
CLICX (คลิกซ์) ธนาคารพาณิชย์ไร้สาขาภายใต้ความร่วมมือของ ธนาคารกรุงไทย (KTB), AIS และ OR ได้รับใบอนุญาตประกอบกิจการ Virtual Bank จากธนาคารแห่งประเทศไทยอย่างเป็นทางการเมื่อวันที่ 14 พฤษภาคม 2569 กลายเป็น CLICX Virtual Bank รายแรกของประเทศไทย พร้อมเตรียมเปิดให้บริการจริงภายในเดือนมิถุนายน 2569
การก้าวขึ้นมาของ CLICX ไม่ใช่แค่การเพิ่มผู้เล่นใหม่ในตลาดการเงิน แต่คือสัญญาณของการเปลี่ยนผ่านครั้งสำคัญของระบบธนาคารไทย ที่เริ่มก้าวออกจากโมเดลสาขาและเอกสารแบบเดิม สู่ระบบการเงินดิจิทัลที่เข้าถึงได้จากทุกที่
ความโดดเด่นของ CLICX มาจากการผสานจุดแข็งของพันธมิตรทั้ง 3 ราย ในมิติที่แตกต่างกันอย่างชัดเจน KTB นำมาด้วยความเชี่ยวชาญและความน่าเชื่อถือด้านการเงินระดับประเทศ ขณะที่ AIS เติมเต็มด้วยโครงสร้างพื้นฐานดิจิทัลและฐานผู้ใช้งานขนาดใหญ่ทั่วประเทศ
OR ในฐานะผู้ดำเนินธุรกิจค้าปลีกพลังงานและไลฟ์สไตล์ผ่าน PTT Station และ Café Amazon เป็นตัวเชื่อมที่สำคัญระหว่างบริการทางการเงินกับชีวิตประจำวันของผู้บริโภค ทำให้ CLICX ไม่ได้เป็นเพียงแอปธนาคาร แต่เป็นแพลตฟอร์ม Embedded Banking ที่อยู่ในทุกจังหวะชีวิตของผู้ใช้
หนึ่งในนวัตกรรมที่สำคัญที่สุดของ CLICX คือการนำ AI และ Alternative Data มาใช้ประเมินความสามารถในการชำระหนี้แทนวิธีดั้งเดิม ระบบจะวิเคราะห์พฤติกรรมจริงในชีวิตประจำวัน ทั้งรูปแบบการสื่อสาร การเดินทาง และพฤติกรรมการใช้จ่ายในระบบนิเวศของพันธมิตร
แนวทางนี้สอดรับกับนโยบาย Open Data for Consumer Empowerment ของธนาคารแห่งประเทศไทย ที่เปิดกว้างให้ใช้ข้อมูลทางเลือกของผู้ใช้บริการ ทำให้ CLICX สามารถเข้าใจลูกค้าได้ลึกกว่าข้อมูลบนเอกสาร และลดความเสี่ยงของการประเมินเครดิตผิดพลาดในแบบที่ระบบเก่าทำไม่ได้
กลุ่มเป้าหมายหลักของ CLICX คือคนที่ระบบการเงินกระแสหลักยังให้บริการได้ไม่เต็มที่ ไม่ว่าจะเป็นฟรีแลนซ์ ไรเดอร์ คนขับแท็กซี่ แม่ค้าออนไลน์ แรงงานรายวัน พนักงานจบใหม่ และผู้ประกอบการรายย่อยที่มักมีปัญหาด้านเอกสารรายได้หรือประวัติทางการเงินที่ไม่ครบถ้วน
ด้วยการใช้ข้อมูลทางเลือกที่สะท้อนพฤติกรรมจริง CLICX มีเป้าหมายลดปัญหาหนี้นอกระบบและการกีดกันทางการเงิน ควบคู่กับการส่งเสริมความรู้ทางการเงินผ่านแนวคิด Behavioral Finance เพื่อสร้างนิสัยการออมและความมั่นคงทางการเงินในระยะยาว
CLICX ดำเนินงานภายใต้แนวคิด “Bank in One CLICX” ที่ก้าวข้ามการเป็นธนาคารดิจิทัลทั่วไป สู่การเป็น Beyond Banking ที่ผสานบริการทางการเงินเข้ากับชีวิตจริงอย่างไร้รอยต่อ ครอบคลุมตั้งแต่การออม การบริหารเงิน ไปจนถึงสินเชื่อส่วนบุคคลที่ออกแบบมาเฉพาะสำหรับแต่ละคน
การได้รับใบอนุญาตในครั้งนี้ยังสอดรับกับเป้าหมาย SDGs ขององค์การสหประชาชาติในหลายด้าน ทั้ง SDG1 การขจัดความยากจน, SDG9 การขับเคลื่อนเศรษฐกิจด้วยนวัตกรรม และ SDG10 การลดความเหลื่อมล้ำทางการเงิน ซึ่งล้วนเป็นโจทย์ที่ระบบธนาคารไทยยังต้องทำงานต่อไปอีกมาก
ติดตามข้อมูลข่าวสารน่าสนใจได้ทาง www.zanzab.com และช่องทางโซเชียล
Facebook , YouTube , Instagram และ Tiktok