
AIS เปิดแคมเปญ “ให้ E-Waste ได้ตายดี” หรือ LET THE DEAD DO GOOD ชวนคนไทยสำรวจอุปกรณ์อิเล็กทรอนิกส์ที่เลิกใช้งานและส่งต่อสู่การรีไซเคิลอย่างถูกวิธี โดยเริ่มสื่อสารที่ AIS SIAM ผ่านจอใหญ่ที่เปลี่ยนภาพมือถือใหม่เป็นเครื่องเก่าหลังร้านปิด พร้อมขยายการรณรงค์ไปยัง AIS Shop สาขาต่างๆ ทั่วประเทศ ระหว่างวันที่ 14–31 ตุลาคม 2569
จอขนาดใหญ่หน้า AIS SIAM จะแสดงภาพโฆษณามือถือเครื่องใหม่ในช่วงที่ AIS Shop เปิดทำการ และเปลี่ยนเป็นภาพมือถือเครื่องเก่าที่หมดสภาพหลังร้านปิด แคมเปญใช้ภาพที่เปลี่ยนไปตามช่วงเวลานี้ชวนให้ผู้คนหันมาสนใจอุปกรณ์ที่หมดอายุการใช้งาน

ภายใน AIS SIAM ยังจัดแสดงอุปกรณ์ที่เลิกใช้งานแล้ว เพื่อชวนให้คนกลับไปสำรวจของเก่าในบ้าน ทั้งมือถือและอุปกรณ์ที่ถูกเก็บลืมไว้ แล้วเริ่มส่งต่อขยะอิเล็กทรอนิกส์ไปยังจุดรับ E-Waste เพื่อเข้าสู่กระบวนการจัดการอย่างเหมาะสม

การเปิดตัวแคมเปญตรงกับ International E-Waste Day หรือวันขยะอิเล็กทรอนิกส์สากล วันที่ 14 ตุลาคม 2569 ซึ่งริเริ่มโดย WEEE Forum เครือข่ายระดับนานาชาติด้านการจัดการขยะอิเล็กทรอนิกส์ โดยแคมเปญสอดรับกับธีม “Fast Tech: Don’t Bin It, Bring It!” ของวันขยะอิเล็กทรอนิกส์สากลปีนี้
ธีมนี้ให้ความสำคัญกับอุปกรณ์ขนาดเล็กและราคาไม่สูง ที่หาซื้อและเปลี่ยนทดแทนได้ง่าย แต่เมื่อเสียหรือเลิกใช้มักถูกทิ้งรวมกับขยะทั่วไปหรือเก็บลืมไว้ในบ้าน ตัวอย่างอุปกรณ์ที่แคมเปญหยิบมาพูดถึง ได้แก่
แม้เป็นอุปกรณ์ชิ้นเล็ก เมื่อรวมกันจำนวนมากก็เป็นประเด็นด้านสิ่งแวดล้อมที่ควรได้รับการจัดการ แคมเปญจึงชวนให้นำของที่ไม่ใช้งานแล้วไปส่งต่อยังจุดรับ E-Waste เพื่อให้เข้าสู่กระบวนการจัดการที่เหมาะสม
หลังเริ่มต้นที่ AIS SIAM การรณรงค์ “ให้ E-Waste ได้ตายดี” จะขยายไปยัง AIS Shop สาขาต่างๆ ทั่วประเทศ ระหว่างวันที่ 14–31 ตุลาคม 2569 เพื่อให้ผู้คนตระหนักถึงอุปกรณ์ที่หมดหน้าที่ใช้งานและเริ่มส่งต่อไปจัดการอย่างถูกวิธี
AIS เตรียมนำเสนอองค์ประกอบและกิจกรรมการสื่อสารเพิ่มเติมอย่างต่อเนื่อง ผู้สนใจสามารถติดตามความเคลื่อนไหวและรายละเอียดกิจกรรมได้ผ่าน Facebook AIS For Thais
จากภาพมือถือเก่าบนจอที่ AIS SIAM ไปจนถึงการรณรงค์ใน AIS Shop แคมเปญนี้ชวนเริ่มจากการสำรวจอุปกรณ์ที่เลิกใช้ในบ้าน แล้วส่งต่อสู่กระบวนการจัดการขยะอิเล็กทรอนิกส์อย่างเหมาะสม ติดตามข่าวสารเพิ่มเติมได้ที่ เว็บไซต์ AIS
ติดตามข้อมูลข่าวสารน่าสนใจได้ทาง www.zanzab.com และช่องทางโซเชียล
Facebook , YouTube , Instagram และ Tiktok