Google เปิดตัว Gemini 3.6 Flash, 3.5 Flash-Lite และ 3.5 Flash Cyber ราคาถูกลง ประสิทธิภาพสูงขึ้น

GogolicoNews22 กรกฎาคม 256999 Views

Google เปิดตัวโมเดล AI ตระกูล Gemini ใหม่พร้อมกัน 3 รุ่นเมื่อวันที่ 21 กรกฎาคม 2569 ได้แก่ Gemini 3.6 Flash, Gemini 3.5 Flash-Lite และ Gemini 3.5 Flash Cyber เพื่อเสิร์ฟให้นักพัฒนาและองค์กรทั่วโลกผ่าน Gemini API, Google AI Studio, Android Studio, Gemini Enterprise และแอป Gemini ระหว่างที่ Gemini 3.5 Pro รุ่นเรือธงยังอยู่ในขั้นทดสอบกับพาร์ทเนอร์หลังประกาศไว้ตั้งแต่งาน I/O เดือนพฤษภาคม การเปิดตัวครั้งนี้เน้นตอบโจทย์นักพัฒนาที่ต้องการโมเดลรันงาน agent (ระบบ AI ที่ทำงานต่อเนื่องหลายขั้นตอนแทนมนุษย์) ที่เร็วขึ้นและต้นทุนต่อการใช้งานถูกลง

3.6 Flash กินโทเคนน้อยลง 17% ทำงานโค้ดแม่นขึ้น

Gemini 3.6 Flash เป็นตัวชูโรงของการอัปเดตครั้งนี้ วางตำแหน่งเป็นโมเดลหลักสำหรับงานเขียนโค้ดและงานที่ต้องใช้ความรู้เชิงลึก จุดที่ Google เน้นย้ำคือการลดปริมาณ output token (จำนวนคำที่โมเดลต้องสร้างออกมาต่อคำตอบ) ลง 17% เทียบกับ 3.5 Flash ตามผลวัดของ Artificial Analysis Index และในงานเขียนโค้ดบางประเภทอย่าง DeepSWE ประหยัดโทเคนได้มากถึง 65% ซึ่งหมายถึงต้นทุนการรันระบบ agent ต่อครั้งที่ลดลงตามไปด้วย

โมเดลยังใช้ขั้นตอนการให้เหตุผลและการเรียกใช้เครื่องมือ (tool call) น้อยลงในการทำงานที่มีหลายขั้นตอน ผลคือทำงานเสร็จเร็วขึ้นโดยไม่ต้องวนซ้ำหลายรอบเหมือนก่อน

ราคาลดลงจาก 9 ดอลลาร์เหลือ 7.50 ดอลลาร์ต่อโทเคน

ด้านราคา 3.6 Flash อยู่ที่ 1.50 ดอลลาร์ต่อ 1 ล้าน input token และ 7.50 ดอลลาร์ต่อ 1 ล้าน output token ถูกกว่ารุ่นเดิมที่เคยอยู่ที่ 9 ดอลลาร์ต่อ 1 ล้าน output token สำหรับทีมที่รันงาน agent จำนวนมาก ส่วนต่างนี้ส่งผลตรงต่อบิลค่าใช้จ่ายรายเดือน โดยเฉพาะงานที่ต้องประมวลผลเอกสารหรือข้อมูลปริมาณสูงต่อเนื่อง

แซงรุ่นเดิมในทุกเบนช์มาร์กหลัก

ผลทดสอบที่ Google เผยแพร่ระบุว่า 3.6 Flash ทำคะแนน DeepSWE (ทดสอบความแม่นยำในการแก้โค้ด) ได้ 49% เทียบกับ 37% ของ 3.5 Flash และทำคะแนน MLE Bench (ทดสอบงานวิจัยด้าน Machine Learning) ได้ 63.9% เทียบกับ 49.7% ส่วนงานควบคุมคอมพิวเตอร์ผ่าน OSWorld-Verified ทำได้ 83.0% เทียบกับ 78.4% ลูกค้าอย่าง Hebbia และ Harvey รายงานว่าโมเดลนี้อ่านเอกสารหลายหน้า วิเคราะห์กราฟ และช่วยร่างรายงานได้แม่นยำขึ้นชัดเจน

3.5 Flash-Lite เร็วสุดในตระกูล 3.5 วิ่ง 350 โทเคนต่อวินาที

Gemini 3.5 Flash-Lite ถูกออกแบบมาสำหรับงานที่ต้องการความเร็วและปริมาณสูง เช่น ระบบค้นหาแบบ agent และการประมวลผลเอกสารจำนวนมาก ตามผลวัดของ Artificial Analysis โมเดลนี้ทำความเร็วได้ 350 output token ต่อวินาที เร็วที่สุดในบรรดาโมเดลระดับ 3.5 ทั้งหมดของ Google

ด้านราคาอยู่ที่ 0.3 ดอลลาร์ต่อ 1 ล้าน input token และ 2.5 ดอลลาร์ต่อ 1 ล้าน output token ทำให้เหมาะกับงานที่ต้องรันซ้ำจำนวนมากโดยควบคุมต้นทุนไว้ในระดับต่ำ นักพัฒนายังปรับระดับการคิด (thinking level) ของโมเดลได้ตามงาน ตั้งแต่โหมดเร็วราคาถูกสำหรับงานปริมาณสูง ไปจนถึงโหมดคิดละเอียดสำหรับงานหลายขั้นตอนที่ซับซ้อน

แซง Gemini 3 Flash ในหลายรายการทดสอบ

ตัวเลขที่น่าสนใจคือ 3.5 Flash-Lite ทำคะแนนแซงรุ่น Gemini 3 Flash ซึ่งเป็นรุ่นใหญ่กว่าในบางรายการ เช่น SWE-Bench Pro ทำได้ 54.2% เทียบกับ 49.6% และ OSWorld-Verified ทำได้ 74.0% เทียบกับ 65.1% นอกจากนี้ยังทำ Terminal-Bench 2.1 ได้ 54% เทียบกับ 31% ของรุ่นก่อนหน้า และ GDM-MRCR v2 (ทดสอบความสามารถอ่านบริบทยาว) ได้ 72.2% เทียบกับ 60.1%

3.5 Flash Cyber ตัวล่าช่องโหว่ที่เปิดให้เฉพาะรัฐบาลและพันธมิตร

Gemini 3.5 Flash Cyber เป็นโมเดลที่ Google พัฒนาต่อยอดจาก 3.5 Flash โดยปรับแต่งเฉพาะสำหรับงานค้นหา ตรวจสอบ และแก้ไขช่องโหว่ด้านความปลอดภัยในโค้ด ทำงานร่วมกับเครื่องมือ CodeMender ซึ่งใช้โมเดลนี้หลายตัวทำงานพร้อมกันแล้วรวมผลเป็นรายงานเดียว จุดขายคือราคาต่อโทเคนที่ถูกกว่าโมเดลขนาดใหญ่ แต่ยังทำงานได้ในระดับแนวหน้าของอุตสาหกรรม

พบช่องโหว่ V8 มากกว่า Opus 4.6 ถึง 19 รายการ

ในการทดสอบกับ V8 JavaScript Engine ซึ่งเป็นโค้ดที่ซับซ้อนสูง 3.5 Flash Cyber พบช่องโหว่ที่ยืนยันได้ 55 รายการ เทียบกับ 47 รายการของ 3.5 Flash รุ่นทั่วไป และ 36 รายการของ Claude Opus 4.6 โดยพบช่องโหว่ 10 รายการที่อีกสองโมเดลตรวจไม่พบเลย ปัจจุบันโมเดลนี้ถูกใช้งานจริงในการตรวจโค้ดภายในของ Google เองแล้ว ครอบคลุมทั้ง Chrome, Android, Cloud, Ads และ YouTube

เปิดจำกัดเฉพาะพันธมิตรที่ไว้ใจได้ เพราะเป็นเทคโนโลยีสองด้าน

ด้วยความสามารถที่ใช้ได้ทั้งป้องกันและโจมตี Google เลือกไม่เปิดให้ใช้งานทั่วไป โดยจำกัดการเข้าถึง 3.5 Flash Cyber ไว้เฉพาะรัฐบาลและพันธมิตรที่ไว้วางใจได้ผ่านโครงการนำร่องแบบจำกัดสิทธิ์บน CodeMender เท่านั้น เป้าหมายคือให้ทีมป้องกันภัยไซเบอร์มีเวลานำหน้าในการแก้ช่องโหว่ก่อนที่จะถูกนำไปใช้โจมตีจริง

เปิดใช้งานแล้ววันนี้ พร้อมเผยความคืบหน้า Gemini 4

Gemini 3.6 Flash และ 3.5 Flash-Lite เปิดให้นักพัฒนาใช้งานแล้วผ่าน Gemini API บน Google AI Studio และ Android Studio ส่วน 3.6 Flash ยังใช้งานได้บน Google Antigravity ด้านองค์กรเข้าถึงได้ผ่าน Gemini Enterprise Agent Platform และแอป Gemini Enterprise ขณะที่ผู้ใช้ทั่วไปเรียกใช้ผ่านแอป Gemini ได้ทันที และ 3.5 Flash-Lite กำลังทยอยเปิดให้ใช้ใน Google Search ด้วย

ก้าวต่อไปของ Google คือการเดินหน้าทดสอบ Gemini 3.5 Pro กับพาร์ทเนอร์ต่อไปก่อนเปิดให้ใช้งานกว้างขึ้นเมื่อพร้อม พร้อมกันนั้นทีมงานยังเปิดเผยว่าได้เริ่มกระบวนการ pre-training (การฝึกโมเดลตั้งแต่ต้น) รอบใหญ่ที่สุดเท่าที่เคยทำมาสำหรับ Gemini 4 แล้ว ซึ่งเป็นสัญญาณว่าการแข่งขันด้านโมเดลภาษาขนาดใหญ่ระหว่างค่ายต่าง ๆ จะยังเข้มข้นต่อเนื่องในช่วงครึ่งหลังของปี 2569

ข้อมูลจาก: Google Blog

Loading Next Post...
Search Trending
Loading

Signing-in 3 seconds...

Signing-up 3 seconds...