เจาะลึก Boxy SUV ผ่าน GWM TANK 300 และ TANK 500 สายลุย

กอง บก. ZanZabNews10 ตุลาคม 202690 Views

GWM TANK 500 สีดำและสีขาวจอดบนพื้นที่หญ้าริมน้ำ

เมื่อถนนเรียบเปลี่ยนเป็นทางดิน มีร่องลึกหรือก้อนหินอยู่ตรงแนวล้อ งานของรถก็เปลี่ยนไปด้วย ผู้ขับต้องเลือกแนวทาง รักษาความเร็วต่ำ และส่งแรงไปยังล้อที่ยังยึดเกาะพื้นได้ การพิจารณา Boxy SUV สำหรับเส้นทางแบบนี้จึงต้องลงไปดูระบบขับเคลื่อนและตัวช่วยควบคุมรถควบคู่กับรูปทรงภายนอก

GWM TANK 300 และ TANK 500 เป็นตัวอย่างที่ใช้แยกบทบาทของเทคโนโลยีเหล่านี้ได้ชัด ทั้งโครงสร้าง Body-on-Frame เครื่องยนต์ดีเซลแรงบิดสูง ระบบขับสี่ในรุ่นที่ติดตั้ง และฟีเจอร์ช่วยผู้ขับผ่านอุปสรรค ความพร้อมลุยเริ่มจากการเข้าใจว่าแต่ละระบบทำงานเมื่อใด แล้วเลือกรุ่นให้ตรงกับเส้นทางที่ตั้งใจจะใช้

โครงสร้างและแรงบิดเตรียมรถให้พร้อมรับงานหนัก

โครงสร้าง Body-on-Frame ใช้ตัวถังติดตั้งบนเฟรมแยกจากกัน เป็นพื้นฐานทางวิศวกรรมของตระกูล TANK ที่ GWM นำมาใช้กับรถสำหรับการเดินทางทั้งบนถนนและเส้นทางออฟโรด จากฐานโครงสร้างนี้ สิ่งที่ต้องดูต่อคือเครื่องยนต์สร้างแรงได้ในช่วงรอบใด และระบบส่งกำลังนำแรงนั้นไปใช้ที่ล้ออย่างไร

ขุมพลังดีเซลที่ GWM นำเสนอมีสองขนาด โดยทั้งคู่ใช้เทอร์โบแปรผันและเกียร์อัตโนมัติ 9 จังหวะ รายละเอียดที่ควรอ่านคู่กับกำลังสูงสุดคือช่วงรอบที่ให้แรงบิดสูงสุด ซึ่งอยู่ในรอบต่ำของเครื่องยนต์

  • TANK 300 DIESEL และ TANK 500 2.4L DIESEL: เครื่องยนต์ 2.4 ลิตร กำลังสูงสุด 184 แรงม้า แรงบิดสูงสุด 480 นิวตันเมตรที่ 1,500–2,500 รอบ/นาที
  • TANK 500 3.0T DIESEL: เครื่องยนต์ 3.0 ลิตร กำลังสูงสุด 231 แรงม้า แรงบิดสูงสุด 620 นิวตันเมตรที่ 1,400–2,400 รอบ/นาที

ในฉากที่รถต้องค่อย ๆ ไต่ทางชันหรือเคลื่อนผ่านพื้นต่างระดับ แรงบิดเป็นแรงหมุนที่ระบบส่งกำลังนำไปขับล้อ ส่วนเกียร์ช่วยเลือกอัตราทดให้สัมพันธ์กับความเร็วและภาระของรถ ช่วงแรงบิดที่มาในรอบต่ำจึงเกี่ยวข้องกับงานลักษณะนี้โดยตรง และเมื่อเข้าสู่ทางยาก เกียร์ทดต่ำ 4L จะเข้ามาเพิ่มบทบาทในการใช้แรงที่ล้ออีกขั้น

4WD เกียร์ 4L และดิฟล็อก ส่งแรงไปยังล้อที่ยังยึดเกาะ

ความต่างสำคัญเริ่มที่รุ่นย่อย TANK 300 DIESEL มีทั้ง PRO และ ULTRA แบบขับสองล้อ กับ ULTRA 4WD แบบขับสี่ล้อ รุ่น ULTRA 4WD เพิ่มระบบขับสี่แบบสองช่วงอัตราทดและดิฟล็อกหลังไฟฟ้า ส่วน TANK 500 ดีเซล 2.4 ลิตรในแค็ตตาล็อกทางการก็แยก ULTRA 4WD ที่มีระบบเหล่านี้ออกจากรุ่นขับสองล้อ ชื่อรุ่นหลักเดียวกันจึงยังต้องอ่านต่อถึงระบบขับเคลื่อนของรุ่นย่อย

ในรุ่นที่ติดตั้ง ระบบ 4WD ส่งกำลังไปยังล้อหน้าและหลัง ขณะที่โหมด 4L ใช้อัตราทดต่ำเพิ่มแรงขับที่ล้อสำหรับการเคลื่อนตัวช้า ๆ บนทางชัน ทางหิน หรือการช่วยรถออกจากหล่ม คู่มือกำหนดให้หยุดรถและเข้าเกียร์ N ก่อนเปลี่ยนเข้าออก 4L ผู้ขับจึงต้องเตรียมระบบให้พร้อมก่อนเข้าช่วงทางที่ต้องการใช้แรงขับสูงด้วยความเร็วต่ำ

ดิฟล็อกทำงานอีกส่วนหนึ่ง เมื่อมีล้อขับเคลื่อนด้านหนึ่งลื่น ระบบล็อกเฟืองท้ายช่วยให้ล้ออีกด้านยังได้รับแรงบิดสำหรับขับเคลื่อนรถต่อ ฉากที่เห็นหน้าที่นี้ชัดคือพื้นใต้ล้อสองข้างยึดเกาะต่างกันหรือล้อด้านหนึ่งติดหล่ม สำหรับ TANK 300 DIESEL ULTRA 4WD ใช้ดิฟล็อกหลังไฟฟ้า โดยคู่มือกำหนดให้เปิดเมื่อความเร็วต่ำกว่า 5 กม./ชม. และล้อซ้ายขวาหมุนต่างกันน้อยกว่า 50 รอบ/นาที เพื่อให้ระบบล็อกได้ตามเงื่อนไข

ระบบเหล่านี้ต้องใช้ให้ตรงพื้นผิว คู่มือระบุให้ใช้ดิฟล็อกเพื่อผ่านอุปสรรคและปลดหลังพ้นสภาพติดหล่ม รวมถึงห้ามใช้ดิฟล็อกบนถนนลาดยาง ส่วนโหมด 4H และ 4L ก็เป็นโหมดสำหรับเส้นทางที่เหมาะกับระบบขับสี่ เมื่อกลับสู่ถนนทั่วไป การคืนโหมดให้ถูกต้องเป็นส่วนหนึ่งของการใช้งานรถสายลุย

GWM TANK 300 สีดำและสีเทาบนทางดินระหว่างแนวหิน

มองทางให้ชัด คุมความเร็วให้ละเอียด และเลี้ยวในพื้นที่แคบ

เมื่อก้อนหินหรือร่องทางเข้ามาอยู่ใกล้ตัวรถ การมองจากเบาะคนขับอย่างเดียวอาจไม่เห็นตำแหน่งใต้แนวฝากระโปรง Body Transparent ใช้ภาพจากกล้องรอบคัน 360 องศาจำลองแนวพื้นใต้ท้องรถขณะรถเคลื่อน ให้ข้อมูลเพิ่มสำหรับวางแนวล้อและพิจารณาสิ่งกีดขวาง ภาพส่วนนี้เป็นภาพจำลองจากกล้องรอบรถ และไม่ได้แสดงใต้ท้องทั้งหมดแบบเรียลไทม์ จึงต้องอ่านร่วมกับสิ่งที่เห็นรอบรถ

Off-Road Cruise Control รับหน้าที่รักษาความเร็วต่ำ ช่วยให้ผู้ขับจดจ่อกับแนวทางและพวงมาลัย โดยคู่มืออธิบายการใช้งานในโหมด 4L ด้วยความเร็วควบคุมประมาณ 4–12 กม./ชม. ผู้ขับยังเลือกแนวรถเอง ส่วนระบบดูแลการรักษาความเร็ว ช่วยลดงานที่ต้องประคองคันเร่งและเบรกตลอดช่วงทางขรุขระ

เมื่อเส้นทางบังคับให้เลี้ยวแคบ TANK Turn ใช้การล็อกล้อหลังด้านในเพื่อลดรัศมีวงเลี้ยว การทำงานผูกกับระบบควบคุมความเร็วออฟโรด และต้องปลดดิฟล็อกหลังตามเงื่อนไขในคู่มือ ฟีเจอร์นี้จึงเหมาะกับการค่อย ๆ เปลี่ยนทิศทางบนเส้นทางออฟโรด โดยทำงานได้ดีที่สุดที่ระดับความเร็วต่ำของระบบ ไม่ควรนำไปใช้กลับรถบนถนนลาดยางซึ่งเพิ่มการสึกของยางและระบบส่งกำลัง

GWM TANK 300 สีส้มและสีดำจอดบนพื้นที่หิน

ความสามารถลุยน้ำต้องอ่านพร้อมเงื่อนไขการใช้

GWM ระบุในข้อมูลว่าตระกูล TANK มีความสามารถลุยน้ำลึกสูงสุดในช่วง 700–800 มม. โดยข้อมูลจำเพาะและอุปกรณ์แตกต่างกันตามรุ่น ตัวรถยังออกแบบตำแหน่งท่อไอดีและกล่องควบคุมอิเล็กทรอนิกส์ให้อยู่สูงและมีการปกป้อง ตัวเลขช่วงนี้จึงใช้บอกภาพรวมของตระกูล ส่วนการใช้งานกับรถคันจริงต้องผูกกับรุ่นย่อยและเงื่อนไขในคู่มือ

สำหรับรุ่นที่ติดตั้ง Water depth detection ระบบประเมินและแสดงระดับความลึกของน้ำบนหน้าจอแบบเรียลไทม์ ช่วยเพิ่มข้อมูลให้ผู้ขับติดตามระดับน้ำระหว่างเคลื่อนรถ โดยคู่มือ TANK 500 3.0T อธิบายการเปิดระบบผ่านหน้าโหมดออฟโรดและหน้าลุยน้ำ พร้อมการแสดงระดับน้ำและข้อความแจ้งเตือน ผู้ขับจึงมีทั้งข้อมูลจากรถและสภาพเส้นทางจริงมาประกอบการตัดสินใจ

ข้อมูลบนจอช่วยติดตามสถานการณ์ แต่การประเมินทางยังเป็นหน้าที่ผู้ขับ หากไม่ทราบความลึกหรือมองไม่เห็นสภาพพื้นทาง ไม่ควรขับเข้าไป ระบบวัดน้ำไม่ได้รับรองความปลอดภัยในการผ่านน้ำท่วมหรือแม่น้ำ และหากเครื่องยนต์ดับระหว่างลุยน้ำ คู่มือกำหนดให้หยุดพยายามสตาร์ตใหม่เพื่อหลีกเลี่ยงความเสียหายรุนแรง

กลับสู่ถนนประจำวัน รถสายลุยต้องใช้งานกับครอบครัวได้

รถที่ออกทริปวันหยุดยังต้องรองรับการขึ้นลงและจัดสัมภาระในวันธรรมดา TANK 500 3.0T DIESEL มีห้องโดยสาร 7 ที่นั่ง พร้อมเบาะแถวสามปรับและพับไฟฟ้า การพับเบาะช่วยเปลี่ยนพื้นที่จากการรับผู้โดยสารไปเป็นการวางสัมภาระตามงานที่ใช้ ขณะที่บันไดข้างอัตโนมัติเพิ่มจุดก้าวขึ้นลงสำหรับตัวรถที่มีความสูง

ด้านการใช้งานระหว่างเดินทางมีพวงมาลัยไฟฟ้า หน้าจอมัลติมีเดีย 14.6 นิ้ว และ Coffee OS 3.0 พร้อม Apple CarPlay และ Android Auto สำหรับเชื่อมต่อโทรศัพท์ การเชื่อมต่อโทรศัพท์และพื้นที่โดยสารเป็นอีกด้านที่ใช้พิจารณา TANK 500 3.0T DIESEL ควบคู่กับระบบขับเคลื่อน เมื่อต้องการรถสำหรับทั้งทริปออฟโรดและการเดินทางกับครอบครัว

ระบบช่วยขับบนถนนมีบทบาทต่างจากชุดออฟโรด ทั้งระบบควบคุมความเร็วอัตโนมัติแบบแปรผัน เบรกฉุกเฉินอัตโนมัติ ระบบช่วยควบคุมรถให้อยู่ในเลน และกล้องรอบคัน 360 องศา โดยอุปกรณ์แตกต่างกันตามรุ่น ตัวอย่างเช่น TANK 300 ULTRA เพิ่มระบบควบคุมความเร็วอัตโนมัติแบบแปรผันจากระบบควบคุมความเร็วปกติของ PRO การเลือกรุ่นจึงควรดูทั้งสิ่งที่ใช้บนทางยากและระบบที่ใช้ในช่วงเดินทางบนถนน

เลือกรุ่นให้ตรงเส้นทาง แล้วดูการดูแลระยะยาว

เกณฑ์เลือกรถเริ่มจากเส้นทางที่ต้องการใช้จริง หากมีทางชัน พื้นหิน หรือช่วงที่ล้อสองด้านยึดเกาะต่างกัน ระบบ 4WD เกียร์ 4L และดิฟล็อกคืออุปกรณ์ที่ควรตรวจให้ครบในรุ่นย่อย ส่วนคนที่ใช้ถนนทั่วไปเป็นหลักสามารถพิจารณารุ่นขับสองล้อควบคู่กับพื้นที่โดยสาร ความสะดวก และระบบช่วยขับที่ต้องการได้ การเลือกระบบให้ตรงงานทำให้สเปกแต่ละรายการมีความหมายชัดขึ้น

อีกด้านคือการดูแลหลังซื้อ GWM ให้การรับประกันคุณภาพรถใหม่ 5 ปีหรือ 150,000 กม. และการรับประกันคุณภาพเครื่องยนต์ดีเซลสำหรับ TANK 300 และ TANK 500 สูงสุด 8 ปีหรือ 1,000,000 กม. แล้วแต่ระยะใดถึงก่อน ตามเงื่อนไขบริษัท ทั้งสองรายการมีขอบเขตต่างกัน: ระยะ 1 ล้านกิโลเมตรเป็นการรับประกันเครื่องยนต์ดีเซล จึงต้องอ่านแยกจากความคุ้มครองรถทั้งคัน

ทดลองขับ TANK 300 และ TANK 500 พร้อมกิจกรรมถึงสิ้นเดือนตุลาคม

ผู้สนใจสามารถเข้าชม ทดลองขับ และเป็นเจ้าของ TANK 300 และ TANK 500 ได้ที่ GWM พาร์ทเนอร์สโตร์ทั่วประเทศ ช่วงทดลองขับเป็นโอกาสตรวจท่านั่ง ทัศนวิสัย การขึ้นลงรถ การพับเบาะ และตำแหน่งสั่งงานของรุ่นที่สนใจ พร้อมสอบถามอุปกรณ์ขับเคลื่อนของรถคันนั้นให้ตรงกับแผนใช้งาน

พิเศษสำหรับผู้เข้าร่วมกิจกรรมทดลองขับ TANK 500 3.0T ระหว่างวันที่ 7–31 ตุลาคม 2569 รับบัตร Starbucks Card มูลค่า 200 บาท เฉพาะสาขาที่ร่วมรายการและตามเงื่อนไขบริษัท ติดตามรายละเอียดผ่าน GWM Application หรือสอบถาม GWM Contact Center โทร. 02-668-8888

โปรโมชันทดลองขับ GWM TANK 500 3.0T DIESEL รับ Starbucks Card มูลค่า 200 บาท ภายในเดือนตุลาคม 2569

ความพร้อมลุยของ Boxy SUV เห็นได้จากการทำงานร่วมกันของแรงขับ การยึดเกาะ และข้อมูลที่ช่วยให้ผู้ขับคุมรถผ่านอุปสรรค เมื่อเลือกระบบเหล่านี้ให้ตรงเส้นทาง พร้อมตรวจพื้นที่โดยสารและการดูแลระยะยาว ก็จะประเมิน TANK 300 และ TANK 500 ได้ครบทั้งช่วงออกทริปและการใช้งานทุกวัน ดูรายละเอียดรุ่นและกิจกรรมทดลองขับได้ที่ เว็บไซต์ GWM ประเทศไทย

Loading Next Post...
Search Trending
Loading

Signing-in 3 seconds...

Signing-up 3 seconds...