
HUAWEI เปิดตัว HarmonyOS 7 อย่างเป็นทางการในงาน Developer Conference ประจำปี โดยประกาศว่านี่คือ OS ตัวแรกในตระกูล HarmonyOS ที่สร้าง AI ลงไปตั้งแต่ระดับสถาปัตยกรรม ไม่ใช่การเพิ่มฟีเจอร์ทีหลัง ความเปลี่ยนแปลงครั้งนี้ครอบคลุมทั้งภาพหน้าตาระบบ ความสามารถของผู้ช่วย AI และชุดเครื่องมือรักษาความปลอดภัยที่ออกแบบมาสำหรับผู้ใช้ในเอเชียโดยตรง

การเปลี่ยนแปลงที่เห็นได้ชัดที่สุดใน HarmonyOS 7 คือ Spatial Design Language รูปแบบภาพใหม่ที่ใช้ Software Rendering สร้างเอฟเฟกต์สามมิติทั่วทั้งระบบ ตั้งแต่ Lock Screen ที่ตอบสนองกับ Wallpaper ตามแสงและทิศทาง ไปจนถึงปุ่ม Slider และองค์ประกอบต่าง ๆ บนหน้าจอที่ได้รับ Lighting Effect เพื่อเพิ่มความลึกให้การใช้งาน
แนวทางนี้ต่างจาก Flat Design ที่ครองตลาดมานานกว่าสิบปี HUAWEI เลือกใช้การประมวลผลด้าน Software แทนการพึ่ง Hardware พิเศษ ทำให้ดีไซน์ใหม่สามารถใช้งานได้บนอุปกรณ์หลากหลายในระบบ HarmonyOS รวมถึงสมาร์ตโฟน แท็บเล็ต พีซี และอุปกรณ์สวมใส่
ด้าน AI นั้น HUAWEI ยกระดับผู้ช่วย Celia จากผู้ช่วยเสียงทั่วไปมาเป็น System-level Intelligence Hub ที่เข้าใจเจตนาของผู้ใช้และสามารถดำเนินงานหลายขั้นตอนข้ามแอปได้โดยอัตโนมัติ พร้อมกันนี้ HUAWEI เปิดตัว HarmonyOS Intelligent Agent Framework 2.0 ที่ระบุว่าสามารถทำงานซับซ้อนได้สำเร็จมากกว่า 90% ซึ่งหากตัวเลขนี้ใกล้เคียงการใช้งานจริง จะเป็นก้าวกระโดดสำคัญจากผู้ช่วย AI รุ่นก่อนที่มักสะดุดกับคำสั่งที่มีหลายเงื่อนไข
นอกจาก Celia แล้ว HarmonyOS 7 ยังขยายความสามารถ AI ไปสู่การตัดต่อรูปภาพอัตโนมัติ การสร้างคอนเทนต์ และการสั่งงานภายในแอปต่าง ๆ ผ่านภาษาพูดตามธรรมชาติ ซึ่ง HUAWEI ระบุว่ารองรับคำสั่งในแอปได้กว้างขึ้นอย่างมีนัยสำคัญ
ฟีเจอร์ที่ตอบโจทย์ตลาดเอเชียโดยตรงคือระบบ Anti-Fraud Platform ใหม่ที่ครอบคลุมภัยคุกคามดิจิทัลหลักสี่ประเภท ได้แก่ QR Code น่าสงสัย หน้าเว็บ Phishing แอปพลิเคชันที่แอบอ้างตัวตน และเบอร์โทรศัพท์ต่างประเทศที่ใช้ Spoofing เพื่อหลอกให้ดูเหมือนเบอร์ท้องถิ่น นอกจากนี้ยังมีระบบ AI ตรวจจับ Voice Scam แบบเรียลไทม์ระหว่างการโทร
บริบทที่ทำให้ฟีเจอร์นี้น่าสนใจเป็นพิเศษคือปัญหา Scam Call และ Phishing ยังคงเป็นภัยคุกคามอันดับต้นในประเทศไทยและประเทศอื่น ๆ ในภูมิภาค การฝัง Anti-Fraud เข้าไปในระดับ OS แทนการพึ่งแอปภายนอกหมายความว่าระบบป้องกันทำงานก่อนที่ผู้ใช้จะเห็นเนื้อหาอันตราย

ในด้านประสิทธิภาพ HUAWEI ระบุว่า HarmonyOS 7 เร็วขึ้น 15% เมื่อเทียบกับรุ่นก่อน พร้อมควบคุมการเพิ่มขึ้นของ System Load ในระยะยาวให้อยู่ในระดับต่ำ ซึ่งเป็นการตอบโจทย์ปัญหาที่ผู้ใช้ Android หลายรายคุ้นเคย นั่นคือเครื่องช้าลงหลังใช้งานไปสักระยะ
สำหรับนักพัฒนา Developer Beta เปิดให้ทดสอบทันทีบนอุปกรณ์กลุ่มแรกได้แก่ Huawei Mate 80 Pro, Mate X7, Mate XT Master, Pura 90 Pro Max, Pura X, Pura X Collector’s Edition และ nova 15 Pro โดย Stable Version คาดว่าจะทยอยอัปเดตในช่วงปลายปีนี้ และ Mate 90 Series ที่มีกำหนดวางจำหน่ายเดือนกันยายนในจีนจะเป็นอุปกรณ์รุ่นแรกที่มาพร้อม HarmonyOS 7 ตั้งแต่กล่อง
การเปิดตัว HarmonyOS 7 เผยให้เห็นว่า HUAWEI กำลังสร้าง Ecosystem แบบปิดที่ไม่พึ่งพา Google Services เลย และเลือกใช้ AI เป็นแกนกลางของ OS แทนที่จะเป็นฟีเจอร์เสริม เส้นทางนี้อาจกลายเป็นแบบอย่างให้ OS จากเอเชียรายอื่นพิจารณาในการพัฒนาระบบปฏิบัติการรุ่นต่อไป
ข้อมูลจาก: Gizmochina
ติดตามข้อมูลข่าวสารน่าสนใจได้ทาง www.zanzab.com และช่องทางโซเชียล
Facebook , YouTube , Instagram และ Tiktok