ผู้ใช้ 5G ทั่วโลกทะลุ 3.1 พันล้านราย ไทยพุ่งสู่ 93 ล้านในปี 2574

GogolicoGogolicoNews27 มิถุนายน 2026196 Views

รายงาน Ericsson Mobility Report (EMR) ฉบับมิถุนายน 2569 ชี้ว่าผู้ใช้บริการ 5G บนเครือข่ายมือถือทั่วโลกทะลุ 3.1 พันล้านรายในไตรมาสแรกของปีนี้ เพิ่มขึ้น 162 ล้านรายในช่วงสามเดือนเดียว และคาดว่าจะแตะ 6.4 พันล้านรายภายในสิ้นปี 2574 ขณะที่ประเทศไทยมีผู้ใช้ 5G อยู่ที่ 33 ล้านราย คิดเป็น 36% ของฐานผู้ใช้มือถือทั้งหมด และคาดว่าจะโตเกือบ 3 เท่าแตะ 93 ล้านราย หรือ 92% ของผู้ใช้มือถือในประเทศภายในปี 2574

ผู้ใช้ 5G ทั่วโลก 3.1 พันล้านราย ผู้ให้บริการ 390 รายเปิดเชิงพาณิชย์แล้ว

ตัวเลขไตรมาสแรก 2569 เกินกว่าที่คาดไว้

จำนวน 162 ล้านรายใหม่ที่เพิ่มขึ้นในไตรมาสแรกปี 2569 สะท้อนว่าอัตราการเติบโตของ 5G ยังไม่ได้ชะลอตัวแต่อย่างใด ปัจจุบันมีผู้ให้บริการสื่อสารราว 390 รายทั่วโลกที่เปิดให้บริการ 5G เชิงพาณิชย์แล้ว ในจำนวนนี้มีมากกว่า 90 รายที่เดินหน้าสู่ 5G Standalone (SA) ซึ่งเป็นสถาปัตยกรรมเครือข่ายแบบอิสระที่ไม่พึ่งพาโครงสร้าง 4G เดิมอีกต่อไป และรองรับฟีเจอร์ขั้นสูงอย่าง Network Slicing ได้อย่างเต็มประสิทธิภาพ

5G ถือทราฟฟิก 48% ของโลก คาดแตะ 85% ในปี 2574

ณ สิ้นปี 2568 เครือข่าย 5G รองรับทราฟฟิกดาต้ามือถือทั้งหมดสัดส่วน 48% และคาดว่าจะเพิ่มเป็น 85% ภายในสิ้นปี 2574 โดยภูมิภาคยุโรปตะวันตก อเมริกาเหนือ เอเชียตะวันออกเฉียงเหนือ และกลุ่มประเทศ GCC จะมีอัตราการใช้งาน 5G ใกล้เคียงหรือเกิน 90% ภายในช่วงเวลาเดียวกัน สำหรับภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงใต้และโอเชียเนีย คาดว่าผู้ใช้ 5G จะเพิ่มสูงถึง 670 ล้านราย คิดเป็นอัตราการเข้าถึงเกิน 50% ของจำนวนผู้ใช้มือถือทั้งหมดในภูมิภาค

ไทยจาก 33 ล้านสู่ 93 ล้านราย ใน 6 ปี ต้องการ Mid-Band และ 5G SA เร่งด่วน

36% วันนี้ 92% ในปี 2574

ตัวเลขของไทยน่าจับตา ณ สิ้นปี 2568 มีผู้ใช้ 5G อยู่ที่ 33 ล้านราย แต่ภายใน 6 ปีคาดว่าจะโตเป็น 93 ล้านราย ซึ่งในบริบทที่ประชากรไทยมีไม่ถึง 70 ล้านคน ตัวเลข 93 ล้านซิม 5G หมายความว่าผู้ใช้จำนวนมากจะถือซิมเกินกว่า 1 ใบ หรือใช้งานผ่านอุปกรณ์ IoT และ Fixed Wireless Access (FWA) ซึ่งเป็นบริการอินเทอร์เน็ตบ้านผ่านเครือข่ายมือถือ

ลงทุน Mid-Band 3.5 GHz และ 5G SA คือโจทย์เร่งด่วน

คุณแอนเดอร์ส เรียน ประธานบริษัท อีริคสัน ประเทศไทย ระบุว่าการเติบโตนี้ต้องการการลงทุนต่อเนื่องในคลื่นความถี่ Mid-Band คุณภาพสูง โดยเฉพาะในย่านความถี่ 3.5 GHz ควบคู่ไปกับการเร่งวางระบบ 5G Standalone เพราะเทคโนโลยีเหล่านี้จะเปิดโอกาสให้ผู้ให้บริการสามารถรับประกันคุณภาพเครือข่ายสำหรับแอปพลิเคชันเฉพาะด้าน และปลดล็อกโอกาสทางธุรกิจทั้งในกลุ่มผู้บริโภคและองค์กรในระบบเศรษฐกิจที่ขับเคลื่อนด้วย AI

Uplink โตแซง Downlink ใน 43 จาก 55 ผู้ให้บริการที่วัดผล

AI App และ UGC คือแรงขับ

ผลการวัดความคับคั่งบนเครือข่ายของ Ericsson พบว่าผู้ให้บริการ 43 รายจาก 55 ราย มีอัตราการเติบโตของ Uplink (การส่งข้อมูลจากผู้ใช้ขึ้นเครือข่าย) สูงกว่า Downlink (การรับข้อมูลลงมายังอุปกรณ์) และในจำนวนนั้น 17 รายมี Uplink โตเร็วกว่า Downlink ถึง 1.5 เท่า แรงขับเคลื่อนหลักในปัจจุบันมาจากแอปพลิเคชัน AI, การทำงานร่วมกันแบบเรียลไทม์, การแชร์คอนเทนต์ที่ผู้ใช้สร้างขึ้นเอง และระบบจัดเก็บข้อมูลบนคลาวด์

AI จะดัน Uplink คับคั่งเพิ่ม 3 เท่าในปี 2574

โมเดลจำลองสถานการณ์ของ Ericsson ชี้ว่าปริมาณการใช้งาน AI ที่เพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่อง อาจทำให้ความคับคั่งของ Uplink ในปี 2574 สูงกว่าปี 2568 ถึง 3 เท่าหรือมากกว่านั้น ซึ่งเป็นนัยว่าโครงข่ายที่ออกแบบมาเพื่อรองรับการ “ดาวน์โหลด” เป็นหลักจะต้องได้รับการปรับปรุงอย่างจริงจัง เพราะพฤติกรรมผู้ใช้กำลังเปลี่ยนจากการ “ดูคอนเทนต์” เป็นการ “สร้างและส่งคอนเทนต์” ในสัดส่วนที่สูงขึ้นเรื่อยๆ

Network Slicing เชิงพาณิชย์โต 84 บริการทั่วโลก จาก 65 ในรายงานครั้งก่อน

บริการ Differentiated Connectivity บน 5G SA Network Slicing ซึ่งเป็นการแบ่งช่องสัญญาณเครือข่ายเพื่อรับประกันประสิทธิภาพตามรูปแบบการใช้งานเฉพาะด้าน เติบโตจาก 65 บริการในรายงานเดือนพฤศจิกายน 2568 เป็น 84 บริการในรายงานล่าสุดเดือนมิถุนายน 2569 ครอบคลุมทุกภูมิภาคทั่วโลก ตัวเลขนี้บ่งชี้ว่าเทคโนโลยีดังกล่าวกำลังเคลื่อนออกจากกลุ่มผู้เริ่มใช้งานในระยะแรก เข้าสู่การสร้างมูลค่าหลักเชิงพาณิชย์อย่างแท้จริง

คุณเอริค เอคุดเดน ประธานเจ้าหน้าที่ฝ่ายเทคโนโลยีของ Ericsson ระบุว่ายุค Physical AI ที่กำลังมาถึงจะทำให้รูปแบบทราฟฟิกเปลี่ยนแปลงอีกครั้ง จากโมเดลการประมวลผลแบบรวมศูนย์ในดาต้าเซ็นเตอร์ ไปสู่ระบบที่ใช้ AI Agents ประมวลผลแบบกระจายศูนย์ฝังอยู่ในอุปกรณ์ภายในยานพาหนะและในเมือง โดยเชื่อมต่อผ่านเครือข่าย 5G เป็นหลัก ทำให้เครือข่ายมือถือกำลังกลายเป็นโครงสร้างพื้นฐานอัจฉริยะที่สำคัญต่อการทำงานของระบบ AI ในชีวิตจริง

ทราฟฟิกมือถือและ FWA รวมโต 22% ต่อปี เกินคาด

ปริมาณการรับส่งข้อมูลบนเครือข่าย ทั้งส่วนโทรศัพท์เคลื่อนที่และ Fixed Wireless Access ในไตรมาสแรกปี 2569 เติบโตขึ้น 22% เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อน ตัวเลขนี้สูงเกินกว่าที่คาดการณ์ไว้ โดยแรงขับเคลื่อนหลักมาจากการเติบโตที่แข็งแกร่งในตลาดอินเดียและอเมริกาเหนือ

6G มาตรฐานชุดแรกคาดเสร็จปลายปี 2571 เชิงพาณิชย์เปิดปี 2573

รายงาน EMR ยังชี้ว่าอุตสาหกรรมเริ่มให้ความสนใจกับ 6G มากขึ้น โดยเริ่มมีการหารือด้านข้อกำหนดมาตรฐานแล้ว ความคาดหวัง 6G ในระยะแรกครอบคลุม ISAC (Integrated Sensing and Communication) หรือระบบตรวจจับและสื่อสารแบบบูรณาการ, การผสานเครือข่ายภาคพื้นดินกับดาวเทียมเพื่อลดช่องว่างสัญญาณ และการมุ่งเน้นประสิทธิภาพการใช้พลังงาน โดยทั้งหมดจะขับเคลื่อนด้วย AI-Native 6G

ข้อกำหนด 6G ที่ใช้งานได้จริงชุดแรกคาดจะแล้วเสร็จภายในสิ้นปี 2571 หรือต้นปี 2572 และบริการ 6G เชิงพาณิชย์แรกคาดเปิดตัวในปี 2573 นำโดยสหรัฐอเมริกา จีน ญี่ปุ่น เกาหลีใต้ และกลุ่มประเทศ GCC ซึ่งเป็นกลุ่มเดียวกับที่นำ 5G มาใช้ก่อนในยุคก่อนหน้า ขณะที่ไทยและภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ยังอยู่ในช่วงเร่งขยาย 5G SA เพื่อวางรากฐานสำหรับการเปลี่ยนผ่านครั้งถัดไป

Loading Next Post...
Search Trending
Loading

Signing-in 3 seconds...

Signing-up 3 seconds...