
CORSAIR เปิดตัวเมาส์เกมมิ่งซีรีส์ SABRE v3 PRO PureVector พร้อมเทคโนโลยีที่พัฒนาร่วมกับ Aimlabs เพื่อปรับความไวของเมาส์แยกตามทิศทางให้เข้ากับผู้เล่นแต่ละคน ระบบใช้การทดสอบการเล็งบน Aimlabs สร้างโปรไฟล์ความไว แล้วบันทึกลงในเฟิร์มแวร์ของเมาส์ให้ใช้งานต่อได้โดยไม่ต้องเปิดแอปพลิเคชันค้างไว้เบื้องหลัง
ซีรีส์ใหม่นี้มีทั้งหมด 6 รุ่น แบ่งตามวัสดุเป็น ULTRALIGHT, MG และ CF แต่ละกลุ่มมีทั้งทรงสมมาตรและทรง Ergonomic สำหรับมือขวา น้ำหนักเริ่มต้น 37 กรัม โดยทุกรุ่นรองรับอัตรารายงานข้อมูลสูงสุด 8,000Hz ทั้งแบบมีสายและไร้สาย พร้อมเซนเซอร์ความละเอียดสูงสุด 42,000 DPI

แนวคิดของ PureVector เริ่มจากรูปแบบการเล็งและการเคลื่อนไหวที่ต่างกันในแต่ละทิศทาง CORSAIR ระบุว่าเทคโนโลยีนี้ใช้ข้อมูลการฝึกหลายพันล้านเซสชันจากผู้เล่นกว่า 50 ล้านคนบน Aimlabs มาช่วยวิเคราะห์รูปแบบการเล็งและปรับความไวให้เหมาะกับผู้เล่นแต่ละคน แทนการใช้ความไวค่าเดียวกับทุกทิศทาง
ผู้เล่นทำ Calibration หรือทดสอบเพื่อปรับค่าบน Aimlabs จากนั้นระบบจะวิเคราะห์การเล็งและตั้งความไวแยกตามทิศทางให้อัตโนมัติ เมื่อโปรไฟล์ถูกบันทึกในเฟิร์มแวร์ของเมาส์แล้ว จึงนำไปใช้งานได้โดยไม่ต้องเปิดแอปพลิเคชันเบื้องหลังระหว่างเล่น
CORSAIR ระบุผลทดสอบว่า PureVector ลดเวลาช่วงการเล็งและปรับแก้ทิศทางได้สูงสุด 81 มิลลิวินาที หรือ 33% เมื่อเทียบกับรุ่นก่อน ตัวเลขนี้กล่าวถึงขั้นตอนที่ผู้เล่นเล็งและปรับตำแหน่งให้ตรงเป้าหมายก่อนคลิกยิง ซึ่งเป็นส่วนที่เทคโนโลยีนี้มุ่งปรับปรุง
เมาส์ทั้ง 6 รุ่นใช้ชิป Nordic 54-Series MCU รองรับ Polling Rate หรืออัตรารายงานข้อมูลจากเมาส์ไปยังคอมพิวเตอร์สูงสุด 8,000Hz ผ่านการเชื่อมต่อไร้สาย 2.4GHz และแบบมีสาย USB-C โดย CORSAIR ระบุค่าความหน่วงเฉลี่ยในการคลิกที่ 0.25 มิลลิวินาที
เซนเซอร์ CORSAIR MARKSMAN X 42K รองรับความละเอียดสูงสุด 42,000 DPI และปรับได้ทีละ 1 DPI บริษัทระบุความแม่นยำในการตรวจจับความละเอียด 99.7% พร้อมความเร็วในการติดตาม 800 IPS และอัตราเร่ง 70G
ส่วนปุ่มกดเปลี่ยนจากซีรีส์ SABRE v2 มาใช้ CORSAIR Optical Switches ซึ่งไม่มีความหน่วงจากกระบวนการ Mechanical Debounce หรือการกรองสัญญาณกดซ้ำของสวิตช์กลไก รองรับอายุการใช้งานสูงสุด 100 ล้านคลิก และใช้ Optical Scroll Wheel Encoder สำหรับตรวจจับการหมุนล้อเลื่อน
ความต่างหลักของแต่ละกลุ่มอยู่ที่วัสดุ น้ำหนัก และรูปทรง โดยรุ่นที่ลงท้าย ERGO เป็นทรงตามสรีระสำหรับมือขวา ส่วนอีกรุ่นในแต่ละคู่ใช้ดีไซน์สมมาตร มีรายละเอียดดังนี้
รุ่น ULTRALIGHT พัฒนาต่อจาก SABRE v2 PRO โดย CORSAIR ระบุว่าเสริมความแข็งแรงของโครงสร้างและเพิ่มอายุแบตเตอรี่เป็น 2 เท่า ขณะที่น้ำหนักเพิ่มขึ้น 1 กรัม ส่วน ULTRALIGHT ERGO นำเทคโนโลยีเดียวกันไปใช้กับรูปทรงที่ออกแบบสำหรับมือขวา

ระยะเวลาแบตเตอรี่สูงสุดที่ CORSAIR ระบุสำหรับการใช้งานที่ 1,000Hz วัดจากการเชื่อมต่อไร้สาย 2.4GHz เมื่อเพิ่ม Polling Rate เป็น 8,000Hz ระยะเวลาใช้งานต่อการชาร์จจะลดลง โดยแต่ละกลุ่มมีตัวเลขดังนี้
การเชื่อมต่อพื้นฐานของทุกรุ่นคือไร้สาย 2.4GHz และ USB-C ส่วนกลุ่ม MG และ CF รวมถึงรุ่น ERGO ของทั้งสองกลุ่ม เพิ่ม Bluetooth 6.0 มาให้ด้วย ทั้งนี้ การใช้งาน Polling Rate 8,000Hz ขึ้นอยู่กับคุณสมบัติและประสิทธิภาพของ CPU ที่ใช้ร่วมกัน
CORSAIR Web Hub รองรับการปรับ DPI ตั้งชุดคำสั่ง Macro และกำหนดฟังก์ชันปุ่มผ่านเว็บเบราว์เซอร์ โดยไม่จำเป็นต้องติดตั้งซอฟต์แวร์เพิ่มเติม ผู้เล่นจึงใช้ช่องทางนี้ปรับการทำงานของเมาส์ให้ตรงกับการใช้งานได้
เมาส์มาพร้อม Grip Tape ที่มีให้เลือกสีดำและสีขาว รวมถึงแผ่นรอง UPE ขนาดใหญ่พิเศษเพื่อช่วยให้การเคลื่อนเมาส์ลื่นไหล
SABRE v3 PRO PureVector ทั้งหกรุ่นใช้เทคโนโลยีปรับความไวตามทิศทางร่วมกัน พร้อมตัวเลือกวัสดุ รูปทรง น้ำหนัก และการเชื่อมต่อที่ต่างกัน ผู้สนใจติดตามรายละเอียดผลิตภัณฑ์ได้ที่ เว็บไซต์ CORSAIR
ติดตามข้อมูลข่าวสารน่าสนใจได้ทาง www.zanzab.com และช่องทางโซเชียล
Facebook , YouTube , Instagram และ Tiktok