
Synology เปิดตัวแพลตฟอร์มและผลิตภัณฑ์ชุดใหม่ในงาน COMPUTEX 2026 ภายใต้แนวคิด Private AI ที่ช่วยให้องค์กรนำ AI มาวิเคราะห์ข้อมูลได้ภายในโครงสร้างพื้นฐานของตัวเอง โดยไม่ต้องพึ่งคลาวด์สาธารณะ ครอบคลุมตั้งแต่ระบบปฏิบัติการ DiskStation Manager (DSM) เจเนอเรชันใหม่ ไปจนถึงอุปกรณ์กู้คืนข้อมูลและเครื่องมือทำงานองค์กรที่ผนวก AI เข้าไปทุกส่วน

ช่วงสองปีที่ผ่านมา บริษัทขนาดกลางและใหญ่ทั่วโลกต่างเร่งนำ AI เข้ามาปรับกระบวนการทำงาน แต่สิ่งที่เป็นอุปสรรคสำคัญคือการที่ข้อมูลภายในองค์กรต้องถูกส่งออกไปประมวลผลบนเซิร์ฟเวอร์ของผู้ให้บริการภายนอก ซึ่งขัดกับนโยบายความเป็นส่วนตัว กฎระเบียบ PDPA และความกังวลด้านอธิปไตยทางดิจิทัล (Digital Sovereignty)
คุณฟิลิป หว่อง ประธานและซีอีโอของ Synology ระบุว่าความท้าทายสูงสุดขององค์กรในยุคนี้ไม่ใช่การหา AI ที่ล้ำที่สุด แต่คือการรักษาสิทธิ์ความเป็นเจ้าของและการควบคุมข้อมูลอย่างสมบูรณ์ ขณะที่ยังสามารถใช้ประโยชน์จาก AI ได้เต็มที่ นั่นคือจุดที่กลยุทธ์ Private AI ของบริษัทถูกวางตำแหน่งให้แก้ปัญหานี้โดยตรง
DiskStation Manager (DSM) รุ่นใหม่เป็นหัวใจของการเปลี่ยนแปลงครั้งนี้ จากเดิมที่เป็นระบบปฏิบัติการสำหรับจัดการพื้นที่จัดเก็บข้อมูล ตอนนี้ขยับขึ้นเป็นแพลตฟอร์มบริหารข้อมูลอัจฉริยะที่ผนวกการทำงานของ AI ไว้ในทุกขั้นตอน องค์กรสามารถใช้ AI ค้นหาข้อมูล วิเคราะห์เชิงลึก และจัดการองค์ความรู้ภายในได้ โดยข้อมูลทั้งหมดยังอยู่ภายใต้การควบคุมของตัวเองตลอดเวลา
ฟีเจอร์ Cluster Manager ใน DSM รุ่นใหม่ช่วยลดความซับซ้อนในการบริหารระบบขนาดใหญ่ ผู้ดูแลระบบสามารถจัดการทรัพยากรไอทีจำนวนมากจากหน้าจอเดียว แทนที่จะต้องสลับไปมาระหว่างเครื่องหรือระบบต่างๆ ซึ่งประหยัดเวลาและลดโอกาสผิดพลาดได้มาก
ความปลอดภัยทางไซเบอร์เป็นอีกแนวรบที่ Synology ยกระดับในงานนี้ ActiveProtect Manager 2.0 นำ AI และ Machine Learning มาวิเคราะห์รูปแบบการเปลี่ยนแปลงของข้อมูลแบบเรียลไทม์ เพื่อตรวจจับสัญญาณผิดปกติ เช่น การเข้ารหัสไฟล์จำนวนมากในเวลาสั้นที่เป็นสัญญาณของการโจมตีด้วยแรนซัมแวร์ (Ransomware) และสามารถเริ่มกระบวนการกู้คืนข้อมูลข้ามแพลตฟอร์มได้อย่างรวดเร็ว
ควบคู่กันไป บริษัทเปิดตัว DP5200 อุปกรณ์ฮาร์ดแวร์สำหรับปกป้องและกู้คืนข้อมูลรุ่นใหม่ ออกแบบมาเพื่อรองรับปริมาณข้อมูลองค์กรที่เติบโตต่อเนื่อง โดยทำงานร่วมกับ ActiveProtect Manager 2.0 ได้อย่างไร้รอยต่อ

นอกจากโครงสร้างพื้นฐานด้านข้อมูล Synology ยังเปิดตัว ChatPlus และ Meet ภายใต้ Synology Office Suite เครื่องมือสื่อสารภายในองค์กรที่มี AI ช่วยถอดเสียงอัตโนมัติ สรุปประชุม และแปลภาษา ทั้งหมดทำงานบนเซิร์ฟเวอร์ขององค์กรเอง ข้อมูลการประชุมและบทสนทนาจึงไม่ออกไปนอกระบบ ต่างจากเครื่องมือคลาวด์ทั่วไปอย่างสิ้นเชิง
ด้านการรักษาความปลอดภัยทางกายภาพ บริษัทเปิดตัวกล้องรุ่นใหม่พร้อมระบบวิเคราะห์ภาพด้วย AI ที่ค้นหาเหตุการณ์ได้แม่นยำขึ้น รวมถึง Surveillance365 บริการเฝ้าระวังในรูปแบบคลาวด์ที่ทำงานเชื่อมต่อกับระบบภายในองค์กร เหมาะกับธุรกิจที่มีหลายสาขาต้องบริหารจัดการกล้องจากส่วนกลาง
ขณะที่ตลาดองค์กรได้รับโซลูชันครบชุด ฝั่งผู้บริโภคทั่วไป Synology ขยายกลุ่ม Bee Series ด้วย BeeStation และ BeeStation Plus ระบบจัดเก็บข้อมูลส่วนตัวที่ใช้ AI ช่วยค้นหาไฟล์และภาพถ่าย พร้อมเปิดตัว BeeCamera ซอฟต์แวร์จัดการกล้องวงจรปิดที่ทำงานบน BeeStation Plus เพื่อดูแลความปลอดภัยภายในบ้าน ทั้งหมดนี้ออกแบบมาให้ข้อมูลส่วนตัวยังคงอยู่ในมือของเจ้าของ ไม่ใช่บนเซิร์ฟเวอร์บริษัทใด
การเคลื่อนไหวใน COMPUTEX 2026 ครั้งนี้สะท้อนให้เห็นว่า Synology วางตัวเองไว้นอกเหนือการแข่งขันด้านฮาร์ดแวร์จัดเก็บข้อมูลแล้ว บริษัทกำลังสร้างระบบนิเวศที่ครอบคลุมทั้งองค์กรและผู้บริโภค โดยใช้ Privacy และ Data Control เป็นจุดแข็งหลักในยุคที่ทุกคนกำลังแข่งกันผลักข้อมูลขึ้นคลาวด์
ติดตามข้อมูลข่าวสารน่าสนใจได้ทาง www.zanzab.com และช่องทางโซเชียล
Facebook , YouTube , Instagram และ Tiktok