
กระทรวง สาธารณสุข และ HUAWEI เทคโนโลยี่ (ประเทศไทย) ลงนาม MoU เมื่อวันที่ 5 พฤษภาคม 2569 เพื่อพัฒนาระบบเชื่อมโยงข้อมูลสุขภาพจาก HUAWEI Smart Watch เข้าสู่ฐานข้อมูลโรงพยาบาลและหน่วยงานสาธารณสุขโดยอัตโนมัติ มุ่งลดภาระบุคลากรทางการแพทย์และยกระดับการดูแลผู้ป่วยทั่วประเทศ
ความร่วมมือนี้ของ HUAWEI และ กระทรวง สาธารณสุข ครั้งนี้ ตอบโจทย์นโยบาย “หมอไม่ล้า ประชาชนไม่รอ เชื่อมต่อทุกบริการผ่านเทคโนโลยี” ของกระทรวงฯ ที่ต้องการแก้ปัญหาเชิงโครงสร้างด้านภาระงานเอกสารซึ่งสะสมมายาวนาน โดยระบบที่จะพัฒนาขึ้นจะช่วยให้กระแสข้อมูลสุขภาพไหลเวียนจากอุปกรณ์สวมใส่ในชีวิตประจำวันไปถึงมือแพทย์ได้อย่างอัตโนมัติและปลอดภัย
ระบบสาธารณสุขไทยเผชิญปัญหาเรื้อรังที่บุคลากรทางการแพทย์ต้องเสียเวลาจำนวนมากกับการบันทึกข้อมูลและงานเอกสาร แทนที่จะใช้เวลานั้นดูแลผู้ป่วยโดยตรง ความร่วมมือระหว่าง สธ. และ HUAWEI จึงมุ่งเป้าหมายที่การทำให้ข้อมูลสุขภาพเดินทางได้เองโดยไม่ต้องพึ่งการกรอกซ้ำ
ระบบที่จะพัฒนาขึ้นจะดึงข้อมูลจาก HUAWEI Smart Watch ที่ผู้ใช้สวมใส่ในชีวิตประจำวัน ไม่ว่าจะเป็นอัตราการเต้นของหัวใจ ค่าออกซิเจนในเลือด หรือข้อมูลการนอนหลับ แล้วส่งต่อเข้าสู่ฐานข้อมูลของโรงพยาบาลและหน่วยงานในระบบสาธารณสุขได้โดยตรง เพื่อให้แพทย์สามารถเห็นภาพสุขภาพของผู้ป่วยได้แบบเรียลไทม์และแม่นยำกว่าเดิม
MoU ฉบับนี้ครอบคลุมความร่วมมือ 2 แกนหลัก แกนแรกคือ

พิธีลงนามมี นายพัฒนา พร้อมพัฒน์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงสาธารณสุข เป็นประธาน พร้อมด้วย นพ.สมฤกษ์ จึงสมาน ปลัดกระทรวงสาธารณสุข
ในฝั่ง HUAWEI มี คุณเจิน หลิว ผู้อำนวยการบริหารประจำภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ HUAWEI คอนซูมเมอร์ บิสสิเนส กรุ๊ป (ประเทศไทย) และ คุณเดวิด หลี่ ประธานกรรมการบริหาร บริษัท HUAWEI เทคโนโลยี่ (ประเทศไทย) จำกัด ร่วมเป็นสักขีพยาน
นพ.สมฤกษ์ กล่าวว่าการเชื่อมโยงข้อมูลสุขภาพและการส่งเสริมนวัตกรรมจะช่วยให้ระบบบริการสุขภาพมีความยืดหยุ่น ทันสมัย และยั่งยืนสำหรับคนไทยทุกคน ขณะที่ คุณเดวิด หลี่ ยืนยันว่า HUAWEI มุ่งมั่นสนับสนุนการเปลี่ยนผ่านดิจิทัลด้านสาธารณสุขของไทยผ่านการผสานนวัตกรรมอุปกรณ์สวมใส่อัจฉริยะเข้ากับการใช้งานจริง
ความร่วมมือครั้งนี้ไม่ได้เริ่มจากศูนย์ HUAWEI มีประวัติการทำงานร่วมกับภาครัฐด้านสาธารณสุขมาก่อน ทั้งโครงการ 5G เพื่อยกระดับบริการทางการแพทย์กับกรมการแพทย์ และการพัฒนาระบบดิจิทัลให้สำนักงานคณะกรรมการอาหารและยา (อย.) ได้แก่ ระบบสายด่วนและโครงสร้างพื้นฐานคลาวด์
การลงนาม MoU ครั้งนี้จึงเป็นการขยายผลจากความไว้วางใจที่สะสมมา สู่การทำงานในมิติที่ใกล้ชิดกับประชาชนมากขึ้น ผ่านอุปกรณ์ที่หลายคนสวมอยู่บนข้อมืออยู่แล้วทุกวัน

คุณพัฒนา พร้อมพัฒน์ ระบุว่าความร่วมมือนี้จะช่วยเร่งการนำเทคโนโลยีสุขภาพอัจฉริยะมาใช้ ยกระดับคุณภาพชีวิตของประชาชนผ่านการเข้าถึงบริการที่รวดเร็วและตรงความต้องการ รวมถึงสนับสนุนความยั่งยืนของระบบสาธารณสุขในระยะยาว
ในภาพใหญ่ ความร่วมมือระหว่างภาครัฐและบริษัทเทคโนโลยีชั้นนำในลักษณะนี้กำลังกลายเป็นแนวทางที่ประเทศต่างๆ ในภูมิภาคเลือกใช้เพื่อแก้ปัญหาความท้าทายด้านสุขภาพ และประเทศไทยกำลังวางตำแหน่งตัวเองให้เป็นผู้นำด้าน Digital Health ในอาเซียน ผ่านการผนึกกำลังระหว่างนโยบายรัฐกับเทคโนโลยีสวมใส่ที่คนทั่วไปเข้าถึงได้จริง
ติดตามข้อมูลข่าวสารน่าสนใจได้ทาง www.zanzab.com และช่องทางโซเชียล
Facebook , YouTube , Instagram และ Tiktok






