
Meta เปิดตัว Muse Spark โมเดล AI ที่ทรงพลังที่สุดในประวัติศาสตร์ของบริษัท ในฐานะโมเดลแรกจาก Meta Superintelligence Labs (MSL) ซึ่งถูกสร้างขึ้นใหม่ตั้งแต่ต้นเพื่อขับเคลื่อน Meta AI บนทุกแพลตฟอร์มในเครือ ครอบคลุมตั้งแต่ Instagram, Facebook, Messenger, WhatsApp ไปจนถึงแว่น AI ของ Meta
ตลอดเก้าเดือนที่ผ่านมา ทีม Meta Superintelligence Labs ทำการรื้อและสร้างระบบ AI ใหม่ทั้งหมดตั้งแต่ระดับรากฐาน โดย Muse Spark เป็นโมเดลแรกในซีรีส์ Muse ซึ่ง Meta ออกแบบให้มีขนาดเล็กและทำงานเร็ว แต่ยังคงสามารถประมวลผลคำถามที่ซับซ้อนได้ทั้งด้านวิทยาศาสตร์ คณิตศาสตร์ และสุขภาพ
แนวทางนี้คือการสเกลแบบ “พิสูจน์ก่อน ขยายทีหลัง” โดย Meta ระบุว่าโมเดลรุ่นถัดไปซึ่งมีขนาดใหญ่กว่ากำลังอยู่ในช่วงพัฒนาแล้ว
ความสามารถที่โดดเด่นของ Muse Spark คือการรับรู้แบบ Multimodal หรือความสามารถในการมองเห็นและทำความเข้าใจภาพควบคู่กับข้อความพร้อมกัน ผู้ใช้สามารถถ่ายภาพชั้นวางสินค้าแล้วให้ Meta AI จัดอันดับตัวเลือกที่มีโปรตีนสูงกว่าได้ทันที หรือสแกนบรรจุภัณฑ์เพื่อเปรียบเทียบกับสินค้าอื่น โดยไม่ต้องพิมพ์คำอธิบายแม้แต่คำเดียว
ด้านสุขภาพ Meta ระบุว่าพัฒนาโมเดลร่วมกับทีมแพทย์ เพื่อให้ Meta AI ตอบคำถามด้านสุขภาพทั่วไปได้ละเอียดขึ้น รวมถึงคำถามที่มีภาพหรือกราฟประกอบ ซึ่งเป็นหนึ่งในเหตุผลหลักที่ผู้คนหันมาใช้ AI
Meta AI ที่ขับเคลื่อนด้วย Muse Spark จะสามารถอ้างอิงข้อมูลจากคอนเทนต์ที่ผู้ใช้ติดตามและแชร์บน Instagram, Facebook และ Threads เพื่อมอบคำแนะนำที่ตรงกับความสนใจเฉพาะบุคคลมากขึ้น ทั้งด้านแฟชั่น การตกแต่งบ้าน และการช้อปปิง
นอกจากนี้ยังมีโหมด Shopping ที่ดึงไอเดียจากครีเอเตอร์และแบรนด์ที่ผู้ใช้ติดตามอยู่แล้ว และโหมดค้นหาสถานที่ที่แสดงโพสต์จริงจากคนในพื้นที่เพื่อให้ข้อมูลที่น่าเชื่อถือยิ่งขึ้น
Muse Spark รองรับ Visual Coding หรือการเขียนโค้ดเชิงภาพผ่านภาษาพูดธรรมดา ผู้ใช้สามารถสั่งให้ Meta AI สร้างแดชบอร์ด, มินิเกมสไตล์เรโทร หรือประสบการณ์แบบอินเทอร์แอคทีฟอื่น ๆ แล้วแชร์ให้ผู้อื่นได้ทันที โดยไม่ต้องมีความรู้ด้านการเขียนโปรแกรมแม้แต่น้อย
ปัจจุบัน Muse Spark ใช้งานได้แล้วผ่านแอปและเว็บ Meta AI พร้อมทั้งรองรับสองโหมดคือ Instant (ตอบเร็ว) และ Thinking (คิดเชิงลึก) โดย Meta มีแผนทยอยขยายไปยัง WhatsApp, Instagram, Facebook, Messenger และแว่น AI ในสัปดาห์ถัดไป
ในด้านนักพัฒนา Meta เตรียมเปิดให้พาร์ทเนอร์คัดเลือกเข้าถึงผ่าน API ในรูปแบบ Private Preview และมีแผนเปิดโอเพนซอร์สในอนาคต ซึ่งสอดคล้องกับแนวทาง Open AI ที่ Meta ยึดถือมาโดยตลอด
ข้อมูลจาก: Meta Newsroom
ติดตามข้อมูลข่าวสารน่าสนใจได้ทาง www.zanzab.com และช่องทางโซเชียล
Facebook , YouTube , Instagram และ Tiktok






