
ทรู คอร์ปอเรชั่น แสดงเจตนารมณ์เข้มงวดปราบแก๊งคอลเซ็นเตอร์ข้ามชาติ หลังคณะผู้บริหารระดับสูงเข้าพบ ผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ เมื่อ 30 มกราคม 2569 พร้อมประกาศมาตรการตัดสัญญาณอินเทอร์เน็ตและมือถือบริเวณชายแดนแบบเด็ดขาด 100% ครอบคลุมพื้นที่รอยต่อกัมพูชา เมียนมา และลาว เพื่อป้องกันการลักลอบใช้งานของมิจฉาชีพ
นายซิกเว่ เบรกเก้ ประธานคณะผู้บริหารกลุ่มทรู คอร์ปอเรชั่น นำทีมพบ พล.ต.อ.กิตติ์รัฐ พันธุ์เพ็ชร์ ผบ.ตร. และ พล.ต.ท.จิรภพ ภูริเดช ผู้ช่วย ผบ.ตร. ที่ดูแลศูนย์ต่อต้านการฉ้อโกงออนไลน์ เพื่อแลกเปลี่ยนข้อมูลเชิงลึกและวางแผนตัดวงจรอาชญากรรมออนไลน์อย่างเป็นระบบ
ปัญหาสแกมเมอร์กลายเป็นวิกฤตระดับชาติ เมื่อข้อมูลจากศูนย์รับแจ้งความออนไลน์เผยว่ามีคดีใหม่เกิดขึ้นวันละกว่า 1,000 เคส ก่อความเสียหายรวมกว่า 80 ล้านบาทต่อวัน โดยฐานปฏิบัติการของมิจฉาชีพมีหลายร้อยแห่งกระจายอยู่ในประเทศเพื่อนบ้าน ทำให้การแก้ปัญหามีความซับซ้อนและต้องอาศัยความร่วมมือระหว่างประเทศ
ความร่วมมือในครั้งนี้ทรูและตำรวจจะบูรณาการข้อมูลร่วมกันเพื่อทลายรังสแกมเมอร์ ตั้งวอร์รูมเฝ้าระวังและตรวจจับเครือข่ายซิมบ็อกซ์ พร้อมใช้เทคโนโลยี AI วิเคราะห์พฤติกรรมการโทรและส่ง SMS ที่ผิดปกติเพื่อสกัดกั้นก่อนถึงมือประชาชน ทรูยังปฏิบัติตามมาตรการ กสทช. ในการควบคุมเสาสัญญาณตามแนวชายแดนอย่างเข้มงวด
ด้านการป้องกัน ทรูยกระดับกระบวนการลงทะเบียนซิมมือถือด้วยเทคโนโลยี AI ตรวจสอบความเสี่ยงเพื่อป้องกันการนำไปใช้ผิดกฎหมาย ขณะเดียวกันเปิดตัว ทรูไซเบอร์เซฟ บริการป้องกันภัยไซเบอร์อัตโนมัติสำหรับลูกค้าทรูและดีแทคทุกเลขหมาย ระบบจะบล็อกลิงก์อันตรายและ URL ที่มีความเสี่ยงจาก SMS และเว็บไซต์ได้ทันที โดยลูกค้าไม่ต้องดาวน์โหลดแอปหรือเสียค่าใช้จ่ายเพิ่มเติม
ติดตามข้อมูลข่าวสารน่าสนใจได้ทาง www.zanzab.com และช่องทางโซเชียล
Facebook , YouTube , Instagram และ Tiktok






