
Razer Naga V3 Pro เริ่มวางจำหน่ายในไทยที่ 6,390 บาท กับโจทย์ที่ชัดเจนสำหรับคนเล่นเกมหลายแนว: เมาส์ตัวเดียวที่เปลี่ยนชุดปุ่มข้างให้เข้ากับเกมได้ โดยรุ่นนี้รองรับการตั้งค่าได้สูงสุด 23 ปุ่ม และใช้แผงข้างแม่เหล็กถอดเปลี่ยนได้ 3 แบบ
จุดที่ทำให้ Naga V3 Pro ต่างจากเมาส์ที่มีปุ่มเสริมทั่วไปคือ ผู้ใช้ไม่ต้องยึดกับเลย์เอาต์เดียวตลอดเวลา เมื่อเปลี่ยนจากเกมที่ต้องกดสกิลถี่ ๆ ไปเป็นเกมยิงหรือเกมที่ต้องการปุ่มลัดน้อยลง ก็เปลี่ยนแผงข้างให้เหมาะกับจังหวะการเล่นได้โดยไม่ต้องหาเมาส์อีกตัวมาวางบนโต๊ะ
แผงข้างทั้ง 3 แบบยึดด้วยแม่เหล็กและถอดเปลี่ยนได้โดยไม่ต้องใช้เครื่องมือ โดย Razer แบ่งแนวใช้งานไว้ดังนี้
นอกจากชุดปุ่มด้านข้างแล้ว ตัวเมาส์ยังมีปุ่ม 2 ปุ่มข้างคลิกซ้ายสำหรับปรับ DPI ได้ทันที และปุ่มนิ้วก้อยที่เลือกล็อกได้ เพื่อกันการกดพลาดเมื่อต้องการพักปุ่มนี้ไว้ Razer ระบุว่าปุ่มด้านข้างใช้วัสดุแบบ Double-shot และเมาส์บันทึกโปรไฟล์การตั้งค่า มาโคร และ DPI ไว้ในหน่วยความจำได้สูงสุด 5 โปรไฟล์

ล้อเลื่อน Razer HyperScroll Tilt Wheel Gen-2 ปรับผ่าน Razer Synapse ได้ 4 โหมด ได้แก่ Standard Tactile แบบ 24 ขั้น, Precision Tactile แบบ 48 ขั้น, Free-Spin และ Smart-Reel ที่สลับระหว่างการเลื่อนมีจังหวะกับหมุนอิสระตามความเร็วการหมุนล้อ
จุดนี้ทำให้แนวคิดเมาส์หลายปุ่มไม่ได้จบแค่ปุ่มข้าง เพราะการเลือกสกิล สลับอาวุธ หรือเลื่อนผ่านคลังไอเทมยังมีรูปแบบการควบคุมให้ปรับตามเกมและพฤติกรรมของผู้ใช้ได้อีกชั้น
Razer NagaV3 Pro ใช้เซ็นเซอร์ Focus Pro 50K Gen-3 ที่ความละเอียดสูงสุด 50,000 DPI ความเร็ว 930 IPS และอัตราเร่ง 90G พร้อม Frame Sync ส่วนสวิตช์เป็น Razer Optical Gen-4 ที่แบรนด์ระบุอายุการใช้งานสูงสุด 100 ล้านคลิก และใช้แรงกดเบาลง 12% เมื่อเทียบกับรุ่นก่อนหน้าตามข้อมูลของบริษัท

สำหรับการเชื่อมต่อ เมาส์รองรับ HyperSpeed Wireless, Bluetooth และ USB Type-C โดย Razer ระบุอายุการใช้งานสูงสุด 155 ชั่วโมงในโหมด HyperSpeed Wireless หรือสูงสุด 280 ชั่วโมงในโหมด Bluetooth นอกจากนี้ยังรองรับ Razer HyperFlux V2 และ Razer Mouse Dock Pro สำหรับการชาร์จไร้สาย ซึ่งจำหน่ายแยกต่างหาก
Razer Naga V3 Pro วางจำหน่ายแล้วในไทย ราคา US$179.99 / 6,390 บาท ผ่าน Razer.com, RazerStores และร้านตัวแทนจำหน่ายชั้นนำของบริษัท ซินเน็ค (ประเทศไทย) จำกัด (มหาชน)
ที่มา: Razer
ติดตามข้อมูลข่าวสารน่าสนใจได้ทาง www.zanzab.com และช่องทางโซเชียล
Facebook , YouTube , Instagram และ Tiktok