
Disney+ จัดแคมเปญ “ยกขบวนพากย์ไทย โดนใจ เกินคาด” เปิดให้รับชมคอนเทนต์เสียงภาษาไทยครบทุกหมวดในแพลตฟอร์มเดียว ครอบคลุมตั้งแต่ซีรีส์เกาหลี ฮอลลีวูด มาร์เวล สตาร์วอร์ส ไปจนถึงแอนิเมชันและรายการเด็ก ในราคาเริ่มต้น 199 บาทต่อเดือน
ที่ผ่านมา หนึ่งในอุปสรรคที่ทำให้แพลตฟอร์มสตรีมมิ่งระดับโลกยังเข้าไม่ถึงผู้ชมไทยทุกกลุ่ม คือการต้องพึ่งพาคำบรรยาย ผู้ชมที่ไม่ถนัดอ่านซับไตเติ้ล ไม่ว่าจะเป็นเด็กเล็ก ผู้สูงอายุ หรือคนที่ดูหนังระหว่างทำกิจกรรมอื่น คือตลาดขนาดใหญ่ที่ถูกมองข้ามมานาน ด้วยเหตุนี้ เสียงพากย์ไทยจึงไม่ใช่แค่ฟีเจอร์เสริม แต่คือกุญแจที่ Disney+ ใช้ขยายฐานผู้ชมในไทยอย่างจริงจัง โดยเฉพาะในตลาดซีรีส์เกาหลีที่คู่แข่งยังไม่ได้เจาะลึกเท่ากับการเพิ่มเสียงพากย์ไทยในระดับนี้
พฤติกรรม “Passive Viewing” หรือการดูคอนเทนต์ระหว่างทำกิจกรรมอื่น เช่น วิ่ง ปั่นจักรยาน ทำอาหาร หรือจัดการงานบ้าน กำลังเติบโตในกลุ่มคนเมืองไทย เสียงพากย์ไทยตอบโจทย์พฤติกรรมนี้ได้โดยตรง เพราะผู้ชมไม่ต้องจับตามองจอตลอดเวลา ทำให้คอนเทนต์ที่เคยเข้าถึงได้เฉพาะตอนนั่งดูจอ กลายเป็นประสบการณ์ที่แทรกอยู่ในชีวิตประจำวันได้ทุกช่วงเวลา

หมวดเกาหลีคือไฮไลต์ที่ Disney+ ชูเด่นที่สุดในแคมเปญนี้ นำทัพด้วย Perfect Crown รักนี้มงลง ซีรีส์โรแมนติกคอเมดี้กระแสแรงที่นำแสดงโดย ไอยู และ บยอนอูซอก เล่าเรื่องราวความรักระหว่างทายาทมหาเศรษฐีและองค์ชายผู้ต้องทำสัญญาแต่งงานกำมะลอ ซีรีส์ที่ถูกพูดถึงในโซเชียลมีเดียทั่วภูมิภาคในช่วงนี้พร้อมให้รับชมเสียงไทยแล้ว

นอกจากนั้นยังมี Doctor on the Edge หมอติดเกาะ รักติดเธอ ซีรีส์โรแมนติกคอเมดี้ที่พาคุณหมอหนุ่มจากกรุงโซลไปพบชีวิตบนเกาะห่างไกล รวมถึง A Shop for Killers ร้านลับนักฆ่า ซีรีส์แอ็กชันระทึกขวัญ และ Gold Land แผนล่าท้าคนโลภ ดราม่าเข้มข้นว่าด้วยเกมอำนาจและเงินตรา สำหรับสายวาไรตี้ยังมี Battle of Fates สังเวียนเซียนทำนาย รายการแข่งขันที่รวมยอดนักพยากรณ์มาประชันฝีมือ
นอกเหนือจากไฮไลต์หลัก ยังมีซีรีส์ที่น่าสนใจอีกหลายเรื่อง ทั้ง Light Shop, Tempest, Nine Puzzles, The Manipulated, Hyper Knife, In Your Radiant Season ในวันที่หัวใจส่องแสง, Our Movie และ Made In Korea ซีซัน 1 รวมเป็นหมวดเกาหลีพากย์ไทยที่ครอบคลุมทั้งแนวโรแมนซ์ ระทึกขวัญ ดราม่า และวาไรตี้ในที่เดียว
สายฮอลลีวูดมีทั้งซีรีส์และภาพยนตร์รองรับ จุดเด่นคือ The Bear ซีซัน 5 ซีรีส์ที่กวาดรางวัลสำคัญมาหลายเวที พร้อมให้รับชมด้วยเสียงไทยในซีซันล่าสุด นอกจากนี้ยังมี High Potential ซีซัน 1 และ 2 ซีรีส์ที่ตามเรื่องราวของแม่บ้านอัจฉริยะผู้กลายเป็นที่ปรึกษาตำรวจสืบสวน และ Paradise ซีซัน 1 และ 2 ซีรีส์ระทึกขวัญที่ผู้ชมยังลุ้นหาคนโดนกล่าวหาว่าลอบสังหารประธานาธิบดี

ด้านภาพยนตร์มี The Amateur, Kingdom of the Planet of the Apes, Free Guy, The King’s Man และ Death on the Nile รวมถึงซีรีส์ใหม่อย่าง All’s Fair ซีซัน 1, The Testaments ซีซัน 1, Malcolm in the Middle: Life’s Still Unfair ซีซัน 1 และ FX’s The Beauty ที่ทำให้หมวดฮอลลีวูดของ Disney+ หนาแน่นกว่าที่หลายคนคาดไว้

หมวดมาร์เวลเป็นจุดแข็งที่ Disney+ ไม่มีคู่แข่ง เพราะคอนเทนต์ Marvel Cinematic Universe ทั้งหมดอยู่บนแพลตฟอร์มนี้แต่เพียงแห่งเดียว และตอนนี้มาพร้อมเสียงพากย์ไทยตั้งแต่จุดเริ่มต้นของจักรวาล ทั้ง Marvel Studios’ Iron Man 1, 2 และ 3, Captain America: The First Avenger และ Thor ธอร์ เทพเจ้าสายฟ้า ไปจนถึงซีรีส์ล่าสุดอย่าง Agatha All Along ซีซัน 1, Daredevil: Born Again ซีซัน 1 และ 2, Thunderbolts* และ Marvel Studios’ The Fantastic Four: First Step
แฟนมาร์เวลที่เคยดูหนังตั้งแต่เด็กแต่ยังติดตามแบบใช้ซับไตเติ้ลมาตลอด มีโอกาสกลับไปดูซ้ำตั้งแต่ Phase 1 ด้วยเสียงไทยได้ครบครันครั้งแรก รายชื่อที่มีพากย์ไทยยังรวมถึง Deadpool & Wolverine, Eternals, Loki ซีซัน 1 และ 2, She-Hulk: Attorney At Law, WandaVision และ What If…? ซีซัน 1

จักรวาล Star Wars ที่ขยายตัวผ่านซีรีส์และภาพยนตร์สารพัดเรื่องในช่วงไม่กี่ปีที่ผ่านมา ตอนนี้มีเสียงพากย์ไทยให้ติดตามได้ต่อเนื่อง นำโดย Star Wars: Maul – Shadow Lord ที่เจาะลึกเส้นทางของ Darth Maul, Ahsoka ซีซัน 1 ตามการเดินทางของอดีตเจไดพาดาวัน และ Star Wars Young Jedi Adventures ซีซัน 1–3 สำหรับแฟนสายเยาวชน รายชื่อพากย์ไทยยังครอบคลุม The Mandalorian ซีซัน 1–3, Andor ซีซัน 1, Obi-Wan Kenobi, The Book of Boba Fett และ LEGO Star Wars: Rebuild the Galaxy ซีซัน 1

หมวดแอนิเมชันตอบโจทย์ทั้งเด็กและผู้ใหญ่ ไฮไลต์สำคัญคือ Inside Out 2 มหัศจรรย์อารมณ์อลเวง แอนิเมชันของ Pixar ที่พาผู้ชมสำรวจโลกอารมณ์ของวัยรุ่น และ Zootopia นครสัตว์มหาสนุก ทั้งภาค 1 และ 2 รวมถึงตัวใหม่อย่าง Hoppers เด้งโดด ที่เล่าเรื่องราวเด็กสาวผู้เข้าไปอยู่ในร่างบีเวอร์เพื่อปกป้องธรรมชาติ
สำหรับครอบครัวที่มีเด็กเล็ก ยังมี Bluey ซีซัน 3, Mickey Mouse Clubhouse+ (2026), Marvel’s Spidey and His Amazing Friends และรายการโปรดอีกมากมาย ทั้ง Disney’s Moana 2, Disney’s Lilo & Stitch, Disney’s Encanto, Disney’s Pinocchio, Miraculous: Tales of Ladybug & Cat Noir และ LEGO Frozen: Operation Puffins
Disney+ มีแพ็กเกจเริ่มต้น 199 บาทต่อเดือน หรือหากสมัครแพ็กเกจมาตรฐานรายปีในราคา 1,590 บาทต่อปี จะเฉลี่ยอยู่ที่ 133 บาทต่อเดือน ลดลงประมาณ 33% เมื่อเทียบกับการสมัครรายเดือน นอกจากนี้ยังมีโปรพิเศษลด 25% สำหรับการสมัครแพ็กเกจรายเดือนผ่านบัตรเครดิตบน www.disneyplus.com ตั้งแต่วันที่ 15 มิถุนายน ถึง 31 กรกฎาคม 2569 โดยจำกัดสิทธิ์ 1 สิทธิ์ต่อ 1 บัญชีสมาชิก
ชำระผ่านบัตรเครดิต บัตรเดบิต หรือบัตรเสมือนหลายประเภท ทั้ง K Online Debit, SCB Prepaid Card, Krungthai FUN Debit Card และ TrueMoney Virtual Card รองรับผู้ใช้ที่ไม่มีบัตรเครดิตได้ครบถ้วน
แคมเปญพากย์ไทยของ Disney+ ครั้งนี้สะท้อนทิศทางที่ชัดเจนว่าแพลตฟอร์มระดับโลกกำลังปรับกลยุทธ์ให้สอดคล้องกับตลาดไทยมากขึ้น คอนเทนต์พากย์ไทยที่ทยอยเพิ่มขึ้นเรื่อย ๆ จะทำให้การรับชมไม่จำกัดอยู่แค่หน้าจอ และกลายเป็นส่วนหนึ่งของไลฟ์สไตล์ผู้ชมไทยได้กว้างขึ้นกว่าเดิม
ติดตามข้อมูลข่าวสารน่าสนใจได้ทาง www.zanzab.com และช่องทางโซเชียล
Facebook , YouTube , Instagram และ Tiktok