
ทีมมิตซูบิชิ แรลลี่อาร์ต ยืนยันความพร้อมลงแข่งขัน เอเชีย ครอสคันทรี แรลลี่ 2026 หรือ AXCR 2026 ในเดือนสิงหาคมนี้ หลังเสร็จสิ้นการทดสอบสมรรถนะ มิตซูบิชิ ไทรทัน แรลลี่คาร์ ต่อเนื่อง 7 วันบนเส้นทางออฟโรดใกล้อุทยานแห่งชาติเขาใหญ่ ผลการทดสอบยืนยันว่าการพัฒนาเป็นไปตามเป้าหมายทุกด้าน พร้อมส่งรถแข่ง 3 คันลงสนามเพื่อคว้าแชมป์สมัยที่ 2 ติดต่อกัน
หัวใจของการเตรียมพร้อมครั้งนี้คือการยกเครื่องสมรรถนะในหลายจุดพร้อมกัน ทีมวิศวกรปรับตำแหน่งจัดวางระบบส่งกำลังเพื่อกระจายน้ำหนักระหว่างด้านหน้าและหลังให้สมดุลขึ้น ส่งผลให้การควบคุมรถในสภาพเส้นทางผันแปรดีขึ้นอย่างชัดเจน นอกจากนี้ยังมีการปรับจูนช่วงล่างและระบบกันสะเทือนใหม่ เพื่อเพิ่มการยึดเกาะของล้อทั้งสี่ในทุกสภาพพื้นผิว
อีกหนึ่งจุดที่เปลี่ยนแปลงอย่างเป็นรูปธรรมคือการตอบสนองของเครื่องยนต์ในย่านความเร็วต่ำถึงปานกลาง ซึ่งมีความสำคัญอย่างยิ่งในการแข่งขันแรลลี่เอเชียที่ต้องฝ่าหล่มโคลน ข้ามลำน้ำ และลัดเลาะเส้นทางแคบในป่าทึบ การอัปเกรดนี้ช่วยให้นักแข่งอ่านสภาพรถได้แม่นยำขึ้นและควบคุมได้ดีขึ้นในจังหวะที่ต้องการความละเอียดสูง
การแข่งขัน AXCR 2026 ที่จะจัดขึ้นในประเทศไทยรวมระยะทางประมาณ 2,000 กิโลเมตรตลอด 6 วัน ท่ามกลางสภาพอากาศร้อนชื้นแบบเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ เส้นทางครอบคลุมทุกรูปแบบตั้งแต่ภูเขาสูงชัน ป่าแคบขรุขระ หล่มโคลนและจุดข้ามน้ำจากฝนฉับพลัน ไปจนถึงทุ่งหญ้าและพื้นที่เกษตรกรรมที่เปิดให้ใช้ความเร็วสูง
คุณฮิโรชิ มาซูโอกะ ผู้อำนวยการทีมมิตซูบิชิ แรลลี่อาร์ต ระบุว่า แรงกระแทกที่ตัวรถต้องรับในการแข่งขัน AXCR บางจุดสูงกว่าการใช้งานปกติของลูกค้าทั่วไปกว่า 30 เท่า ซึ่งตัวเลขนี้สะท้อนให้เห็นว่าข้อมูลจากสนามแข่งแห่งนี้มีคุณค่ามากเพียงใดต่อการพัฒนารถยนต์ในอนาคต

ทีมมิตซูบิชิ แรลลี่อาร์ต ส่งนักแข่งสามคนลงสนาม AXCR 2026 ประกอบด้วย ชยพล โยธา นักแข่งจากอุดรธานีผู้คร่ำหวอดในวงการแรลลี่ไทย และเคยนำทีมคว้าแชมป์ประเภทโอเวอร์ออลมาแล้ว 2 ครั้งจาก AXCR 2022 และ 2025 ด้วยสไตล์การขับที่แม่นยำและระมัดระวัง โดยมี พีรพงษ์ สมบัติวงศ์ ทำหน้าที่ผู้นำทาง
คันที่สองคือ คัตสึฮิโกะ ทากูชิ นักแข่งชาวญี่ปุ่นเจ้าของแชมป์ FIA Asia-Pacific Rally Championship 2 สมัย ซึ่งทำอันดับ 5 โอเวอร์ออลในการแข่งขัน AXCR 2025 ถือเป็นผลงานสูงสุดของนักแข่งญี่ปุ่นในรายการนั้น
ส่วนคันที่สามคือ คาสุโตะ โคอิเดะ ผู้ทดสอบรถยนต์จากมิตซูบิชิ มอเตอร์ส ซึ่งมีประสบการณ์ขับทั้ง ปาเจโร และ แลนเซอร์ อีโวลูชั่น มาอย่างยาวนาน
มิติที่น่าสนใจกว่าผลการแข่งขันคือการที่มิตซูบิชิ มอเตอร์ส ใช้ AXCR เป็นห้องทดสอบจริงมาต่อเนื่อง 4 ปี ข้อมูลทางเทคนิคที่สะสมมาไม่เพียงนำไปพัฒนามิตซูบิชิ ไทรทัน รุ่นที่วางขายในตลาด แต่ยังถูกส่งต่อไปยัง ออล-นิว ปาเจโร ที่มีกำหนดเปิดตัวครั้งแรกของโลกในช่วงไตรมาสที่ 3 ปีนี้อีกด้วย
สำหรับแบรนด์ที่ครั้งหนึ่งสร้างชื่อในดาการ์ แรลลี่ด้วย ปาเจโร การกลับมาเน้น DNA ออฟโรดผ่านเวทีการแข่งขันและถ่ายทอดลงสู่รถที่ผู้ใช้สัมผัสได้จริง คือการส่งสัญญาณที่ชัดเจนว่ามิตซูบิชิกำลังกำหนดทิศทางของแบรนด์ใหม่อีกครั้ง ก่อนที่ปาเจโรรุ่นใหม่จะเปิดม่านในอีกไม่กี่เดือนข้างหน้า
ติดตามข้อมูลข่าวสารน่าสนใจได้ทาง www.zanzab.com และช่องทางโซเชียล
Facebook , YouTube , Instagram และ Tiktok