรวมอินเทอร์เน็ตบ้านกับความบันเทิง เช่น PLAY ALL
AIS ระบุว่าเครือข่าย 5G-ADVANCED ครอบคลุมพื้นที่ให้บริการ 100% ทั่วกรุงเทพมหานคร พร้อมขยายสู่พื้นที่อำเภอเมืองครบทั้ง 77 จังหวัด โดยบริษัทระบุว่ากรุงเทพฯ เป็นเมืองหลวงแห่งแรกของโลกที่มีบริการด้านการอัปโหลดครอบคลุมทั้งเมือง ขอบเขตการขยายในต่างจังหวัดจึงอยู่ที่พื้นที่อำเภอเมือง ไม่ได้หมายถึงทุกพื้นที่ของทั้ง 77 จังหวัด
เครือข่ายดังกล่าวผสาน AI กับเทคโนโลยีรวมคลื่นความถี่เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพการรับส่งข้อมูล โดย AIS ระบุว่าเป็นมาตรฐานเครือข่ายใหม่ครั้งแรกในเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ ให้ความเร็วดาวน์โหลดสูงขึ้นสูงสุด 1.5 เท่า และอัปโหลดสูงขึ้นสูงสุด 2 เท่าเมื่อเทียบกับเครือข่ายรุ่นก่อน เพื่อรองรับงาน AI การสร้างคอนเทนต์ และการถ่ายทอดสด
ในกลุ่มลูกค้าองค์กร ความต้องการใช้บริการเชื่อมต่อข้อมูล คลาวด์ และดาต้าเซ็นเตอร์เพิ่มขึ้น ทั้งจากธุรกิจไทยและผู้ให้บริการต่างประเทศที่เข้ามาตั้งฐานในไทย AIS จึงมุ่งพัฒนาโครงสร้างพื้นฐานและโซลูชันสำหรับ AI Transformation หรือการนำ AI มาปรับการทำงานขององค์กร รวมถึงรองรับการลงทุนของบริษัทเทคโนโลยีระดับโลกและการเติบโตของอุตสาหกรรม AI
ส่วนธุรกิจค้าปลีกเติบโต 16% จากไตรมาส 2/2569 โดยมีแรงหนุนจากความต้องการ iPhone 18 series และสมาร์ตโฟน Android ระดับพรีเมียม พร้อมบริการให้คำแนะนำจากทีม AIS PRO และอุปกรณ์เสริมแบรนด์ LINK UP การขายเชื่อมต่อทั้งช่องทางหน้าร้านและออนไลน์ พร้อม Fast Delivery ที่จัดส่งสินค้าภายใน 3 ชั่วโมงในพื้นที่กรุงเทพมหานคร
บริการด้านการเงินเป็นอีกส่วนที่เชื่อมเข้ากับการซื้ออุปกรณ์และใช้มือถือ ผ่านความร่วมมือระหว่าง AIS, CLICX และพันธมิตร ทั้งสินเชื่อพร้อมใช้สำหรับซื้ออุปกรณ์ที่ AIS การจอง iPhone 18 การชำระค่าบริการ และการเติมเงิน เพื่อเพิ่มทางเลือกในการเข้าถึงอุปกรณ์และบริการดิจิทัล
ธุรกิจความบันเทิงได้รับแรงหนุนจากความนิยมกีฬาในช่วงเอเชียนเกมส์ โดย PLAY ALL รวมคอนเทนต์กีฬา เช่น ฟุตบอลบุนเดสลีกา NBA, NFL, ATP, LPGA และ Premier Sports อีกทั้ง AIS ยังขยายความร่วมมือกับ UC3 เพื่อถ่ายทอดสดการแข่งขันฟุตบอลรายการของ UEFA เป็นเวลา 4 ปี
สำหรับผู้ชมหนังและซีรีส์ มี PLAY PREMIUM PLUS ที่รวมความบันเทิงจากแพลตฟอร์มสตรีมมิงชั้นนำ ควบคู่กับบริการซีรีส์แนวตั้งผ่าน ReelShort และ DramaBox ที่นำเสนอร่วมกับบริการอินเทอร์เน็ต ทำให้แพ็กเกจการเชื่อมต่อมีตัวเลือกคอนเทนต์สำหรับผู้ชมแต่ละกลุ่มมากขึ้น
AIS ระบุว่ารายได้ที่เพิ่มขึ้นและการควบคุมค่าใช้จ่ายช่วยหนุนการเติบโตของกำไรสุทธิและ EBITDA ซึ่งเป็นกำไรก่อนดอกเบี้ย ภาษี ค่าเสื่อมราคา และค่าตัดจำหน่าย โดย EBITDA เติบโต 4.5% สูงกว่ากรอบเป้าหมายที่ 2–4%
ทิศทางของ AIS จึงเชื่อมการขยายเครือข่ายเข้ากับบริการที่ลูกค้าใช้ต่อเนื่อง ตั้งแต่มือถือ เน็ตบ้าน และความบันเทิง ไปจนถึงคลาวด์และ AI สำหรับองค์กร โดยกรอบลงทุน 30,000–35,000 ล้านบาทเป็นงบสำหรับทั้งปี 2569 เพื่อรองรับการพัฒนาโครงสร้างพื้นฐานและบริการดิจิทัลต่อไป ติดตามบริการและรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ เว็บไซต์ AIS
ติดตามข้อมูลข่าวสารน่าสนใจได้ทาง www.zanzab.com และช่องทางโซเชียล
Facebook , YouTube , Instagram และ Tiktok