แกร็บฟู้ด ยอดใช้สิทธิ์ ไทยช่วยไทยพลัส 60/40 ทะลุ 500 ล้านบาท

GogolicoGogolicoPR, News5 กรกฎาคม 2026162 Views

แกร็บฟู้ดเผยยอดสั่งอาหารผ่านสิทธิ์ไทยช่วยไทยพลัส 60/40 ทะลุ 500 ล้านบาทภายในครึ่งเดือนแรก นับตั้งแต่รัฐบาลเริ่มมาตรการนี้ช่วงกลางเดือนมิถุนายน 2569 ตัวเลขดังกล่าวสร้างแรงกระเพื่อมให้ธุรกิจอาหารและเครื่องดื่มทั่วประเทศอย่างชัดเจน ทั้งฝั่งร้านค้า ผู้บริโภค และไรเดอร์

ยอดใช้สิทธิ์ทะลุ 500 ล้านบาท ร้านเข้าร่วมพุ่ง 40%

ตลอดสองสัปดาห์แรกของโครงการ ยอดสั่งอาหารผ่านแกร็บฟู้ดรวมกันกว่า 500 ล้านบาท ตัวเลขนี้มาพร้อมกับจำนวนร้านอาหารที่เข้าร่วมโครงการเพิ่มขึ้น 40% เมื่อเทียบกับโครงการคนละครึ่งพลัสรอบก่อนหน้า ร้านค้าจำนวนมากใช้ช่วงเวลานี้เป็นโอกาสเข้าถึงลูกค้ากลุ่มใหม่ผ่านช่องทางเดลิเวอรี

คุณจันต์สุดา ธนานิตยะอุดม กรรมการผู้จัดการใหญ่ แกร็บ ประเทศไทย ระบุว่า นับตั้งแต่รัฐบาลเปิดให้ใช้สิทธิ์ผ่านบริการฟู้ดเดลิเวอรี กระแสตอบรับจากทั้งผู้ใช้บริการ ร้านอาหาร และไรเดอร์เป็นไปในทิศทางบวก มูลค่าการใช้สิทธิ์กว่า 500 ล้านบาทในสองสัปดาห์แรกช่วยกระตุ้นการจับจ่ายใช้สอยในกลุ่มธุรกิจอาหารและเครื่องดื่มอย่างมีนัยสำคัญ

ไรเดอร์รายได้ขยับขึ้น 18% หลังแกร็บอัดแคมเปญเต็มสูบ

เบื้องหลังตัวเลขร้านค้าที่เพิ่มขึ้น 40% คือการสนับสนุนหลายด้านจากแกร็บ ทั้งส่วนลดค่า GP พิเศษ แคมเปญการตลาดที่ดึงน้องเกลมาร่วมโปรโมต และการปล่อยสินเชื่อเสริมสภาพคล่องให้ร้านค้า มาตรการเหล่านี้ส่งผลบวกต่อเนื่องไปถึงกลุ่มไรเดอร์ด้วย

ใน 5 จังหวัดที่มีการใช้สิทธิ์สูงสุด ไรเดอร์มีรายได้เฉลี่ยต่อชั่วโมงเพิ่มขึ้นถึง 18% เมื่อเทียบกับช่วงเวลาปกติ ตัวเลขนี้เกิดจากปริมาณออเดอร์ที่เพิ่มขึ้นต่อเนื่องตลอดสองสัปดาห์ที่ผ่านมา

มื้อเที่ยงคือช่วงทอง ส้มตำครองแชมป์เมนูฮิต

ข้อมูลพฤติกรรมผู้บริโภคระหว่างวันที่ 15 ถึง 30 มิถุนายน 2569 พบว่า 55% ของออเดอร์มีมูลค่าอยู่ที่ 100 ถึง 250 บาทต่อออเดอร์ รองลงมาคือออเดอร์มูลค่าต่ำกว่า 100 บาทที่สัดส่วน 25% ช่วงเวลาที่คนสั่งอาหารมากที่สุดคือมื้อกลางวัน โดยเฉพาะระหว่าง 11.00 ถึง 12.00 น.

ส้มตำครองอันดับเมนูขายดีที่สุด ตามมาด้วยข้าวมันไก่ ลาบหมู และคอหมูย่าง ส่วนฝั่งเครื่องดื่ม ชาไทยยืนหนึ่งเหนือชาเขียวและโกโก้ เมนูเหล่านี้สะท้อนพฤติกรรมการสั่งอาหารกลางวันแบบไทยแท้ของผู้ใช้สิทธิ์

กรุงเทพฯ นำโด่ง ร้านดาวรุ่งโตทะลุ 12 เท่า

เมื่อแยกตามพื้นที่ กรุงเทพฯ ครองอันดับหนึ่งจังหวัดที่มีการใช้สิทธิ์สั่งอาหารมากที่สุด ตามด้วยชลบุรี เชียงใหม่ ขอนแก่น และนครราชสีมา ตามลำดับ

ร้านอรทัยซูชิวังหลัง ย่านพรานนก ทำยอดขายสูงสุดในกลุ่มร้านที่เข้าร่วมโครงการ ด้วยยอดขายกว่า 4 แสนบาทจาก 1,800 ออเดอร์ภายในสองสัปดาห์ ขณะที่ร้านข้าวหน้าเนื้อพิคานย่า ย่านดินแดง กลายเป็นร้านดาวรุ่งของโครงการ ด้วยยอดขายที่เติบโตถึง 12 เท่าเมื่อเทียบกับช่วงเวลาปกติ

สำหรับร้านอาหารรายย่อยที่ยังไม่เข้าร่วมโครงการ ตัวเลขยอดขายของสองร้านนี้เป็นตัวอย่างที่ชี้ให้เห็นว่าการเข้าถึงลูกค้าผ่านสิทธิ์ไทยช่วยไทยพลัส 60/40 สามารถสร้างการเติบโตแบบก้าวกระโดดได้ในระยะเวลาสั้น ๆ

Loading Next Post...
Search Trending
Loading

Signing-in 3 seconds...

Signing-up 3 seconds...