
นักท่องเที่ยวทั่วโลกเริ่มหันหลังให้ทะเลร้อน หันมาเลือกจุดหมายอากาศเย็นสบายแทน ภายใต้กระแสที่เรียกว่า “Coolcation” ข้อมูลจาก Trip.com Group ระบุว่า ยอดค้นหาจุดหมายประเภทนี้พุ่งสูงถึง 237% ในช่วงฤดูร้อน มิถุนายนถึงสิงหาคมปีที่ผ่านมา เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปี 2567 สะท้อนให้เห็นว่าพฤติกรรมการท่องเที่ยวกำลังเปลี่ยนแปลงครั้งใหญ่ควบคู่กับวิกฤตสภาพภูมิอากาศโลก
ปัจจัยหลักที่ขับเคลื่อนเทรนด์นี้คือภาวะโลกร้อนที่ทวีความรุนแรงอย่างต่อเนื่อง โดยข้อมูลจาก Copernicus Climate Change Service (C3S) ชี้ว่าเดือนกุมภาพันธ์ 2569 ติดอันดับเดือนที่ร้อนที่สุดเป็นอันดับ 5 ในประวัติศาสตร์ ขณะที่ผู้เชี่ยวชาญคาดการณ์ว่าปี 2569 มีแนวโน้มจะติด 1 ใน 4 ปีที่ร้อนที่สุดเท่าที่มีการบันทึกมา
ตั้งแต่ต้นปี 2569 ยอดการค้นหาจุดหมายแบบ Coolcation บนแพลตฟอร์ม Trip.com เติบโตขึ้น 74% เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อน และคาดว่าตัวเลขนี้จะยิ่งเร่งตัวขึ้นในช่วงหน้าร้อนที่กำลังจะมาถึง
บนแพลตฟอร์ม Trip Moments ซึ่งเป็นชุมชนออนไลน์สำหรับนักท่องเที่ยวของ Trip.com คอนเทนต์เกี่ยวกับจุดหมายอากาศเย็นและเทคนิคการ “หนีร้อน” เติบโต 15.4% เมื่อเทียบกับปีก่อน คีย์เวิร์ดอย่าง “หนีร้อน”, “Summer Escape” และ “ที่เที่ยวอากาศดีช่วงหน้าร้อน” ได้รับความสนใจอย่างล้นหลาม บ่งชี้ว่านักท่องเที่ยวไม่ได้ต้องการเพียงที่เที่ยว แต่กำลังมองหาประสบการณ์ที่หลีกหนีทั้งความร้อนและความแออัดในคราวเดียวกัน
ในยุโรป การค้นหาเที่ยวบินไปยังประเทศที่มีอากาศเย็นอย่าง ไอซ์แลนด์ นอร์เวย์ สโลวีเนีย สวิตเซอร์แลนด์ และ เวลส์ ต่างบันทึกการเติบโตที่ชัดเจน โดย ไอซ์แลนด์ ครองแชมป์ความนิยมสูงสุด ด้วยตัวเลขที่พุ่งขึ้น 85% เมื่อเทียบกับปีก่อน อุณหภูมิเฉลี่ยช่วงฤดูร้อนของไอซ์แลนด์อยู่เพียง 11°C กลายเป็นแม่เหล็กดึงดูดนักท่องเที่ยวที่ต้องการสัมผัสกิจกรรมท่ามกลางอากาศหนาว ทั้งการตกปลาในทะเล ล่องเรือฟยอร์ด และเดินป่าบนธารน้ำแข็ง
ฝั่งเอเชีย แนวโน้มคล้ายคลึงกัน จุดหมายที่มีอากาศเย็นสบายอย่าง มองโกเลียใน ซัปโปโร และ ยูนนาน ได้รับความสนใจเพิ่มขึ้นต่อเนื่อง โดยเฉพาะ ยูนนาน ทางตะวันตกเฉียงใต้ของจีน ที่มีอุณหภูมิเฉลี่ยฤดูร้อนอยู่ที่ 23–25°C และภูมิประเทศที่โดดเด่นด้วยยอดเขาปกคลุมหิมะ ยอดค้นหาเที่ยวบินสู่ คุนหมิง เมืองหลักของมณฑลนี้ เพิ่มขึ้น 44% เมื่อเทียบกับปีก่อน ขณะที่แพ็กเกจทัวร์ครอบคลุมเส้นทาง คุนหมิง–ลี่เจียง–แชงกรี-ลา ก็ได้รับการตอบรับอย่างดีเช่นกัน
นี่ไม่ได้หมายถึงแค่การหนีร้อน แต่ยังสะท้อนถึงจิตสำนึกด้านสิ่งแวดล้อมที่เพิ่มขึ้นในหมู่นักท่องเที่ยวยุคใหม่ ผลการวิจัยชี้ว่า 47% ของนักท่องเที่ยวให้ความสำคัญกับการปกป้องสิ่งแวดล้อม และ 38% ให้คุณค่ากับการอนุรักษ์มรดกทางวัฒนธรรม ตัวเลขเหล่านี้บ่งชี้ว่าการเลือกจุดหมายของนักท่องเที่ยวในปัจจุบันขับเคลื่อนด้วยความรับผิดชอบ ไม่ใช่แค่ความสะดวกสบาย
เนื่องในโอกาส วันคุ้มครองโลก (Earth Day) ปีนี้ World Wildlife Fund (WWF) แนะนำแนวทางที่นักท่องเที่ยวสามารถนำไปปรับใช้เพื่อลดคาร์บอนฟุตพรินต์ได้จริง ไม่ว่าจะเป็นการขยายระยะเวลาเดินทางในแต่ละครั้งแทนการเดินทางบ่อยๆ การเลือกรถไฟหรือรถบัสแทนรถยนต์ส่วนตัว รวมถึงการจองที่พักที่ได้รับการรับรองด้านความยั่งยืนจากองค์กรอิสระอย่าง Global Sustainable Tourism Council (GSTC)
Trip.com Group ตอบรับเทรนด์นี้ด้วยการขยายฟีเจอร์ด้านการท่องเที่ยวยั่งยืนบนแพลตฟอร์มอย่างต่อเนื่อง ยอดจองรถยนต์ไฟฟ้าและรถยนต์ไฮบริดผ่านแพลตฟอร์มเติบโตเฉลี่ยกว่า 10% ต่อเดือนตลอดปีที่ผ่านมา ขณะที่ยอดจองที่พักที่ได้รับตราสัญลักษณ์ด้านความยั่งยืนก็ปรับตัวสูงขึ้นต่อเนื่องนับตั้งแต่ไตรมาสสุดท้ายของปี 2568
นักท่องเที่ยวที่ต้องการวางแผน Coolcation สามารถใช้ Trip Planner ซึ่งรวบรวมข้อมูลสภาพอากาศและงบประมาณการเดินทางไว้ในที่เดียว ค้นหาแรงบันดาลใจผ่านรีวิวบน Trip Moments หรือเลือกจองโรงแรมที่ผ่านการรับรอง GSTC ด้วยฟีเจอร์ Certified Sustainable ที่เปิดตัวในปี 2567
เมื่ออุณหภูมิโลกยังคงสูงขึ้นทุกปี เทรนด์การท่องเที่ยวอากาศเย็นอย่าง Coolcation ไม่ได้เป็นเพียงปรากฏการณ์ชั่วคราว แต่กำลังกลายเป็นพฤติกรรมพื้นฐานของนักท่องเที่ยวยุคใหม่ที่ตัดสินใจเลือกจุดหมายด้วยเหตุผลทั้งในแง่ความสบายกายและความรับผิดชอบต่อโลก
ติดตามข้อมูลข่าวสารน่าสนใจได้ทาง www.zanzab.com และช่องทางโซเชียล
Facebook , YouTube , Instagram และ Tiktok