
ลอรีอัล กรุ๊ป (L’Oréal Groupe) ประกาศความร่วมมือเชิงกลยุทธ์กับ OpenAI ผู้สร้าง ChatGPT ในงาน VivaTech 2026 ที่กรุงปารีส เมื่อวันที่ 1 กรกฎาคม 2569 เพื่อผสานเทคโนโลยี Generative AI เข้ากับแบรนด์ความงามในเครือ ครอบคลุมตั้งแต่การวิจัยไมโครไบโอมผิว การทดลองแต่งหน้าเสมือนจริง ไปจนถึงระบบโฆษณาบน ChatGPT โดยตรง

ลอรีอัล กรุ๊ปเผยความร่วมมือกับ OpenAI ครอบคลุมเทคโนโลยีหลายด้าน จุดแรกคือการนำ GPT-Rosalind โมเดล AI ด้านชีววิทยาศาสตร์ของ OpenAI มาทำแผนที่ไมโครไบโอมบนผิวหนังในระดับที่ละเอียดขึ้น เพื่อระบุแบคทีเรียที่มีประโยชน์ต่อการพัฒนาผลิตภัณฑ์ดูแลผิว โดยแบรนด์ La Roche-Posay เป็นแบรนด์แรกที่นำเทคโนโลยีนี้ไปใช้ในการพัฒนาสูตรผลิตภัณฑ์
การทำแผนที่ไมโครไบโอมด้วย AI ช่วยให้ทีมวิจัยของลอรีอัลระบุแบคทีเรียที่เป็นประโยชน์ต่อผิวได้เร็วขึ้นกว่าวิธีวิจัยแบบเดิม ซึ่งเป็นก้าวสำคัญของอุตสาหกรรมสกินแคร์ที่เริ่มพึ่งพา AI ในขั้นตอนวิจัยและพัฒนาผลิตภัณฑ์มากขึ้นเรื่อยๆ

แบรนด์ Maybelline New York เตรียมนำระบบทดลองแต่งหน้าเสมือนจริงที่ขับเคลื่อนด้วยเทคโนโลยี ModiFace ของลอรีอัล กรุ๊ป เข้าสู่ ChatGPT โดยตรง ผู้บริโภคจะสามารถค้นหา ทดลอง และพูดคุยกับ AI เพื่อเลือกสไตล์การแต่งหน้าได้แบบเรียลไทม์โดยไม่ต้องออกจากแอปพลิเคชันแชต
ในด้านการโฆษณา ลอรีอัลขยายระบบ AI-Native Advertising บนแพลตฟอร์ม ChatGPT จากเดิมที่ Lancôme และ Kérastase ใช้ยกระดับการค้นหาผลิตภัณฑ์ในสหรัฐฯ ไปสู่แบรนด์ SkinCeuticals CeraVe และ Garnier ที่เข้าร่วมระบบโฆษณานำร่องแบบ AI-native เพื่อเข้าถึงผู้บริโภคได้ทันทีที่เกิดความต้องการซื้อ
ด้านนวัตกรรมเส้นผมและหนังศีรษะ ลอรีอัลนำเสนอ The Hair Digital Twin แบบจำลองเส้นใยผมเสมือนจริงแบบ 3 มิติที่สร้างจากฐานข้อมูลวิทยาศาสตร์เส้นผม ช่วยให้ทีมวิจัยคัดกรองโมเลกุลได้เร็วขึ้นถึง 3 เท่า และทดสอบประสิทธิภาพผลิตภัณฑ์กับเส้นผมได้หลากหลายประเภทมากขึ้น

Kérastase นำเสนอ K-SPA ประสบการณ์สปาหนังศีรษะและเส้นผมรูปแบบใหม่ที่รวมอุปกรณ์หลายเทคโนโลยีเข้าด้วยกัน ขณะที่ Light Straight™ + Multi-Styler ใช้เทคโนโลยีคลื่นอินฟราเรดใกล้ (Near-IR) ปรับโครงสร้างพันธะไฮโดรเจนของเส้นผมให้เรียบตรงโดยไม่ต้องใช้ความร้อนสูง ลดการทำลายเส้นผมจากความร้อน
ในกลุ่มนวัตกรรม Longevity ด้านผิวพรรณ ลอรีอัลร่วมมือกับมหาวิทยาลัยออริกอนพัฒนา EpiskinTech ใช้เทคโนโลยีการพิมพ์ 3 มิติ Melt Electrowriting เพาะเลี้ยงโมเดลผิวหนังที่มีอายุชีวภาพเสมือนจริง เพื่อทดสอบประสิทธิภาพการฟื้นฟูโครงสร้างผิวของผลิตภัณฑ์ลดเลือนริ้วรอย ควบคู่กับ Longevity AI Cloud™ ระบบวิเคราะห์ Biomarkers ของผิวหนังกว่า 260 รายการด้วย AI เพื่อประเมินสุขภาพผิวและคาดการณ์ผลลัพธ์ของส่วนผสมสกินแคร์
Lancôme จับคู่เทคโนโลยี Cell BioPrint ระบบวิเคราะห์ผิวหนังที่ระบุความร่วงโรยทางชีวภาพ เข้ากับครีม Absolue Longevity MD และหน้ากาก LED อัจฉริยะความบางเพียง 2 มิลลิเมตร โดยพัฒนาร่วมกับ iSMART Developments และเตรียมเปิดตัวทั่วโลกในปี 2570 ความเคลื่อนไหวครั้งนี้สะท้อนทิศทางของอุตสาหกรรมความงามที่กำลังเปลี่ยนผ่านจากการดูแลปัญหาผิวและเส้นผมแบบเดิม ไปสู่การดูแลเชิงป้องกันและการดูแลเฉพาะบุคคลด้วยข้อมูลและ AI มากขึ้นในระยะต่อไป
ติดตามข้อมูลข่าวสารน่าสนใจได้ทาง www.zanzab.com และช่องทางโซเชียล
Facebook , YouTube , Instagram และ Tiktok