
เมอร์เซเดส-เบนซ์ ประเทศไทย เปิดตัว FLEX Mobility Campaign แคมเปญรีแบรนด์ผลิตภัณฑ์ทางการเงินและบริการหลังการขายครั้งใหญ่ เริ่มให้บริการตั้งแต่วันที่ 1 สิงหาคม 2569 ภายใต้แนวคิด Flex to fit you ที่รวมประกันภัย โปรแกรมบำรุงรักษา และการรับประกันคุณภาพไว้ในแพ็กเกจเดียว เพื่อให้ลูกค้าเลือกปรับแต่งความคุ้มครองได้ตามงบประมาณของตัวเอง
แคมเปญนี้เกิดขึ้นในจังหวะที่เมอร์เซเดส-เบนซ์ ประเทศไทย รายงานยอดขายรถยนต์พลังงานไฟฟ้า 100% เติบโตถึง 130% ในครึ่งปีแรกของปี 2569 บริษัทจึงใช้โอกาสนี้ปรับโครงสร้างบริการหลังการขายทั้งหมดให้อยู่ภายใต้ชื่อใหม่ พร้อมวางตำแหน่งตัวเองเป็น Mobility Solutions Provider ไม่ใช่แค่ผู้ผลิตรถยนต์อีกต่อไป
เดิมทีผลิตภัณฑ์เหล่านี้แยกกันคนละชื่อและต้องเลือกซื้อทีละรายการ ทำให้ลูกค้าหลายคนไม่ทราบว่าตัวเองมีตัวเลือกอะไรบ้าง การรวมทุกอย่างไว้ในชื่อเดียวคือ StarChoice จึงช่วยให้ลูกค้าเห็นภาพรวมความคุ้มครองทั้งหมดตั้งแต่ก่อนตัดสินใจซื้อรถ

StarChoice ประกอบด้วยบริการ 3 รายการ ได้แก่ ประกันภัยชั้น 1 StarProtection (เปลี่ยนชื่อจาก MB Protection) โปรแกรมบำรุงรักษาตามระยะทาง StarCare (เปลี่ยนชื่อจาก MBSP Easy Care) และโปรแกรมขยายระยะเวลารับประกันคุณภาพ StarGuarantee (เปลี่ยนชื่อจาก MBSP Extra Guarantee) ลูกค้าเลือกได้ตั้งแต่ 1 รายการในราคา 3,000 บาท 2 รายการในราคา 5,000 บาท ไปจนถึง Full Package ที่ครบทั้ง 3 รายการตลอดสัญญา 3-5 ปี ในราคา 6,000 บาทต่อเดือน โดยยอดนี้จะถูกรวมเข้ากับค่างวดรถยนต์ทันที ไม่ต้องจ่ายแยกทีหลัง
บริษัทระบุว่าเมื่อเทียบกับการซื้อทั้ง 3 บริการแยกกันในราคาปกติ ลูกค้าที่เลือก Full Package จะประหยัดได้สูงสุดถึง 400,000 บาท ตลอดอายุสัญญา เฟสแรกของแคมเปญครอบคลุมรถยนต์ 8 รุ่น แบ่งเป็น 2 กลุ่มตามเงินดาวน์ กลุ่มแรกเริ่มที่ 500,000 บาท มีทั้ง GLA 200 AMG Dynamic, electric CLA, C 220 d AMG Line และ C 350 e AMG Dynamic ส่วนกลุ่มที่สองเริ่มที่ 750,000 บาท มี E 220 d AMG Line, E 350 e AMG Dynamic, E 350 e Exclusive และ GLC 350 e 4MATIC Coupe AMG Dynamic

สิ่งที่ทำให้ FLEX Mobility Campaign ต่างจากโปรแกรมการเงินทั่วไปคือการแบ่งประสบการณ์ลูกค้าออกเป็น 3 ช่วงต่อเนื่องกัน เริ่มจาก Pre-FLEX ขั้นตอนก่อนซื้อที่ลูกค้าเลือกปรับแต่งแพ็กเกจ StarChoice ได้ตามความต้องการ ต่อด้วย We-FLEX ระหว่างเป็นเจ้าของ ที่บริษัทจะร่วมออกแบบกิจกรรมด้านไลฟ์สไตล์และสิทธิประโยชน์ต่างๆ ให้ลูกค้าตลอดอายุสัญญา และปิดท้ายด้วย Re-FLEX เมื่อครบกำหนดสัญญา ซึ่งลูกค้าเลือกได้ 3 ทาง คือคืนรถให้บริษัท ขยายเวลาผ่อนชำระ หรือโอนกรรมสิทธิ์รถยนต์เป็นของตัวเอง
มร. คริสเตียน เชลล์ ประธานบริหารและกรรมการผู้จัดการใหญ่ บริษัท เมอร์เซเดส-เบนซ์ (ประเทศไทย) จำกัด ระบุว่าก้าวต่อไปของแบรนด์คือการยึดลูกค้าเป็นศูนย์กลางผ่านโมเดลธุรกิจ Retail of the Future โดย FLEX Mobility Campaign คือเครื่องมือหลักที่จะทำให้ประสบการณ์การเป็นเจ้าของรถยนต์มีความยืดหยุ่นมากขึ้น ครอบคลุมทั้งการเดินทางที่ไร้รอยต่อและสิทธิประโยชน์ที่ลูกค้าออกแบบได้เองตามไลฟ์สไตล์
ลูกค้าที่สนใจแคมเปญนี้สามารถเริ่มสอบถามรายละเอียดที่ตัวแทนจำหน่ายเมอร์เซเดส-เบนซ์ อย่างเป็นทางการทั้ง 31 แห่งทั่วประเทศได้ตั้งแต่วันที่ 1 สิงหาคม 2569 เป็นต้นไป
ติดตามข้อมูลข่าวสารน่าสนใจได้ทาง www.zanzab.com และช่องทางโซเชียล
Facebook , YouTube , Instagram และ Tiktok