5 อันดับสมาร์ตโฟนในไทย Q1/2026 Samsung ครองแชมป์ พบราคาขายพุ่งสูงสุดเป็นประวัติการณ์

GogolicoNews1 มิถุนายน 2569209 Views

สมาร์ตโฟนไทย Q1 2026

ตลาดสมาร์ตโฟนในไทยเติบโต 2% ในไตรมาสแรกของปี 2026 สวนทางตลาดอาเซียนโดยรวมที่หดตัว 9% ตามรายงานของ Omdia บริษัทวิจัยตลาดเทคโนโลยี โดยที่ Samsung ยังรักษาตำแหน่งอันดับหนึ่งด้วยส่วนแบ่งตลาด 26% ขณะที่ราคาสมาร์ตโฟนเฉลี่ยในภูมิภาคพุ่งแตะ $349 หรือประมาณ 12,600 บาท สูงสุดเป็นประวัติการณ์ เพิ่มขึ้น 19% จากปีก่อน

ไทยโต 2% ขณะที่เพื่อนบ้านส่วนใหญ่ถดถอย

สมาร์ตโฟนไทย Q1 2026

ภาพรวมอาเซียนไตรมาสแรกปี 2026 ยอดส่งมอบรวม 21.6 ล้านเครื่อง ลดลงจาก 23.7 ล้านเครื่องในช่วงเดียวกันปีก่อน อินโดนีเซียที่เป็นตลาดใหญ่สุดในภูมิภาคด้วยยอด 7.2 ล้านเครื่อง หดตัวหนักสุดถึง 17% จากสต็อกสินค้าค้างและฤดูรอมฎอนที่อ่อนแอกว่าที่คาด เวียดนามและมาเลเซียลดลง 12% และ 19% ตามลำดับ

ไทยกลับเป็นข้อยกเว้น โต 2% ได้จากแรงหนุนของ Samsung ในกลุ่มพรีเมียมและกลางบน ซึ่งช่วยชดเชยความอ่อนแอในกลุ่มราคาต่ำ สะท้อนว่าผู้บริโภคไทยยังมีกำลังซื้อในระดับที่พอรับมือกับราคาที่ปรับสูงขึ้นได้

5 อันดับสมาร์ตโฟนในไทย Q1/2026

สมาร์ตโฟนไทย Q1 2026

ข้อมูลจาก Omdia Smartphone Market Pulse เผยอันดับส่วนแบ่งตลาดในไทยสำหรับไตรมาสแรกปี 2026 ดังนี้

  • อันดับ 1 Samsung 26% : ครองตำแหน่งอันดับหนึ่งด้วยส่วนแบ่งเพิ่มขึ้น ขับเคลื่อนจากความแข็งแกร่งของ Galaxy S26 series และ A-series ที่ยังเป็นที่นิยมในกลุ่มกลาง
  • อันดับ 2 OPPO 21% : รักษาอันดับสองได้แต่ส่วนแบ่งลดลง ผลจากการปรับโครงสร้างครั้งใหญ่จากการรวมกิจการกับ realme ส่งผลให้ยอดส่งมอบในระดับภูมิภาคหดตัว 17%
  • อันดับ 3 Xiaomi 15% : ยืนที่อันดับสามแต่เผชิญแรงกดดันจากการขึ้นราคาสินค้าทั่วทั้งพอร์ตโฟลิโอ ซึ่งลดความต้องการจากช่องทางจำหน่ายและกดดันงบประมาณผู้บริโภค
  • อันดับ 4 Apple 15% : ทรงตัวเทียบปีก่อน iPhone 17 series ทำผลงานได้ดีโดยมีการลดราคาน้อยกว่ารุ่นก่อนหน้าในช่วงเวลาเดียวกัน
  • อันดับ 5 vivo 10% : แม้ส่วนแบ่งทรงตัว แต่ในระดับภูมิภาค vivo ลดยอดลง 27% เป็นไปได้ว่าด้วยการหันมาเน้นกำไรต่อเครื่องในรุ่นพรีเมียมมากกว่าแย่งปริมาณในกลุ่มราคาถูก

ต้นทุนหน่วยความจำดันราคาสมาร์ตโฟนพุ่ง

สาเหตุหลักของราคาที่พุ่งสูงมาจากต้นทุนหน่วยความจำ DRAM และ NAND (ชิปเก็บข้อมูลในสมาร์ตโฟน) ที่ยังคงปรับตัวสูงขึ้นต่อเนื่องตั้งแต่เข้าสู่ปี 2026 ส่งผลกระทบโดยตรงต่อต้นทุนการผลิต โดยเฉพาะในกลุ่มสมาร์ตโฟนราคากลางถึงเริ่มต้นที่ชิ้นส่วนดังกล่าวคิดเป็นสัดส่วนต้นทุนรวมที่สูงกว่า

ตัวอย่างที่เห็นได้คือในมาเลเซีย Xiaomi ปรับราคา Redmi Note 15 4G ขึ้นจาก RM699 เป็น RM799 ส่วนรุ่น 5G คงราคาเดิมแต่ลดสเปกหน่วยความจำลง เป็นสัญญาณว่าแบรนด์กำลังเลือกระหว่างขึ้นราคาหรือลดคุณสมบัติเพื่อรักษากำไร แนวโน้มนี้น่าจะสะท้อนมายังตลาดไทยด้วยเช่นกัน

แนวโน้มครึ่งปีหลัง 2026 และผลต่อผู้ซื้อในไทย

Omdia ระบุว่าในช่วงครึ่งหลังของปี 2026 คำถามสำคัญคือกลยุทธ์การแข่งขันด้านปริมาณยังยั่งยืนได้หรือไม่ท่ามกลางต้นทุนที่พุ่งสูง ปัจจุบันสต็อกสินค้าในหลายช่วงราคาเริ่มตึงตัว ทำให้แบรนด์มีอำนาจในการรักษาราคามากขึ้นและแม้แต่ขึ้นราคาสินค้าที่วางขายอยู่แล้ว

สำหรับผู้บริโภคในไทย สัญญาณที่ชัดเจนคือสมาร์ตโฟนในกลุ่มราคากลางจะมีราคาสูงขึ้นหรือสเปกลดลงเมื่อเทียบกับรุ่นก่อนหน้าในช่วงราคาเดิม ผู้ที่กำลังวางแผนเปลี่ยนเครื่องในปีนี้ควรติดตามการปรับราคาของแต่ละแบรนด์อย่างใกล้ชิด โดยเฉพาะในกลุ่มราคา 5,000–15,000 บาทที่ได้รับผลกระทบมากที่สุด

ข้อมูลจาก: Omdia

Leave a reply

Loading Next Post...
Search Trending
Loading

Signing-in 3 seconds...

Signing-up 3 seconds...