
ทรู คอร์ปอเรชั่น เปิดเผยว่าระบบเทคโนโลยีเฝ้าระวังและวิเคราะห์ข้อมูลการใช้งานเครือข่ายของบริษัทตรวจพบพฤติกรรมผิดปกติอย่างมีนัยสำคัญ จนนำไปสู่การประสานงานกับ ACSC, CIB และ กสทช. บุกตรวจค้นอาคารต้องสงสัยในอำเภอแม่สอด จังหวัดตาก เมื่อวันที่ 5 มีนาคม 2569 และสามารถตัดวงจรจุดลักลอบส่งสัญญาณอินเทอร์เน็ตข้ามพรมแดนไทย-เมียนมา ที่เชื่อว่าเชื่อมโยงกับเครือข่ายแก๊งคอลเซ็นเตอร์ได้สำเร็จ
ระบบวิเคราะห์เครือข่ายตรวจพบความผิดปกติจากผู้ใช้บริการ 2 ราย ที่จดทะเบียนในรูปแบบบริษัทและใช้สถานที่เดียวกัน โดยช่วงวันที่ 22–25 กุมภาพันธ์ 2569 พบปริมาณการรับส่งข้อมูลสูงผิดปกติตลอด 24 ชั่วโมงโดยแทบไม่มีช่วงหยุด ซึ่งไม่ตรงกับรูปแบบการใช้งานของสำนักงาน ประกอบกับที่ตั้งของอาคารอยู่ริมแม่น้ำเมยซึ่งเป็นแนวพรมแดนไทย-เมียนมา ทรูจึงรวบรวมข้อมูลทางเทคนิคทั้งหมดส่งให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องดำเนินการต่อ
ผลการตรวจค้นพบการติดตั้งอุปกรณ์ที่ดัดแปลงเป็นพิเศษ ประกอบด้วยตู้อุปกรณ์เครือข่ายขนาดใหญ่ Network Management System และ Gateway ที่ไม่ใช่อุปกรณ์มาตรฐานของผู้ให้บริการ ลักษณะดังกล่าวบ่งชี้ว่าอาคารถูกดัดแปลงให้เป็น Relay Node รับสัญญาณอินเทอร์เน็ตความเร็วสูงจากโครงข่ายไทย แล้วส่งต่อข้ามแม่น้ำเมยไปยังฝั่งเมียนมา เจ้าหน้าที่ตัดวงจรและยึดอุปกรณ์ทั้งหมดเพื่อดำเนินคดีตามกฎหมาย ขณะที่การติดตามผู้กระทำผิดยังอยู่ระหว่างดำเนินการ
ด้านมาตรการระยะยาว ทรูเดินหน้าใช้ AI และการวิเคราะห์ข้อมูลตรวจสอบความเสี่ยงการใช้งานซิมการ์ด พร้อมให้บริการ ทรูไซเบอร์เซฟ (True CyberSafe) แก่ลูกค้าทรูและดีแทคทุกเลขหมายโดยไม่เสียค่าใช้จ่าย ระบบดังกล่าวทำงานในระดับโครงข่ายโดยอัตโนมัติ ครอบคลุมการแจ้งเตือนสายมิจฉาชีพ SMS ต้องสงสัย และบล็อกลิงก์อันตรายได้ทันที
ติดตามข้อมูลข่าวสารน่าสนใจได้ทาง www.zanzab.com และช่องทางโซเชียล
Facebook , YouTube , Instagram และ Tiktok