
GenAI กำลังทำลายระบบ Cybersecurity แบบเดิมขององค์กร — ไม่ใช่แค่จากผู้โจมตีภายนอก แต่มาจากพนักงานในองค์กรเองที่นำเครื่องมือ AI ส่วนตัวมาใช้กับข้อมูลงานโดยไม่รู้ตัวว่ากำลังเปิดช่องโหว่ขนาดใหญ่ให้กับองค์กร บทวิเคราะห์จาก การ์ทเนอร์ ชี้ว่าโปรแกรมความตระหนักรู้ด้าน Cybersecurity แบบเดิมไม่เพียงพออีกต่อไป และองค์กรจำเป็นต้องยกระดับกลยุทธ์อย่างเร่งด่วน
ผลสำรวจของการ์ทเนอร์เผยว่าพนักงานกว่า 57% ใช้บัญชี GenAI ส่วนตัวเพื่อทำงาน และ 33% ยอมรับว่าเคยป้อนข้อมูลสำคัญขององค์กรลงในเครื่องมือ AI สาธารณะหรือที่ไม่ได้รับอนุญาต ขณะที่ 36% มีการดาวน์โหลดหรือใช้เครื่องมือ AI ที่ไม่ผ่านการอนุมัติบนอุปกรณ์ทำงาน ตัวเลขเหล่านี้สะท้อนให้เห็นว่าการนำ GenAI มาใช้ในกระบวนการทำงานนั้นเดินหน้าเร็วกว่าระบบควบคุมความปลอดภัยที่มีอยู่อย่างมีนัยสำคัญ
ในขณะเดียวกัน ผู้คุกคามก็ไม่ได้อยู่นิ่ง การ์ทเนอร์รายงานว่า 35% ขององค์กรเคยเผชิญกับเหตุการณ์ Deepfake และ 84% ของผู้นำด้าน Cybersecurity ยืนยันว่าการโจมตีแบบ Phishing มีความซับซ้อนสูงขึ้นอย่างเห็นได้ชัดในช่วงไม่กี่ปีที่ผ่านมา นอกจากนี้ จำนวนอีเมลอันตรายที่สร้างโดย AI เพิ่มขึ้นสองเท่าในช่วงสองปีที่ผ่านมา ทำให้พนักงานสามารถสังเกตความผิดปกติได้ยากยิ่งขึ้น
โปรแกรมฝึกอบรมความตระหนักรู้ด้านความปลอดภัยแบบเดิมออกแบบมาเพื่อรับมือกับภัยคุกคามในรูปแบบที่ค่อนข้างคงที่ แต่ GenAI ทำให้ทั้งพฤติกรรมของพนักงานและกลวิธีของผู้โจมตีเปลี่ยนแปลงเร็วกว่าที่การฝึกอบรมแบบรายปีจะตามทัน การ์ทเนอร์จึงแนะนำให้องค์กรเปลี่ยนทิศทางมาใช้ Security Behaviour and Culture Programs (SBCPs) ซึ่งมุ่งเน้นการปรับเปลี่ยนพฤติกรรมและความเชื่อของบุคลากรอย่างต่อเนื่อง แทนที่จะอาศัยการอัปเดตนโยบายหรือการสั่งห้ามใช้เครื่องมือเพียงอย่างเดียว
แนวทางแรกคือการกำหนดเกณฑ์การใช้ GenAI อย่างมีความรับผิดชอบ โดยเน้นหลักการ Data Minimization หรือการใช้ข้อมูลเท่าที่จำเป็น พนักงานต้องเข้าใจชัดเจนว่าข้อมูลประเภทใดสามารถป้อนเข้าสู่ระบบ GenAI ได้และข้อมูลใดห้ามโดยเด็ดขาด พร้อมกำหนด “เจ้าของ” ที่รับผิดชอบในแต่ละขั้นตอนของวงจรการใช้งานให้ชัดเจน
แนวทางที่สองคือการดึงผู้บริหารระดับสูงเข้ามามีส่วนร่วมในการตัดสินใจด้านความเสี่ยงตั้งแต่เนิ่น ๆ เพราะหากขาดการสนับสนุนจากระดับบน กรอบธรรมาภิบาล GenAI ที่วางไว้ก็อาจถูกลดทอนประสิทธิภาพในทางปฏิบัติ
แนวทางที่สามคือการเสริมความรู้และทักษะให้พนักงานด้วยสถานการณ์จำลองเฉพาะด้าน AI เช่น การฝึกรับมือ Deepfake และ Social Engineering รูปแบบใหม่ที่ขับเคลื่อนด้วย GenAI พร้อมสร้างกระบวนการรายงานที่คล่องตัวเพื่อให้พนักงานแจ้งข้อสงสัยได้อย่างรวดเร็ว
แนวทางสุดท้ายคือการปลูกฝัง AI Literacy หรือความรู้ความเข้าใจด้าน AI ให้เป็นส่วนหนึ่งของวัฒนธรรมการทำงานประจำวัน รวมถึงการย้ำเตือนถึงบทบาทของ Human Oversight ในการตรวจสอบผลลัพธ์ที่ AI สร้างขึ้นทุกรูปแบบ เพื่อป้องกันเนื้อหาที่ผิดพลาดหรือเป็นอันตรายจากการนำไปใช้ต่อโดยไม่มีการกลั่นกรอง
การรักษาความปลอดภัยในยุค GenAI ไม่ใช่แค่การเพิ่มกฎและการห้ามใช้เครื่องมือ แต่คือการสร้างวัฒนธรรมที่พนักงานทุกคนเข้าใจความเสี่ยงและตัดสินใจได้อย่างมีความรับผิดชอบ — และนั่นต้องการการฝึกอบรมและการกระตุ้นอย่างต่อเนื่อง ไม่ใช่แค่ครั้งเดียวต่อปี
ติดตามข้อมูลข่าวสารน่าสนใจได้ทาง www.zanzab.com และช่องทางโซเชียล
Facebook , YouTube , Instagram และ Tiktok