
HP ประเทศไทย เปิดตัววิสัยทัศน์แบรนด์ใหม่ “HP, For Your Best Work” ในงาน HP Elevate 2026 เมื่อวันที่ 28 พฤษภาคม 2569 พร้อมเผยตัวเลขที่น่าสนใจว่า 72% ของแรงงานไทยนำ AI เข้ามาใช้ในกระบวนการทำงานแล้ว ขณะที่ 90% ของผู้นำองค์กรกำลังพิจารณานำ AI agents มาร่วมทำงานในองค์กร
จุดเปลี่ยนสำคัญที่ HP มองเห็นในตลาดไทยตอนนี้ไม่ใช่เรื่องว่า “จะใช้ AI ไหม” แต่เป็น “จะใช้ AI ให้ได้ผลจริงได้อย่างไร” คุณวรานิษฐ์ อธิจรัสโรจน์ กรรมการผู้จัดการ HP ประเทศไทย ระบุว่า องค์กรส่วนใหญ่ก้าวข้ามช่วงทดสอบมาแล้ว และกำลังมองหาเครื่องมือที่แปลงศักยภาพของ AI ให้กลายเป็นประสิทธิภาพจริงในเวิร์กโฟลว์ (กระบวนการทำงาน) ประจำวัน
ภายใต้แนวคิดนี้ HP วางเป้าหมายใน 3 ทิศทางหลัก ได้แก่ ช่วยให้คนทำงานโฟกัสได้มากขึ้นโดยลดสิ่งรบกวนทางดิจิทัล ใช้ AI ลดงานซ้ำซ้อนเพื่อเพิ่มเวลาสำหรับงานที่มีคุณค่า และสร้างการทำงานร่วมกันจากทุกที่ได้อย่างราบรื่น

หัวใจของระบบนิเวศใหม่นี้คือ HP IQ แพลตฟอร์มอัจฉริยะที่เชื่อมต่อ AI PC และอุปกรณ์สำหรับสถานที่ทำงานเข้าด้วยกัน โดยผสาน HP NearSense และ Workforce Experience Platform ไว้ในที่เดียว ผลที่ได้คือฝ่าย IT สามารถมองเห็นและบริหารจัดการอุปกรณ์ทั้งหมดขององค์กรจากศูนย์กลาง ลดปัญหาตั้งแต่ความล่าช้าในการตั้งค่าไปจนถึงการสลับงานระหว่างแอปพลิเคชัน
นอกจากนี้ HP ยังเปิดตัวผลิตภัณฑ์ใหม่หลายกลุ่มในงานเดียวกัน ทั้ง HP EliteBoard และ HP ZGX Nano AI Station สำหรับการทำงานร่วมกัน ซีรีส์ OmniBook ปี 2026 และอุปกรณ์เกมมิงแบรนด์ HyperX รวมถึง HP AI in Print ที่นำ AI มาช่วยจัดการเอกสารและเชื่อมโลกดิจิทัลกับเอกสารจริงให้ไหลลื่นขึ้น
ท่ามกลางการใช้ AI ที่แพร่หลายขึ้น HP เสริมความปลอดภัยระดับฮาร์ดแวร์ด้วย HP TPM Guard ที่ป้องกันการโจมตีทางกายภาพ (Physical Attack) และขยายความร่วมมือกับ HP Wolf Security เพื่อลดความเสี่ยงด้านไซเบอร์ (Cybersecurity) สำหรับทั้งองค์กรขนาดเล็กและขนาดใหญ่

กลยุทธ์ “One HP” ที่ผสานฮาร์ดแวร์ ซอฟต์แวร์ และบริการเข้าด้วยกัน ออกแบบให้ตอบโจทย์ลูกค้าทั้ง 3 กลุ่ม บุคคลทั่วไปได้รับบริการดูแลต่อเนื่องผ่าน HP Care Pack, ธุรกิจขนาดกลางและขนาดเล็ก (SMBs) มี Subscription Model ที่คาดการณ์ค่าใช้จ่ายได้ง่ายขึ้น ส่วนองค์กรขนาดใหญ่ได้ระบบ IT ที่ยืดหยุ่นและรองรับการเติบโตระยะยาว
ด้านบทบาทต่อเศรษฐกิจไทย HP ยังรักษาตำแหน่งผู้ให้บริการคอมพิวเตอร์เชิงพาณิชย์อันดับ 1 ของตลาดในไตรมาสแรกปี 2569 และขยายการผลิตในประเทศภายใต้โครงการ Made in Thailand ครอบคลุมตำแหน่งงานในภาคการผลิต โลจิสติกส์ และบริการด้านเทคนิค ตอกย้ำบทบาทพันธมิตรระยะยาวในการขับเคลื่อนประเทศไทยสู่ยุคดิจิทัลอย่างยั่งยืน
ติดตามข้อมูลข่าวสารน่าสนใจได้ทาง www.zanzab.com และช่องทางโซเชียล
Facebook , YouTube , Instagram และ Tiktok