
LINE ประเทศไทยจัดงาน LINE THAILAND DEVELOPER CONFERENCE 2026 ภายใต้แนวคิด “Build the Next-Frontier” รวมผู้พัฒนาและบุคลากรในอุตสาหกรรมเทคโนโลยีกว่า 1,000 คน มาร่วมสำรวจการใช้ AI สร้างบริการที่ตอบโจทย์ผู้ใช้และธุรกิจ ทั้งทิศทาง AI Agent การทำงานแบบ AI-Native และโอกาสต่อยอดบริการบน LINE MINI App
ประเด็นที่หยิบมาคุยครอบคลุมตั้งแต่ทักษะที่นักพัฒนาต้องมีเมื่อ AI ช่วยเขียนโค้ดได้ ไปจนถึงเครื่องมือ LINE API และแผนเพิ่มช่องทางรายได้ให้ MINI App พร้อมกรณีศึกษา LINE MINI Eats ที่เชื่อมการสั่งอาหาร การชำระเงิน และระบบร้านค้าเข้าด้วยกัน รวมถึงการแข่งขันสร้างเกมที่นำ AI มาใช้ช่วยพัฒนา
นรสิทธิ์ สิทธิเวชวิจิตร ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร LINE ประเทศไทย มองว่าโอกาสทางเทคโนโลยีมาจากความสามารถในการนำสิ่งที่มีอยู่มาต่อยอดให้เกิดประโยชน์จริง พร้อมแสดงความเชื่อมั่นในทักษะและความคิดสร้างสรรค์ของนักพัฒนาไทยที่จะมีบทบาทในอุตสาหกรรมเทคโนโลยีระดับโลก
ด้านวีระ เกษตรสิน รองประธานเจ้าหน้าที่ฝ่ายเทคโนโลยี LINE ประเทศไทย กล่าวถึง AI Agent ที่เชื่อมต่อและทำงานร่วมกับระบบต่าง ๆ ได้ โดยจำนวนบอทที่ใช้งาน LINE Bot MCP Server เติบโตจากหลักสิบสู่หลักพันภายในเวลาไม่ถึงหนึ่งปี LINE จึงวางทิศทางให้แพลตฟอร์มรองรับการสร้างและเชื่อมต่อ AI Agent สำหรับผู้ใช้และธุรกิจหลากหลายขึ้น
แนวทางต่อไปยังรวมถึงการเตรียมเปิดให้พาร์ทเนอร์และนักพัฒนาที่มีศักยภาพร่วมทดลองเทคโนโลยีใหม่ก่อนเปิดใช้งานจริง และแนวคิดให้การแข่งขัน LINE HACK ในปีถัดไปเป็นพื้นที่ทดลองและต่อยอดนวัตกรรมของคอมมูนิตี้
ในเวที “NEXT-GEN Survival Guides from Tech Leaders” วีระ เกษตรสิน, ดร.วิโรจน์ จิรพัฒนกุล Vice President of AI จาก LINE MAN Wongnai และกษิดิศ สตางค์มงคล นักวิเคราะห์ข้อมูลและเจ้าของเพจ DataRockie เห็นร่วมกันว่านักพัฒนาต้องต่อยอดจากการเขียนโค้ดไปสู่การวิเคราะห์ปัญหา ออกแบบโซลูชัน ตัดสินใจอย่างมีเหตุผล และเข้าใจคุณค่าทางธุรกิจ พร้อมกำหนดทิศทางและควบคุมคุณภาพงานที่ใช้ AI ช่วยสร้าง
LINE MAN Wongnai ถ่ายทอดประสบการณ์เริ่มทดลองใช้ AI Agent กับนักพัฒนา 36 คน ก่อนขยายสู่กว่า 400 คนภายในเวลาไม่ถึงหนึ่งปี โดยระบุว่าปัจจุบัน AI มีส่วนช่วยเขียนโค้ดในการพัฒนาซอฟต์แวร์มากถึง 80% และกลุ่มผู้ใช้งาน AI มีอัตราการใช้งานรายสัปดาห์ 94%
บทเรียนจากองค์กรคือความเร็วในการเขียนโค้ดกับความเร็วส่งมอบผลิตภัณฑ์ไม่ได้เพิ่มขึ้นในสัดส่วนเดียวกัน เพราะการตรวจสอบ การตัดสินใจ และการประสานงานระหว่างทีมยังเป็นส่วนสำคัญของกระบวนการพัฒนา การวัดผลจึงต้องดูทั้งคุณภาพผลิตภัณฑ์ ผลลัพธ์ทางธุรกิจ และประสิทธิภาพการทำงานร่วมกัน
LINE MAN Wongnai จึงเดินหน้าสู่ AI-Native Organization โดยให้บุคลากรกำหนดเป้าหมาย กำกับดูแล และตรวจสอบคุณภาพงานที่ AI สร้าง พร้อมพัฒนาการเชื่อมโยงข้อมูลกับองค์ความรู้ภายในองค์กร และต่อยอดแนวคิด AI Software Factory ที่ให้ AI Agent ช่วยพัฒนา ทดสอบ และปรับปรุงซอฟต์แวร์อย่างต่อเนื่องภายใต้การดูแลของมนุษย์

จิรวัฒน์ กรันต์วิทยาการ Tech Evangelist และวริศ วรรณวิธู Developer Relations จาก LINE ประเทศไทย เปิดข้อมูลว่าคอมมูนิตี้นักพัฒนามีสมาชิกกว่า 64,000 คน ขณะที่ Active LINE MINI App ที่พัฒนาโดยนักพัฒนาไทยมี 1,500 แอปในเดือนตุลาคม 2569 เติบโตเกือบ 300% จากเดือนมีนาคม ส่วน Chatbot ที่พัฒนาผ่าน Messaging API มีมากกว่า 805,000 ตัว เพิ่มขึ้นราว 20% จากปีก่อน
การอัปเดต LINE API ในงานนี้ครอบคลุมทั้งการรับข้อมูลข้อความที่ถูกแก้ไข การวิเคราะห์การใช้งาน Rich Menu และการช่วยให้ผู้ใช้เชื่อมต่อกับ LINE OA จากหน้าบริการเดิม โดยมีความสามารถสำคัญดังนี้
ในด้านรายได้ LINE เผยแผนเพิ่ม In-app Ads เพื่อสร้างรายได้จากการแสดงโฆษณา และ In-app Purchase สำหรับซื้อขายดิจิทัลคอนเทนต์ภายใน LINE MINI App ในอนาคต โดย In-app Ads มีขอบเขตเฉพาะพาร์ทเนอร์ที่มีสิทธิ์ และหน้าจอที่นำเสนอยังอยู่ระหว่างการพัฒนา
กรณีศึกษา LINE MINI Eats เป็นโซลูชันจากความร่วมมือระหว่าง LINE ประเทศไทยและ LINE MAN Wongnai ให้ผู้ใช้สั่งอาหารหรือเครื่องดื่มผ่าน LINE MINI App ด้วยการสแกน QR Code หรือสั่งล่วงหน้าก่อนมารับสินค้า รองรับการเลือกเมนู ชำระเงิน รวมถึงเชื่อมต่อ CRM และระบบบริหารจัดการร้านค้า
ทีมพัฒนาถ่ายทอดหลักคิดที่ใช้เชื่อมประสบการณ์ผู้บริโภคกับการทำงานของร้านค้าไว้ 3 ด้าน โดยให้ทั้งการออกแบบบริการและการแบ่งความรับผิดชอบระหว่างองค์กรเดินไปด้วยกัน
อีกส่วนของการพัฒนาคือการนำ AI มาช่วยลดความซับซ้อนและระยะเวลาสร้างโซลูชันภายใต้แนวคิด 10x Faster ควบคู่กับการดูแลคุณภาพและประสบการณ์ผู้ใช้ กรณีนี้จึงแสดงแนวทางเปลี่ยนเทคโนโลยีที่แต่ละองค์กรมีให้เป็นบริการที่เชื่อมต่อกันได้
การแข่งขัน Hackathon ภายในงานกำหนดโจทย์ Multiplayer Game บน LINE MINI App โดยเชื่อมต่อ LINE Login เพื่อยืนยันตัวตนผู้เล่นก่อนเข้าเกม ผู้เข้าร่วมทั้ง 15 ทีมเลือกใช้ AI เป็นผู้ช่วยพัฒนา และทีมที่เร็วที่สุดสร้างเกมต้นแบบพร้อมทดสอบได้ภายใน 20 นาที
ทุกทีมพัฒนาเกมที่เล่นได้ภายใน 1 ชั่วโมง ขณะที่การแข่งขันปีก่อนต้องใช้เวลาหลายชั่วโมงกับการพัฒนาโครงสร้างแอปเบื้องต้น ผู้แข่งขันบางทีมยังไม่เคยพัฒนา LINE MINI App มาก่อน จึงใช้ AI ช่วยเรียนรู้เทคโนโลยีและสร้างผลงาน ก่อนนำเวลาที่เหลือไปปรับคุณภาพและเพิ่มลูกเล่นให้เกม
ทั้งทิศทาง AI Agent การอัปเดต API บทเรียนการใช้ AI ในองค์กร และเกมต้นแบบจาก Hackathon สะท้อนแนวทางที่นักพัฒนาสามารถนำไปต่อยอดบริการบน LINE ได้ ผู้สนใจติดตามเทคโนโลยีและกิจกรรมได้ทาง LINE OA: @linedevth และ Facebook LINE Developers Thailand พร้อมอ่านข่าวสารจาก LINE ประเทศไทยได้ที่ LINE Newsroom
ติดตามข้อมูลข่าวสารน่าสนใจได้ทาง www.zanzab.com และช่องทางโซเชียล
Facebook , YouTube , Instagram และ Tiktok