
ระบบ AI ฝ่ายสนับสนุนของ Meta กลายเป็นเครื่องมือที่แฮกเกอร์ใช้เจาะบัญชี Instagram ของบุคคลมีชื่อเสียงจำนวนมากเมื่อสุดสัปดาห์ที่ผ่านมา ช่องโหว่ที่ว่าคือ AI สนับสนุน ยอมเปลี่ยนอีเมลที่ผูกกับบัญชีโดยไม่ยืนยันตัวตน ทำให้แฮกเกอร์เข้าไปรีเซ็ตรหัสผ่านและเข้าครอบครองบัญชีได้ภายในไม่กี่นาที แต่ล่าสุด Meta แก้ไขปัญหานี้เรียบร้อยแล้ว
ช่องโหว่ที่แฮกเกอร์ใช้นั้นน่าตกใจตรงที่ไม่ต้องการทักษะพิเศษใดๆ เพียงเปิดสนทนากับ Meta AI ฝ่ายสนับสนุน แจ้งว่าต้องการเปลี่ยนอีเมลที่ผูกกับบัญชี Instagram ของเป้าหมาย เพียงเท่านี้ระบบก็ดำเนินการให้โดยไม่มีการตรวจสอบว่าผู้ขอเป็นเจ้าของบัญชีจริงหรือไม่ เมื่ออีเมลเปลี่ยนแล้ว ขั้นตอนต่อมาคือกดรีเซ็ตรหัสผ่านซึ่งเป็นกระบวนการมาตรฐานที่ทุกคนคุ้นเคย
Meta ระบุในบล็อกที่เผยแพร่ตอนเปิดตัวระบบว่า AI จะจดจำอุปกรณ์และตำแหน่งที่ผู้ใช้มักใช้งานเพื่อยืนยันตัวตน นั่นหมายความว่าการเชื่อมต่อ VPN จากตำแหน่งใกล้เคียงกับเป้าหมายก็เพียงพอที่จะหลอกระบบได้ ในบางกรณีที่ระบบขอยืนยันด้วยภาพถ่ายหน้า แฮกเกอร์ใช้เครื่องมือ AI สร้างภาพปลอมเพื่อผ่านด่านนี้อีกชั้น แม้แต่การยืนยันตัวตนสองขั้นตอน (Two-Factor Authentication) ก็ถูกข้ามผ่านในบางกรณี
ช่องโหว่นี้แฮกเกอร์ทราบกันมาตั้งแต่มีนาคม 2569 แต่เพิ่งแพร่กระจายออกสู่วงกว้างช่วงสุดสัปดาห์ต้นเดือนมิถุนายน เมื่อมีการสาธิตขั้นตอนทั้งหมดบน X ทำให้ใครก็ตามสามารถเอาไปใช้ได้ทันที พบมีช่องทาง Telegram ที่ขายบริการเจาะบัญชี Instagram ในตลาดมืดพุ่งทำกำไรได้มหาศาลในช่วงเวลาสั้นๆ นั้น
เหยื่อที่ได้รับผลกระทบ ได้รับการยืนยัน ได้แก่ แบรนด์ค้าปลีก Sephora, บัญชีทำเนียบขาวของอดีตประธานาธิบดี Barack Obama, นักวิจัยด้านความปลอดภัย Jane Manchun Wong, นักพัฒนา Albert Renshaw ผู้ครองชื่อ @albert รวมถึงบัญชี Space Force และผู้ใช้อีกจำนวนมากที่ถือ handle อันเป็นที่ต้องการ ความเสียหายขยายตัวเร็วเพราะขั้นตอนการโจมตีเรียบง่ายจนใครก็ทำตามได้
Meta แก้ไขช่องโหว่ได้ภายในสุดสัปดาห์ โดยทาง Andy Stone รองประธานฝ่ายการสื่อสารของบริษัทได้ยืนยันผ่าน X ว่าปัญหาถูกปิดแล้วและบริษัทกำลังกู้คืนบัญชีที่ได้รับผลกระทบอยู่
ปัญหาที่ยังค้างอยู่คือผู้ที่ถูกแฮกในช่วงที่ช่องโหว่ยังเปิดอยู่ หลายรายรายงานว่าเมื่อพยายามใช้ Meta AI เพื่อกู้คืนบัญชี กลับพบว่าระบบไม่สามารถช่วยได้ และไม่มีตัวเลือกให้ติดต่อเจ้าหน้าที่ๆ เป็นมนุษย์ นั่นคือความย้อนแย้งอีกชั้น ระบบที่สร้างมาเพื่อ “ช่วยเหลือ” กลับทั้งเป็นต้นเหตุและเป็นทางตัน
Meta เปิดตัวระบบ AI สนับสนุนในเดือนธันวาคม 2568 ด้วยเจตนาที่ดี คือให้ผู้ใช้เข้าถึงความช่วยเหลือได้ตลอด 24 ชั่วโมง ไม่ต้องรอเจ้าหน้าที่ ระบบรองรับการแจ้งการหลอกลวง การลบเนื้อหา และการรีเซ็ตรหัสผ่าน แต่การให้สิทธิ์เปลี่ยนข้อมูลบัญชีโดยตรงโดยไม่มีการยืนยันที่แข็งแกร่งพอกลับกลายเป็นจุดบกพร่องร้ายแรง
เหตุการณ์นี้เป็นกรณีศึกษาที่อุตสาหกรรมเทคโนโลยีทั้งหมดควรนำไปพิจารณา การให้ AI มีสิทธิ์ดำเนินการที่ส่งผลต่อความปลอดภัยของบัญชีโดยตรงนั้น ต้องมาคู่กับกระบวนการยืนยันตัวตนที่เข้มงวดกว่าการตรวจสอบตำแหน่ง GPS บริษัทแพลตฟอร์มรายอื่นที่กำลังพัฒนาระบบ AI สนับสนุนในลักษณะเดียวกันจำเป็นต้องทบทวนการออกแบบระบบของตัวเองอย่างจริงจัง
ข้อมูลจาก: MacRumors
ติดตามข้อมูลข่าวสารน่าสนใจได้ทาง www.zanzab.com และช่องทางโซเชียล
Facebook , YouTube , Instagram และ Tiktok