
กระทรวงการอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม หรือ กระทรวง อว. ร่วมกับเครือเจริญโภคภัณฑ์ อไรซ์ ทรู คอร์ปอเรชั่น QTRic และ qBraid เปิดตัว Quantum Club Thailand แพลตฟอร์มความร่วมมือด้านเทคโนโลยีควอนตัมระดับประเทศ เพื่อเชื่อมโยงภาครัฐ มหาวิทยาลัย นักวิจัย ภาคอุตสาหกรรม สตาร์ทอัพ นักลงทุน และพันธมิตรเทคโนโลยีระดับโลก
แพลตฟอร์มนี้มีเป้าหมายพัฒนากำลังคน ผลักดันงานวิจัย และเร่งการประยุกต์ใช้เทคโนโลยีควอนตัมในภาคอุตสาหกรรม เพื่อเตรียมความพร้อมให้ประเทศไทยสามารถคว้าโอกาสจากเศรษฐกิจควอนตัมในอนาคต และขยับจากการเป็นผู้ใช้เทคโนโลยีไปสู่การเป็นผู้ร่วมสร้างนวัตกรรมควอนตัมในเวทีโลก
Quantum Club Thailand จะดำเนินงานผ่าน 4 พันธกิจหลัก ได้แก่ การสร้างกำลังคน การผลักดันงานวิจัย การยกระดับภาคอุตสาหกรรม และการสร้างนวัตกรรม พร้อมเริ่มต้นด้วย 3 โครงการเรือธง คือ Quantum Academy Thailand, Quantum Industry Lab และ Quantum Innovation Challenge
QuantumClub Thailand ถูกออกแบบให้เป็นแพลตฟอร์มความร่วมมือที่เชื่อมองค์ความรู้ งานวิจัย โจทย์จากภาคธุรกิจ และพันธมิตรเทคโนโลยีระดับนานาชาติเข้าด้วยกัน เพื่อพัฒนาเทคโนโลยีควอนตัมตั้งแต่ระดับการเรียนรู้ไปจนถึงการใช้ประโยชน์เชิงพาณิชย์
ภายในงานเปิดตัวมีผู้แทนจากภาครัฐ มหาวิทยาลัย สถาบันวิจัย ภาคธุรกิจ สตาร์ทอัพ และองค์กรเทคโนโลยีจากทั้งในและต่างประเทศเข้าร่วม ณ ทรู ดิจิทัล พาร์ค
งานดังกล่าวได้รับเกียรติจาก ศาสตราจารย์ ดร.ยศชนัน วงศ์สวัสดิ์ รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม เป็นประธานเปิดงาน พร้อมด้วยผู้บริหารจากเครือเจริญโภคภัณฑ์ ทรู คอร์ปอเรชั่น อไรซ์ QTRic qBraid และสำนักงานคณะกรรมการส่งเสริมวิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม
ศาสตราจารย์ ดร.ยศชนัน วงศ์สวัสดิ์ กล่าวว่า กระทรวง อว. มุ่งสร้างกลไกขับเคลื่อนเศรษฐกิจใหม่ด้วยเทคโนโลยีขั้นสูง และมองว่าเทคโนโลยีควอนตัมจะเป็นปัจจัยสำคัญในการยกระดับขีดความสามารถในการแข่งขันของประเทศ
หัวใจสำคัญคือการเร่งพัฒนากำลังคนควบคู่กับการผลักดันให้งานวิจัยออกจากห้องทดลอง ไปสู่การใช้ประโยชน์จริงในภาคอุตสาหกรรม ผ่านความร่วมมือระหว่างภาครัฐ ภาคการศึกษา และภาคเอกชน
ด้าน นายศุภชัย เจียรวนนท์ รองประธานอาวุโส เครือเจริญโภคภัณฑ์ ประธานกรรมการ บริษัท ทรู คอร์ปอเรชั่น จำกัด (มหาชน) และประธานคณะผู้บริหาร บริษัท อไรซ์ เวนเจอร์ส กรุ๊ป จำกัด ระบุว่า การเปลี่ยนผ่านสู่ยุคควอนตัมจะมีผลต่อขีดความสามารถในการแข่งขันของประเทศในระยะยาว โดยปัจจัยที่สำคัญที่สุดไม่ใช่เพียงคอมพิวเตอร์ ศูนย์ข้อมูล หรือเครื่องจักร แต่คือบุคลากรที่สามารถสร้างเทคโนโลยีใหม่ได้
QuantumClub Thailand จึงถูกวางให้เป็นกลไกเชื่อมจุดแข็งของบุคลากร นักวิจัย มหาวิทยาลัย ภาคอุตสาหกรรม และพันธมิตรระดับโลก เพื่อเร่งให้เกิดงานวิจัย นวัตกรรม และการประยุกต์ใช้จริง
นายเอกราช ปัญจวีณิน หัวหน้าสายงานวิจัยและนวัตกรรม บริษัท ทรู คอร์ปอเรชั่น จำกัด (มหาชน) กล่าวว่า Quantum Club Thailand จะทำหน้าที่มากกว่าพื้นที่แลกเปลี่ยนความรู้ แต่เป็น แพลตฟอร์มแห่งการลงมือทำ หรือ Execution Platform
แพลตฟอร์มจะเชื่อมองค์ความรู้และงานวิจัยระดับแนวหน้าเข้ากับโจทย์จริงจากภาคธุรกิจ เพื่อร่วมกันสร้างนวัตกรรมและเปลี่ยนไปสู่ผลลัพธ์เชิงพาณิชย์ที่สามารถนำไปใช้ได้จริงในอุตสาหกรรมไทย
เป้าหมายครอบคลุมตั้งแต่จำนวนบุคลากรที่ได้รับการพัฒนา งานวิจัยที่สามารถประยุกต์ใช้ได้ โครงการนำร่องในภาคอุตสาหกรรม ไปจนถึงการผลักดัน Deep-tech Startup ของไทยสู่เวทีโลก ผ่านเวิร์กชอป สัมมนา และการเชื่อมโยงกับชุมชนควอนตัมระดับสากล
Quantum Club Thailand จะดำเนินงานภายใต้ 4 พันธกิจเชิงยุทธศาสตร์ เพื่อครอบคลุมการพัฒนาระบบนิเวศควอนตัมตั้งแต่ต้นน้ำถึงปลายน้ำ
พัฒนาบุคลากรด้านควอนตัมอย่างต่อเนื่อง โดยเชื่อมโยงนักศึกษา นักวิจัย วิศวกร และบุคลากรวิชาชีพเข้าสู่โอกาสการเรียนรู้ ตั้งแต่ความรู้พื้นฐานไปจนถึงการฝึกปฏิบัติและการพัฒนาโครงการจริง
ส่งเสริมความร่วมมือเพื่อผลักดันงานวิจัยให้ก้าวจากทฤษฎีไปสู่การทดลอง การพิสูจน์แนวคิด และการประยุกต์ใช้จริง โดยนำโจทย์จากภาคธุรกิจและสังคมมาเป็นส่วนหนึ่งของการกำหนดทิศทางการวิจัย
สร้างระบบนิเวศที่เอื้อต่อการประยุกต์ใช้เทคโนโลยีควอนตัมในภาคธุรกิจ พร้อมพัฒนาโครงการนำร่องในอุตสาหกรรมเป้าหมาย ได้แก่
สนับสนุนสตาร์ทอัพและนวัตกรในการเปลี่ยนแนวคิดให้เป็นผลงานต้นแบบ หรือ Prototype พร้อมส่งเสริมการร่วมทุนในธุรกิจเทคโนโลยีขั้นสูง และการสร้างทรัพย์สินทางปัญญาใหม่ให้กับประเทศ
QuantumClub Thailand เริ่มต้นด้วย 3 โครงการหลัก ซึ่งครอบคลุมตั้งแต่การพัฒนาบุคลากร การทดลองร่วมกับภาคอุตสาหกรรม ไปจนถึงการสร้างธุรกิจและนวัตกรรมเชิงพาณิชย์
ศูนย์กลางการพัฒนากำลังคนด้านควอนตัม ผ่านกิจกรรมอบรม Bootcamp เวิร์กชอป ทุนการศึกษา และทุนวิจัย
โครงการจะร่วมมือกับพันธมิตรระดับโลกอย่าง qBraid เพื่อให้ผู้เข้าร่วมได้ลงมือใช้งานซอฟต์แวร์ควอนตัม ระบบจำลอง และระบบประมวลผลระดับสูง
ห้องปฏิบัติการร่วมระหว่างภาคธุรกิจ นักวิจัย และผู้ให้บริการเทคโนโลยี โดยเริ่มนำร่องในอุตสาหกรรมโทรคมนาคม ก่อนขยายไปยังภาคอุตสาหกรรมอื่น
แนวทางการพัฒนาเบื้องต้นครอบคลุมการเพิ่มประสิทธิภาพโครงข่าย การประหยัดพลังงาน และระบบความปลอดภัยในยุคควอนตัม
เวที Hackathon ระดับชาติและกิจกรรมจับคู่ทางธุรกิจ เพื่อเปลี่ยนแนวคิดด้านควอนตัมของนวัตกรไทยให้เป็นทรัพย์สินทางปัญญา สตาร์ทอัพ และโอกาสเชิงพาณิชย์ในอนาคต
QuantumClub Thailand จะเริ่มต้นจากการพัฒนาขีดความสามารถด้านเทคโนโลยีที่เชื่อมโยงกับโจทย์จริงของภาคอุตสาหกรรมและโครงสร้างพื้นฐานของประเทศไทยใน 4 ด้านหลัก
รองศาสตราจารย์ ดร.วรวัฒน์ มีวาสนา ประธานเครือข่ายความร่วมมือด้านเทคโนโลยีควอนตัมของประเทศไทย หรือ QTRic กล่าวว่า ปัจจุบัน QTRic มีต้นแบบเทคโนโลยีควอนตัมมากกว่า 80 รายการ พร้อมเครือข่ายนักวิจัยกว่า 120 คน จาก 19 องค์กรพันธมิตร
องค์ความรู้และเครือข่ายดังกล่าวจะถูกนำมาต่อยอดผ่าน QuantumClub Thailand เพื่อเชื่อมภาคการศึกษา ภาครัฐ และภาคอุตสาหกรรม สร้าง Use Case เชิงพาณิชย์ และขยายความร่วมมือกับพันธมิตรระดับโลก
เป้าหมายคือการผลักดันประเทศไทยสู่การเป็น Quantum Hub ของอาเซียน
นายริกกี ยัง หัวหน้าคณะผู้บริหารฝ่ายปฏิบัติการ qBraid กล่าวว่า qBraid จะสนับสนุนการเข้าถึงแพลตฟอร์มควอนตัมระดับสากลและเครื่องมือที่ขับเคลื่อนด้วย AI พร้อมร่วมพัฒนาบุคลากรด้านควอนตัมของไทย
ความร่วมมือยังครอบคลุมการสนับสนุนภาคธุรกิจในการพัฒนาโซลูชันต้นแบบเพื่อทดสอบใช้งานจริงในอุตสาหกรรมหลัก และการเชื่อมโยงผู้นำด้านควอนตัมของไทยเข้ากับเครือข่ายระดับนานาชาติ
แนวทางดังกล่าวมีเป้าหมายเร่งการประยุกต์ใช้เทคโนโลยีในภาคอุตสาหกรรม สร้างแรงบันดาลใจให้บุคลากรรุ่นใหม่ และสนับสนุนประเทศไทยให้ก้าวสู่ศูนย์กลางระดับภูมิภาคด้านนวัตกรรม งานวิจัย และการใช้ควอนตัมเชิงพาณิชย์
Quantum Club Thailand ถูกจัดตั้งขึ้นเพื่อเชื่อมลำดับการพัฒนาตั้งแต่การเรียนรู้ การวิจัย การทดลอง การสร้างโครงการนำร่อง ไปจนถึงนวัตกรรมและผลลัพธ์ที่สามารถขยายผลได้จริง
แพลตฟอร์มนี้มีเป้าหมายสนับสนุนให้ประเทศไทยพัฒนาบุคลากร งานวิจัย โครงการนำร่อง และธุรกิจเทคโนโลยีขั้นสูงของตนเอง พร้อมยกระดับจากการเป็นผู้ใช้เทคโนโลยี ไปสู่การเป็นผู้ร่วมสร้างนวัตกรรมควอนตัมในระบบเศรษฐกิจโลก
ติดตามข้อมูลข่าวสารน่าสนใจได้ทาง www.zanzab.com และช่องทางโซเชียล
Facebook , YouTube , Instagram และ Tiktok