
Panasonic เปิดตัวไลน์อัพจัดแต่งทรงผม nanocare รุ่นใหม่ในไทย นำโดยไดร์เป่าผม EH-NB70 ที่ใช้เทคโนโลยี nanoe™ MOISTURE+ ให้ความชุ่มชื้นมากกว่า nanoe™ รุ่นก่อน 18 เท่า ราคา 10,990 บาท พร้อมเครื่องหนีบผม EH-HN30 ราคา 5,790 บาท

ระบบ nanoe™ MOISTURE+ ใช้หัวกำเนิดภายในตัวเครื่องดึงความชื้นจากอากาศเข้าสู่อิเล็กโทรด แล้วเปลี่ยนเป็นอนุภาคน้ำขนาดนาโนส่งไปกับกระแสลม เพื่อกระจายสู่เส้นผมและหนังศีรษะ พานาโซนิคระบุว่า อนุภาคเหล่านี้ช่วยเติมความชุ่มชื้นเข้าสู่แกนผม ทำให้เกล็ดผมเรียบลื่น และรักษาสมดุลความชุ่มชื้นของหนังศีรษะ
ผลทดสอบทางคลินิกของ Panasonic พบว่า การใช้งานต่อเนื่อง 4 สัปดาห์ช่วยเพิ่มความชุ่มชื้นให้หนังศีรษะ 20% และลดความมันได้สูงสุด 50% ผู้เข้าร่วมทดสอบที่เป็นผู้หญิงมากกว่า 70% รู้สึกว่ารังแคลดลง และเมื่อใช้ต่อเนื่อง 56 วันพบว่าปริมาณเส้นผมเพิ่มขึ้น 19%

EH-NB70 มี Scalp Mode ใช้อุณหภูมิ 60°C สำหรับเป่าหนังศีรษะด้วยความร้อนต่ำ และ Skin Mode ที่ปล่อย nanoe™ MOISTURE+ ร่วมกับแร่ธาตุไอออนเพื่อเพิ่มความชุ่มชื้นให้ผิวหน้าหลังอาบน้ำ
ตัวเครื่องเล็กลง 35% เมื่อเทียบกับรุ่นก่อน ใช้มอเตอร์ BLDC ความเร็วสูงสุด 107,000 รอบต่อนาที พานาโซนิคระบุว่าให้แรงลมเทียบเท่าไดร์ 1,600 วัตต์ ขณะที่ใช้กำลังไฟ 1,400 วัตต์ พร้อมช่องปล่อยลมแบบรัศมีเพื่อกระจายลมกว้างและลดปัญหาผมพันกันระหว่างเป่า
ตัวเครื่องใช้วัสดุเคลือบสีชีวมวลที่สกัดจากพืชแทนสารเคมีจากปิโตรเลียม มีให้เลือกสองสี ได้แก่ Amber Black และ Sheer Beige โดยแนวคิดของผลิตภัณฑ์วางให้ไดร์ทำหน้าที่ดูแลเส้นผมและหนังศีรษะในขั้นตอนเดียว
nanocare Hair Straightener EH-HN30 มีเครื่องกำเนิด nanoe™ ในตัว ดึงความชื้นจากอากาศมาเปลี่ยนเป็นอนุภาคน้ำและปล่อยบริเวณแผ่นหนีบระหว่างจัดแต่งทรง เพื่อให้ความชื้นแทรกผ่านช่องว่างของเกล็ดผมเข้าสู่แกนผม
ระบบทำงานร่วมกับแผ่นหนีบ 3D Smooth Plate และฮีตเตอร์เซรามิกที่กระจายความร้อนสม่ำเสมอ รองรับการทำผมตรงและผมลอน พร้อม Speedy Heat-Up ที่ทำความร้อนถึง 100°C ภายใน 25 วินาที

ไลน์อัพครั้งนี้ครอบคลุมทั้งการเป่าผม ดูแลหนังศีรษะ และจัดแต่งทรง โดยมีราคาเปิดตัวในประเทศไทยดังนี้
ผู้สนใจสามารถทดลองใช้ผลิตภัณฑ์ได้ที่แผนกเครื่องใช้ไฟฟ้าในห้างสรรพสินค้าชั้นนำ ตัวแทนจำหน่ายพานาโซนิคทั่วประเทศ และช่องทางออนไลน์ รายละเอียดเพิ่มเติมดูได้ที่ เว็บไซต์ Panasonic ประเทศไทย
ติดตามข้อมูลข่าวสารน่าสนใจได้ทาง www.zanzab.com และช่องทางโซเชียล
Facebook , YouTube , Instagram และ Tiktok