เบื้องหลัง 4 นวัตกรรมทรู คว้า Chairman Award ทั้งกล้อง AI, CORGI, EnergySense และ Wong-WAI

กอง บก. ZanZabNews21 ตุลาคม 202661 Views

ผู้ร่วมพิธีรับรางวัล Chairman Award บนเวที CP Innovation Exposition 2026

ทีมนวัตกรทรูคว้ารางวัล Chairman Award จากเวที CP Innovation Exposition 2026 ด้วย 4 ผลงาน ได้แก่ กล้องอัจฉริยะเทคโนโลยีปัญญาประดิษฐ์เชิงกายภาพ หุ่นยนต์ CORGI ระบบบริหารพลังงาน EnergySense และแพลตฟอร์มบริหารความเสี่ยงชื่อเสียงองค์กร ว่องไว (Wong-WAI) ซึ่งพัฒนาจากปัญหาที่ทีมงานพบในการทำงานจริง

เวทีปีนี้จัดภายใต้แนวคิด “RISE TOGETHER, INNOVATE BEYOND” มีผลงานจากบุคลากรเครือเจริญโภคภัณฑ์ทั่วโลกส่งเข้าประกวด 319 ผลงาน และได้รับเลือกจัดแสดง 90 ผลงาน โดย Chairman Award เป็นรางวัลสูงสุดของงาน ทั้ง 4 ผลงานของทรูมีที่มา วิธีทำงาน และแนวทางต่อยอดที่แตกต่างกัน

กล้อง AI เชื่อมภาพเหตุการณ์กับการแจ้งเตือนและติดตามงาน

ผู้จัดแสดงยืนข้างบูธนวัตกรรมกล้อง AI ของทรู พร้อมอุปกรณ์กล้องและรางวัล
แพลตฟอร์มกล้อง AI เชื่อมสิ่งที่ตรวจพบกับการแจ้งเตือนและติดตามการดำเนินงานแบบเรียลไทม์

สาวิตรี หงษ์วิหค หนึ่งในนวัตกรทีมกล้องอัจฉริยะ เล่าว่า ลูกค้ามีข้อมูลพื้นฐานจากกล้องอยู่แล้ว เช่น จำนวนคนเข้าพื้นที่ แต่ต้องการรู้ว่าจะนำข้อมูลนั้นไปจัดการงานต่ออย่างไร ทีมจึงพัฒนาแพลตฟอร์มที่ใช้ AI อ่านและวิเคราะห์ภาพกับวิดีโอ แล้วเชื่อมสิ่งที่ตรวจพบเข้ากับกระบวนการทำงานแบบเรียลไทม์

ระบบรองรับตั้งแต่การตรวจจับและแจ้งเตือน ไปจนถึงส่งต่อข้อมูล ติดตามผล ประสานงาน และตรวจสอบสถานะ ตัวอย่างในร้านค้าปลีก หากพบลูกค้ารอคิวมากกว่า 5 คน ระบบจะแจ้งให้สาขาเปิดจุดชำระเงินเพิ่ม หากผ่านไป 5 นาทีแล้วยังไม่มีการดำเนินการ จะส่งแจ้งเตือนต่อไปยังผู้รับผิดชอบอีกระดับ และจบกระบวนการเมื่อสถานการณ์คลี่คลาย

ทีมรวบรวม Use Case ไว้ใน AI Library ที่ปรับเงื่อนไขใช้งานได้กว่า 300 รูปแบบ สาวิตรียกตัวอย่างการนำไปใช้ในหมู่บ้านจัดสรรเพื่อตรวจรถจอดกีดขวาง โดยระบบเก็บข้อมูลและแจ้งเตือนอัตโนมัติ รวมถึงการตรวจพบสัตว์เลี้ยงที่พลัดหลงในช่วงน้ำท่วม ซึ่งเป็นการนำข้อมูลจากกล้องมาติดตามเหตุการณ์ในบริบทที่ต่างกัน

CORGI ช่วยกายภาพบำบัดทางไกล พร้อมขนส่งอาหารและยา

CORGI เริ่มจากโจทย์สนับสนุนการกายภาพบำบัดฟื้นฟูผู้ป่วยวัณโรคหลังผ่าตัด โดย True Innovation Center ร่วมพัฒนากับโรงพยาบาลจุฬาลงกรณ์ สภากาชาดไทย และคณะแพทยศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย ผสาน Robotics, AI Vision Edge Computing และ Telemedicine เข้าด้วยกัน

สุริยา ก้อนคำ Project Manager อธิบายว่า ทีมตั้งเป้าลดการสัมผัสระหว่างบุคลากรทางการแพทย์กับผู้ป่วยให้เหลือศูนย์ จึงทำ Design Thinking ร่วมกับบุคลากรที่เกี่ยวข้อง และพัฒนาเป็น 3 ฟีเจอร์หลัก

  • Telerehabilitation: สนับสนุนการกายภาพบำบัดทางไกล
  • Zero-Contact Delivery: ขนส่งอาหารและยา
  • Automated Personalized EHR: บันทึกเวชระเบียนรายบุคคลอัตโนมัติ

หุ่นยนต์ใช้รูปลักษณ์สุนัข CORGI ที่ออกแบบโดยภาควิชาออกแบบอุตสาหกรรม จุฬาฯ ส่วน ณรงค์ฤทธิ์ พูลทรัพย์เจริญ Project Leader ระบุว่า ทีมพัฒนา Autonomous Viewpoint Optimization ให้หุ่นยนต์เคลื่อนที่และปรับมุมกล้องอัตโนมัติ เพื่อช่วยประเมินและติดตามการทำกายภาพบำบัด

เบื้องหลังระบบคือ Human Expertise Model ที่นำความรู้ของผู้เชี่ยวชาญมาผสานกับ AI ทีมนวัตกรได้ยื่นจดทะเบียนทรัพย์สินทางปัญญาแล้ว และวางแนวทางต่อยอดองค์ความรู้ไปสู่ Medical AI Platform ในอนาคต

EnergySense ใช้ AI และ IoT ควบคุมพลังงานระดับอุปกรณ์สถานีฐาน

ทีมนวัตกรยืนร่วมกันที่บูธ EnergySense พร้อมข้อมูลผลงานและรางวัล
EnergySense เพิ่ม IoT ร่วมกับ AI และ Machine Learning เพื่อบริหารพลังงานระดับอุปกรณ์ในสถานีฐาน

โจทย์ของทีม EnergySense คืออุปกรณ์สถานีฐานจากผู้ผลิตหลายรายมีโซลูชันพลังงานแยกกัน วีระธัช วิฑูรชาติ Project Leader เล่าว่า ทีมจึงใช้ความรู้ด้าน AI และ Machine Learning พัฒนาระบบขึ้นเอง เพื่อประสานการบริหารพลังงานโดยคำนึงถึงคุณภาพบริการของลูกค้า

EnergySense ต่อยอดจาก GENIE: Green Energy Network IntelligencE ซึ่งได้รับ Chairman Award 2025 และการรับรอง Autonomous Network Level 4 จาก TM Forum ในหมวด RAN Energy Efficiency Optimization เดิม GENIE ใช้ AI และ Machine Learning วิเคราะห์และคาดการณ์การใช้งานเครือข่าย เพื่อบริหารย่านความถี่ให้สอดคล้องกับความต้องการ

ส่วน EnergySense เพิ่ม IoT เข้ากับ AI และ Machine Learning เพื่อควบคุมพลังงานระดับฮาร์ดแวร์ในสถานีฐานโดยตรง ปัจจุบันเริ่มใช้บริหารพลังงานระดับอุปกรณ์ โดยพิจารณาความเหมาะสมของแต่ละสถานีฐานและช่วงเวลา เพื่อหาสมดุลระหว่างการใช้พลังงาน ประสิทธิภาพเครือข่าย และคุณภาพบริการ

ทีมยังศึกษา Quantum Computing เป็นแนวทางในอนาคต สำหรับเพิ่มความสามารถคำนวณและวิเคราะห์ตัวแปรที่ซับซ้อน เพื่อหาโอกาสประหยัดพลังงานเพิ่มเติม โดยยังคงให้ความสำคัญกับคุณภาพสัญญาณ

Wong-WAI วิเคราะห์ Social Listening เพื่อเตือนความเสี่ยงชื่อเสียงองค์กร

ว่องไว (Wong-WAI) เริ่มจากงานติดตามข้อความออนไลน์ที่อาจกระทบชื่อเสียงองค์กร ฐิติรัตน์ สิริวรโชติโภคิน Project Leader ซึ่งพัฒนางานร่วมกับจิรันตน์ วิธานวัฒนา เล่าว่า ทีมเริ่มใช้ Rule-based วิเคราะห์ข้อมูล Social Listening ตั้งแต่ปี 2019 ก่อนรับการสนับสนุนจาก True Lab ในปี 2024 เพื่อนำ AI มาทำงานร่วมกับกติกาเดิม

ทีมร่วมพัฒนากับสถาบันเทคโนโลยีพระจอมเกล้าเจ้าคุณทหารลาดกระบัง และ BOTNOI Group โดยใช้ AI และ Machine Learning วิเคราะห์ภาษา บริบท ความรู้สึกของผู้โพสต์ และประเด็นที่กำลังพูดถึง เพื่อประเมินความเสี่ยงจากแนวโน้มการมีส่วนร่วมและการเติบโตของประเด็นออนไลน์

เมื่อพบความเสี่ยง Wong-WAI จะแจ้งไปยังหน่วยงานที่เกี่ยวข้องให้ติดตามและเตรียมรับมือ พร้อมฟีเจอร์เสนอแนวทางสื่อสารเบื้องต้น เช่น ร่าง PR Statement ตามประเภทเหตุการณ์ โดยการพัฒนาต่อเนื่องนำไปสู่การแจ้งจดทรัพย์สินทางปัญญาและเผยแพร่งานวิจัยระดับนานาชาติ

ทิศทางที่ทีมต้องการต่อยอดในอนาคตคือการช่วยคัดกรองข่าวปลอมและข้อมูลที่เป็นภัยต่อเด็กและเยาวชน เพื่อขยายการเฝ้าระวังความเสี่ยงออนไลน์ให้เป็นประโยชน์ต่อสังคมมากขึ้น

ทั้งกล้อง AI, CORGI, EnergySense และ Wong-WAI แสดงให้เห็นการนำความรู้จากหน้างานมาต่อยอดเป็นระบบติดตามเหตุการณ์ ผู้ช่วยกายภาพบำบัด การจัดการพลังงาน และการเฝ้าระวังชื่อเสียงองค์กร ติดตามข่าวสารและนวัตกรรมเพิ่มเติมของทรูได้ที่ เว็บไซต์ทรู

Loading Next Post...
Search Trending
Loading

Signing-in 3 seconds...

Signing-up 3 seconds...