
คนไทยตอบรับโครงการคนละครึ่งพลัสผ่านแพลตฟอร์มฟู้ดเดลิเวอรีอย่างคึกคัก หลังแกร็บเปิดเผยตัวเลชยอดสั่งอาหารทะลุ 1 ล้านออเดอร์ในระยะเวลาเพียงไม่กี่วันแรก สะท้อนความสำเร็จของนโยบายกระตุ้นเศรษฐกิจของรัฐบาลที่ส่งผลโดยตรงต่อธุรกิจร้านอาหารทั่วประเทศ
คุณจันต์สุดา ธนานิตยะอุดม กรรมการผู้จัดการใหญ่ แกร็บประเทศไทย ระบุว่าร้านอาหารที่เข้าร่วมโครงการมียอดขายเติบโตเฉลี่ย 3 เท่าจากช่วงปกติ โดยร้านที่โตสูงสุดคือ “ร้านอยู่นี่ ตามสั่ง ข้าวผัด สเต็ก” ในกรุงเทพฯ มียอดขายพุ่งถึง 18 เท่า จากหลักร้อยกลายเป็นหลักหมื่นต่อวัน ขณะที่ “ร้านพาสต้า บ่?” ในย่านจรัญ 35 ทำยอดขายเฉลี่ยต่อวันสูงกว่าครึ่งแสนบาท
ในเฟสนี้มีร้านอาหารลงทะเบียนเข้าร่วมเพิ่มขึ้นกว่า 50% โดยเฉพาะร้านขนาดเล็กและสตรีตฟู้ดที่ได้ประโยชน์จากมาตรการสนับสนุนอย่างการคิดค่าบริการพิเศษเพียง 7% และจัดส่งฟรี 5 กิโลเมตร ผู้บริโภคยังได้รับส่วนลดสูงสุด 3,000 บาท
ข้อมูลพฤติกรรมการใช้งานในช่วง 5 วันแรกเผยว่า คนส่วนใหญ่สั่งอาหารมูลค่า 80-120 บาทต่อออเดอร์ โดยนิยมสั่งในมื้อกลางวันช่วง 11.00-12.00 น. มากที่สุด เมนูยอดนิยมคือส้มตำ ก๋วยเตี๋ยว และไก่ทอด ส่วนเครื่องดื่มที่ขายดีที่สุดคือชาไทย โครงการยังกระตุ้นให้ความถี่การสั่งอาหารเพิ่มขึ้น โดยคนที่สั่ง 2 ออเดอร์ต่อวันขึ้นไปเพิ่มขึ้นถึง 2.5 เท่า
พื้นที่ที่มีการใช้บริการมากที่สุดคือกรุงเทพฯ ตามด้วยชลบุรี ขอนแก่น โคราช และเชียงใหม่ นอกจากร้านอาหาร ไรเดอร์ผู้จัดส่งยังได้ประโยชน์ด้วยรายได้เพิ่มขึ้น 13% ส่วนผู้ผลิตและจัดจำหน่ายวัตถุดิบก็ได้รับอานิสงส์ตามไปด้วย
คุณจันต์สุดา ย้ำว่าแกร็บจะสนับสนุนโครงการคนละครึ่งพลัสอย่างต่อเนื่องในเฟสต่อไป เพื่อร่วมขับเคลื่อนเศรษฐกิจดิจิทัลและกระตุ้นเศรษฐกิจระดับมหภาคของประเทศในช่วงที่เผชิญความท้าทายทางเศรษฐกิจ
ติดตามข้อมูลข่าวสารน่าสนใจได้ทาง www.zanzab.com และช่องทางโซเชียล
Facebook , YouTube , Instagram และ Tiktok





